สรุปเนื้อเรื่อง Path To Nowhere: When Rain meets Gunfire (Hilda)

คำเตือน

เนื้อหาเหล่านี้มีการ Spoil เนื้อเรื่อง When Rain Meets Gunfire ทั้งหมด และมีการใส่สีตีไข่ตรงช่วงเพิ่มเติมโดยทีมผู้เขียน อาจจะถูกเปลี่ยนแปลงทฤษฎีเนื้อหาตอนนี้ได้ทุกเมื่อในอนาคต และเนื้อหาบางส่วนที่ขาดในเซิฟ Global ทีมงานที่เล่นเซิฟจีนใส่รายละเอียดเพิ่มลงในส่วนนี้ทั้งน้ำตา

เนื้อเรื่อง Event เป็นเพียงแค่เรื่องสมมุติ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวความเป็นจริง โปรดใช้วิจารณญาณการอ่านเพื่อความบันเทิง อรรถรสส่วนตัวเพียงเท่านั้น

เทียบภาษา : EN(100%) | KR(100%) | JP(40%) | CN(100%)

0:18 ━❍──────── 2:19
 ↻ ⊲ Ⅱ ⊳ ↺

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

            หลังจากผ่านเรื่องราวสงคราม BR-005 ตำนานเรื่องเล่าสุดเกรียงไกรมากมายหลากล้นในช่วงสงครามถูกรื้อฟื้นมา ตามอิทธิพลกระแสของยุคสมัยและการเมือง แต่ยังคงมีตำนานเรื่องหนึ่ง เป็นที่ไม่ต้อนรับของชาว Discity ขับไสไล่สู่ ออกจากหน้าประวัติศาสตร์ กลายเป็นตำนานที่ดำมืดฉีกออกจากหน้าประวัติศาสตร์ หลงเหลือแต่ตัวตนที่ถูกจองจำ มีเพียงแค่ผู้ชนะสงครามเท่านั้น ที่รู้เรื่องทุกอย่าง และซ่อนความจริงที่เน่าเฟะ นำเสนอแต่เรื่องราวสุดยิ่งใหญ่ของพวกเขาจารึกในแบบของผู้ชนะ

*รูปจาก Shattered Blade(N5-N6)

            ด้วยหน้าที่การงาน ภาระหนักหน่วงไม่ได้พัก ความสำเร็จที่มากล้นเพิ่มขึ้นยิ่งยวด Chief ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ต้องห้ามระดับลึกที่ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุดของ MBCC ด้วยใบอนุญาตหมายเลข B95601 เป็นการหลักฐานของการได้รับความไว้วางใจจาก EDGE รวมถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของ Chief ที่ถูกยกระดับอีกขั้น Chief ลงลิฟต์ไปเรื่อยๆ เห็นห้องขังที่มีรูปร่างเป็นวงแหวนรอบๆ มีนักโทษด้านในกระจกห้องขัง แต่รูปร่างไม่เป็นมนุษย์ เป็นเหมือนกลุ่มก้อนมาเนียดิบที่กระตุกเป็นจังหวะเหมือนหัวใจเต้น หมุนวนไปมา พยายามออกจากกรงขัง 

            Schorl บอกว่า ก่อนที่จะมี Shackle พวกเราไม่มีวิธีควบคุม Sinner ที่อันตรายและควบคุมยาก และด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม การประหารไม่ใช่ทางเลือก เทคโนโลยี Cryosleep จึงถูกใช้งานเพื่อรักษาพวกเขาไว้ให้คงสภาพ เป็นวิธีการที่ยังใช้อยู่ถึงปัจจุบัน และด้วยเทคโนโลยี LINK ล่าสุด ทำให้สามารถเข้าสู่จิตใต้สำนึกและปลุก Sinner เหล่านี้ขึ้นมาได้ เนื่องจากการทดลองรอบก่อน Chief ประสบความสำเร็จอย่างมาก Paradeisos จึงอยากทดลอง LINK อีกครั้ง ครั้งนี้ Chief ต้องเข้าสู่จิตใต้สำนึกของ Sinner คนหนึ่งเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ Paradeisos ต้องการ 

เพิ่มเติม
-Cyrosleep ก็คือแช่แข็งไว้ คนแรกที่เรารู้ว่าถูกแช่แข็งคือ Augustus (จากสอบสวนของ Augustus)
-คนอนุญาตคือ EDGE-02 และที่คุยผ่าน Schorl ตอนนี้ก็เป็น  EDGE-02 เช่นกัน
-ระบบ LINK ถูกทดลองครั้งแรกด้วยความคึกคะนองของ EDGE-02 ในเนื้อเรื่อง N3-N4 (จิ้มอ่าน)


            เมื่อก้าวฝีเท้าออกมาจากลิฟท์ เดินตามทางที่ลึกเข้าไปข้างใน แล้วหยุดตรงหน้าตู้แทงค์น้ำขนาดใหญ่ที่ทำจากกระจกกึ่งโปร่งแสง เห็นหญิงเรือนร่างสีซีดลอยอยู่ในของเหลว ผิวขาวซีดจนเหมือนคนตาย ตัดกับมาเนียสีดำที่ซึมออกมาจากร่างกาย ทำให้ตู้น้ำนี้ขุ่นดำ ดวงตาที่ปิดสนิทยังสั่นเบาๆ ราวกับติดอยู่ในความฝันมาแล้วเป็นสิบๆ ปี

            Chief ถามว่าเธอคนนี้เป็นใคร Schorl ถึงตอบว่า ชื่อ Hilda Hartlein เป็นนักถอดรหัสมือดีของนครหลวงในช่วงสงคราม Outland ครั้งที่ 1 เป็นคนที่ถอดรหัสลับสุดยอดของ DisCity ได้ เป็นผู้นำในการสร้างระบบ Monolith ใหม่ขึ้นมา ในช่วงที่ Hilda ยังทำงาน ข้อมูลของ DisCity รั่วไหลไปนครหลวงทุกอย่าง จับกุมได้ที่ชานเมืองในปี N.F.71 หลังหน่วยข่าวกรองได้รับเบาะแส แน่นอนว่า Hilda พยายามขัดขืน ใช้พลังสร้างสนามมาเนียที่ทรงพลัง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นร้ายแรงมาก หลังจับกุมได้ Hilda พยายามกลายร่างเป็น Corruptor ในตอนสอบสวน ทำให้ Paradeisos ต้องนำ Hilda เข้าเครื่อง Cyrosleep เพื่อรักษาข้อมูลที่ Hilda รู้ นอนอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามหลายสิบปีแล้ว 

เพิ่มเติม
-กระจกกึ่งโปร่งแสง มันจะไม่ใสจนเห็นทุกอย่าง มีความมัวๆเบลอๆอยู่
-Harlein เป็นนามสกุลของคนเยอรมัน
-Monolith แปลตรงตัวคือ ศิลาจารึก แต่ในบริบทนี้คือชื่อเรียกระบบรหัสลับของนครหลวงที่ Hilda เป็นหนึ่งในผู้สร้าง


            Chief อ่านไฟล์ข้อมูลที่ได้รับ มีข้อมูลส่วนตัวของ Hilda รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยข้อมูลของ Farland นิดหน่อย เป็นข้อมูลประวัติศาสตร์ที่หายาก อาจจะเกิดจากการจดบันทึกที่ไม่ดี ในทางกลับกัน ข้อมูลการใช้งาน LINK เขียนละเอียดยิบ ถ้าเทียบกับครั้งก่อนที่ Chief ใช้งานแล้ว นับว่าพัฒนาขึ้นมาก เป้าหมายหลักคือระบบรักษาความปลอดภัยของ Chief 

            Chief ถามออกไปว่า Paradeisos ต้องการอะไรจากภารกิจนี้? Schorl ตอบว่า ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับระบบ Monolith และเรื่อง Sinner ของ Outland อยากรู้ว่านครหลวงสามารถหา Sinner ที่แข็งแกร็งในยุคนั้นที่เป็นเรื่องหายากได้ยังไง มีเทคโนโลยีลับอะไรรึเปล่า 

            ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ Chief โน้มน้าวให้ Hilda ย้ายฝั่งมาเข้าร่วมกับ DisCity แต่ให้ Chief ตัดสินใจตามสถานการณ์ดีกว่า จะฆ่าหรือไว้ชีวิตก็ขึ้นอยู่กับ Chief เช่นกัน สำหรับ Chief นี่ก็คือการสอบสวนรูปแบบพิเศษ Schorl ก็บอกว่าถูกต้อง LINK มีระบบสอบสวน พร้อมบอกทิ้งท้ายว่า รอดูผลลัพธ์ที่ได้นะ 

            พูดจบแล้ว Schorl ก็พา Chief เข้าไปที่เครื่องทดลองที่คุ้นเคย มีนักวิจัย ผู้ช่วยหลายคนทำงานอย่างคล่องแคล่ว เชื่อมต่อเครื่อง LINK เข้ากับแทงค์น้ำของ Hilda เริ่มเปิดเครื่องแล้วสติจิตสำนึกของ Chief ก็เชื่อมโยงกับ Hilda ทันที โลกทั้งใบเริ่มละลายหายไปในสายตา เข้าสู่ความมืดอีกครั้ง


            อากาศรอบข้างอับชื้น สายฝนโปรยปรายลงมา ภาพความทรงจำที่แตกหักลอยไปมา ส่องแสงสู้กับความมืดรอบข้าง สัญชาตญาณของ Chief กรีดร้องให้หนีภัยอันตรายในความมืด Chief เลยเดินหน้าตามร่องรอยแสงแห่งความทรงจำ พอลองแตะความทรงจำแล้ว เสียงกระดิ่งเบาๆ ก็ดังขึ้นพร้อมเสียงกระซิบพูดคุยของมนุษย์จากเงาความมืด กึกก้องทั่วทุกสารทิศ 

"กรุณาระบุชื่อของคุณ" เสียงปริศนาถามขึ้นมา

 "Hilda Hartlein" เสียงหญิงคนหนึ่งตอบกลับ

“กรุณาระบุตัวตนของคุณ”

"ฉันจะมุ่งหน้าสู่ มหาวิทยาลัย DisCity ในฐานะนักค้นคว้าศึกษาเรื่องคลื่นความถี่วิทยุและการสื่อสาร"

"ภารกิจที่แท้จริงของคุณคืออะไร?"

"เฝ้าติดตามข่าวกรองสัญญาณภายใน DisCity ให้นครหลวง ถอดรหัสการสื่อสารลับ และส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปยังหน่วยงานความมั่นคงข้อมูล และในเวลาเดียวกัน พิสูจน์ว่าฉันยังมีประโยชน์ต่อเมือง"

            Chief เดินผ่านความทรงจำจิตใต้สำนึกที่เลือนลางในความมืดไปเรื่อยๆ กระทั่งในที่สุดก็เจอจุดที่มั่นคงและชัดเจนที่สุด นั่นคือตัวของ Hilda นั่นเอง สภาพของ Hilda เหมือนนอนอยู่ในรังนกที่สร้างจากเมือกมาเนียสีดำบริสุทธิ์ มีหนามแหลมห่อหุ้มราวกับเป็นชุดเกราะอัปลักษณ์ ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ ไม่ว่า Chief จะพูดอะไร เปลือกตาของ Hilda ก็จะขยับเบาๆ แต่ไร้การตอบสนอง ลองใช้ Shackle โจมตีใส่ เมือกมาเนียหายไป แต่หนามแหลมยังคงอยู่เหมือนเดิม Chief เลยรู้ว่า หนามพวกนี้ไม่ใช่มาเนียที่กุมขัง Hilda แต่เป็นบางสิ่งที่ปกป้องนางอยู่ 


            Chief ลองพูดคุย ทำโน่นทำนี่แต่ก็ไม่เป็นผล จน Hilda เริ่มขยับตัว แววตาเหม่อลอยค่อยๆ เลื่อนมามองที่ Chief

“ที่นี่คือ... ข้างในจิตใจของฉัน… คุณคือใคร? เข้ามาได้ยังไง?”

            Chief มี 2 ตัวเลือก แต่ในครั้งแรกนี้ ทำได้แค่เปิดเผยตัวตนและบอกว่าต้องการให้ Hilda ร่วมมือ บอกกันโต้งๆซึ่งๆหน้าต่อเชลยอย่าง Hilda ได้ยินก็ฉุนภายในใจวาจาฟังไม่ลื่นหู รู้ทันทีว่า Chief เป็นหมารับใช้ของ DisCity Hilda ไม่มีอะไรจะบอกทั้งนั้น แถมพื้นที่นี้เริ่มบีบทับ Chief จนทรุดหายใจไม่ออก มาเนียที่อยู่รอบตัว Hilda เริ่มขยับมาพันแขนรัดคอของ Chief ด้วยความรวดเร็ว

            ท่ามกลางมาเนียที่บีบรัดคอ Chief จนสติเริ่มเลือนลาง Hilda พูดว่า

"ณ วินาทีที่ฉันถูกจับ เป้าหมายเดียวของฉันคือการตายอย่างไร้ร่องรอย ไม่เหลือหลักฐานต่างหน้าทิ้งเอาไว้ สิ่งที่ DisCity จับมาได้ก็เป็นเพียงแค่ร่างกายเปลือกนอกที่กลวงเปล่าเท่านั้น นี่คือทางที่ดีที่สุด ฉันต้องการความตายที่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ เพราะงั้น ลาก่อนนะ ไม่ต้องพยายามหรอก ฉันยอมตายกว่าเป็นหมารับใช้ตัวใหม่ของ DisCity"  

และแล้ว Chief ก็โดนเมือกมาเนียกลืนกิน จะเรียกหา Schorl หรือพยายามใช้ Shackle ก็ไม่เป็นผล เลือดทะลักออกปาก ร่างกายโดนรัดจนตายไป…

-ฉากจบ: ราคาของความซื่อสัตย์-



            รู้สึกตัวอีกทีก็เจอกับ Schorl ที่มาบอกว่า Chief เพิ่งตายใน LINK ไป แต่ไม่ต้องกังวล การตายในครั้งนี้เกิดจากจิตใต้สำนึกของ Hilda ปฏิเสธตัวตนของ Chief ทำให้การเชื่อมต่อถูกตัดขาด ห้วงแห่งจิตใจเป็นพื้นที่อันตราย ทุกการตัดสินใจมีผลกระทบหมด พลาดนิดเดียวอาจจะล้มเหลวได้ Schorl จะช่วยเหลือโดยการวิเคราะห์การกระทำและผลกระทบเพื่อสร้างจุดบันทึกความทรงจำ

เพิ่มเติม
-กลายเป็นที่มาของไทม์ไลน์ความทรงจำที่ผู้เล่นใช้ในการย้อนกลับไปมา
-อีเว้นท์นี้เล่น Butterfly Effect ชัดเจน



            Chief กลับเข้าสู่ความทรงจำของ Hilda อีกครั้งในจุดบันทึกความทรงจำ แต่ครั้งนี้ Chief เลือกที่จะสร้างตัวตนที่คิดว่า Hilda อาจจะยอมรับได้ บอกว่าเป็นสายลับจากพันธมิตรนครหลวงที่แทรกซึมเข้ามาในคุกของ DisCity ต้องการความทรงจำของ Hilda เพราะ Monolith อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกสงครามกับ DisCity Hilda เงียบลง ถามออกมาเบาๆ 

"สงครามยังไม่จบอีกเหรอ?"

            Chief พยักหน้าช้าๆ บอกว่า ยืดเยื้อมาหลายปีแล้วเพราะไม่มีเครื่องมือที่ดีพอให้จบสงครามนี้ ความรู้และสิ่งที่ Hilda เคยทำเลยสำคัญมาก Chief เป็นโอกาสเดียวที่อาจจะช่วย Hilda ออกจากกำมือของ DisCity

            Hilda เงียบอยู่สักพักใหญ่ๆ มาเนียสีดำค่อยๆ ขยับตอบสนองกับความคิดภายในใจของ Hilda ที่สับสน Chief ทำได้แค่ยืนรอ จน Hilda พูดขึ้นมาอย่างอ่อนล้าว่า "ความทรงจำของฉันแตกสลายไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่ช่วงเวลานี้ที่ยังไม่หายไป ถ้าในความทรงจำที่เหลืออยู่นี้มีสิ่งที่คุณตามหาอยู่ ก็คงต้องทำแบบนี้" Hilda เริ่มขยับ เมือกมาเนียก็เริ่มขยับตามเช่นกัน คายชิ้นส่วนอาคาร ภูเขาดอกไม้พระอาทิตย์พระจันทร์ และดวงดาวออกมา ซากปรักหักพังที่กำลังถูกสร้างขึ้นมาเสียงดังอึกทึก แต่เสียงของ Hilda ก็ยังดังชัดกว่าเสียงนั้น "คุณรู้รึเปล่าว่าคุณกำลังจะเจอกับอะไร?" Chief ตอบอย่างมั่นใจ "ไม่ว่าจะเป็นอะไร ฉันก็พร้อมทำเพื่อชาติ"(ชาติของเราไม่เหมือนกัน) Hilda ได้ยินแบบนั้นก็พูดว่า "ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ"

สู่ค่ำคืนแห่งพายุที่ไม่อาจหลบหนีได้


            วันที่ 12 เดือนกันยายน ปี N.F. 71 เวลา 11.00 (ใน LINK) Chief เข้ามาในความทรงจำของ Hilda อยู่ในพื้นที่รกร้าง เหมาะเป็นที่ซ่อนตัวของสายลับมากๆ Chief เดินฝ่าดินฝ่าโคลนขึ้นเขาไปที่คฤหาสน์บนยอดเขา เดินไปไม่นานก็ต้องหาต้นไม้พิงเพื่อพักเหนื่อย(โถ่ แม่สาวคะแนนสุขภาพ B+) แต่แล้วก็มีเครื่องยนต์เสียงรถหรูดังขึ้นมาด้านหลัง Chief เลยโบกไม้โบกมือเรียกให้จอด 

            กระจกรถถูกลดลง เผยให้เห็นชายคนหนึ่งอายุราวๆ 20 ปี หน้าตาธรรมด๊าธรรมดา เห็นแล้วลืมได้ทันทีว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง แต่การที่เขาอยู่ที่นี่ได้ Chief ก็มั่นใจว่าเขาก็เป็นสายลับของ เจอสภาพอากาศย่ำแย่ ฝนตกเรื่อยๆ Chief ยืนอยู่ที่ชานเมืองของ DisCity ถนนยังเป็นดิน มีแต่ต้นไม้ป่าเขา Outland คนนี้มาเพื่อ Monolith แน่นอน ถ้าได้นั่งรถไปด้วยก็คงดี แถมอาจจะกลายเป็นโอกาสในการรวบรวมข้อมูล การแทรกซึมเข้าคฤหาสน์ก็จะง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน

            Chief บอกว่าไปกำลังเดินทางไปที่คฤหาสน์ Vilensoff แต่ชายหนุ่มคนนี้ถามว่า เป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักนะ ทำไมถึงมุ่งหน้าไปที่นั่น? พร้อมกับเลื่อนมือไปที่กระเป๋าเสื้อตรงอก Chief ก็ระแวง ไม่รู้เลยว่าปืนหรืออะไร แต่ Chief ก็ตอบไปก่อนว่า "ได้โทรเลขลับมา" ชายหนุ่มถึงได้โล่งใจว่าทำงานประเภทเดียวกัน แถมชวนให้ขึ้นรถ เพราะจะไปที่เดียวกัน ให้ใส่ชุดสำรองของแฟนสาวที่หลังรถ แล้วชายหนุ่มก็ลงจากรถ Chief ก็เข้ารถไปเปลี่ยนชุด เป็นชุดแสนธรรมด๊าธรรมดา กลมกลืนเข้ากับกลุ่มได้ง่ายสุดๆ 

เพิ่มเติม
-ในปี N.F. 71 นครหลวงแพ้ให้กับ DisCity เพราะไม่มีอาวุธมาต่อกรกับกองกำลัง DisCorps ของ DisCity ที่สามารถหยุดยั้งระเบิดนิวเคลียร์ได้ แต่พันธมิตรนครหลวงยังดิ้นรน สร้างทีมนักถอดรหัสลับมือเก่ง เพื่อสร้างระบบรหัสลับที่จะไม่มีใครสามารถถอดรหัสได้ เรียกระบบรหัสลับนี้ว่า Monolith ก่อนวันประกาศอิสรภาพของ DisCity เพียง 1 วันเท่านั้น


            ชายหนุ่มกลับขึ้นรถมาพร้อมแนะนำตัวว่าชื่อ Edward Simmons และเข้าใจดีถ้า Chief จะไม่บอกชื่อ แต่ไม่ว่า Chief จะบอกชื่อจริง(ชื่อของผู้เล่นที่ตั้ง)หรือโค้ดเนม(เสื้อโค้ทเทา) Edward ก็จะบอกว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก็ไม่สำคัญนักหรอก เพราะคงไม่มีใครใช้ชื่อจริงๆ ในสายงานนี้หรอก รวมถึงคนที่คฤหาสน์เช่นกัน 

            ในสายงานนี้ไม่ควรที่จะคุยมากเท่าไหร่เพื่อกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล แต่ Edward กลับคุยไม่หยุดปากตลอดการเดินทาง ในช่วงแรก Chief ก็ตอบกลับไปแบบระมัดระวัง แต่คุยไปคุยมาก็รับรู้ว่าคงเป็นนิสัยส่วนตัวของ Edward แหละ ท้ายที่สุดแล้ว Chief เลยตัดสินใจหลับตา ทำเป็นแกล้งหลับจะได้ไม่ต้องฟัง

เพิ่มเติม
-Edward Simmons คือชื่อที่โหลมากกกที่สุดสำหรับ ENG แล้ว มองจากพลูโตก็รู้ว่าชื่อปลอม!


            นั่งรถมาประมาณ 30 นาทีก็ถึงคฤหาสน์ที่ว่า คฤหาสน์ทำจากอิฐและหิน มีทหารเฝ้าอยู่ด้านหน้า 2 คน แต่ Chief และ Edward เดินเข้าไปที่ห้องโถง เจอผู้คนหลากหลายที่อยู่ในห้องก่อนหน้าแล้ว บ้างก็สังเกตการณ์ บ้างก็จับกลุ่มคุยซุบซิบ แต่ที่เหมือนกันทุกคนคือ พยายามทำตัวแต่งกายให้ดูธรรมดาถูกลืมง่ายมากที่สุด เป็นกฎเหล็กในการกลมกลืนไปกับฝูงชน ซึ่ง Chief ในตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน ต้องขอบคุณชุดจาก Edward จริงๆ


            Chief มองไปที่มุมห้อง มีชายผมสั้น สีหน้าเคร่งขรึมนั่งอยู่ ท่าทางโดดเด่น ไม่เหมือนข้าราชการ แต่มีความตื่นตัวเหมือนทหารยามที่ยืนเฝ้าอยู่ในห้อง น่าจะเป็นทหารหรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ภาคสนาม แต่เขาอยู่ไม่สุขเท่าไหร่ หมุนบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดเล่นไปมา เหม่อลอยเอามือแตะปกเสื้ออยู่เรื่อยๆ 


            ในอีกมุมหนึ่ง มีหญิงสาวผมสั้นนั่งนิ่งผิดธรรมชาติ สายตาคมกริบของนางสำรวจทั่วห้องตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึง


            ไกลออกไปไม่มาก มีกลุ่มชนชั้นผู้ดีที่แต่งกายหรูหรากำลังพูดคุยกันอย่างลื่นไหล ราวกับว่าฝึกฝนมาอย่างดี ฝั่งนักธุรกิจชุดขาวคุยว่า ผลลัพธ์สงครามก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว สิ่งที่นครหลวงต้องคิดตอนนี้ไม่ใช่ว่าจะแพ้หรือไม่ แต่จะต่อรองกับ DisCity ยังไงมากกว่า Monolith ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อการสู้รบ แต่จะเอาไปเป็นเครื่องมือต่อรอง 

            นักวิชาการอาวุโสก็บอกเตือนให้ Mr.Johnson คุยดีๆ ไม่ควรพูดตัดกำลังใจกันแบบนี้ ความล้มเหลวครั้งเดียวไม่ใช่การยอมแพ้ หน่วงงานข้อมูลของนครหลวงทำกันมายาวนานหลายทศวรรษ ถ้าจำเป็นจริงๆก็มีเครือข่ายและทรัพยากรมากเพียงพอจะทำสงครามยืดเยื้อยาวนาน ต้องแน่วแน่ไม่สั่นคลอน


            ในห้องมีกาแฟและน้ำตาลเสิร์ฟให้แขกที่มาเข้าร่วม แต่กาแฟไม่ใช่กาแฟ มันคือเหลวสีดำขมที่ทำจากการเคี่ยวผักกาด ชิมแล้วขมปี๋ ส่วนก้อนน้ำตาลที่เสิร์ฟคู่กันเป็นแค่ลูกอมราคาถูกคุณภาพไม่น่าไว้ใจ บ่งบอกถึงสภาวะขาดแคลนอย่างชัดเจน

เพิ่มเติม
-ในยุคนี้ เนื้อสัตว์เองก็หากินยากแล้ว แล้วในตอนนี้ที่เป็นยุคสงคราม ทุกอย่างยิ่งหายากกว่าเดิมอีก (พื้นฐานเกมนี้ สัตว์ก็สูญพันธุ์ไปเยอะ)


            Chief เพิ่งวางแก้วกาแฟสุดน่ากลัวเกินกว่าจะกล้าลิ้มลอง(สยอง)ลง ที่ชั้น 2 ก็มีคนๆ หนึ่งเดินมายืนอยู่พอดี Hilda เริ่มแนะนำตัวและขอบคุณทุกคนที่มาตามคำเชิญ ทุกคนในห้องหยุดเงียบฟัง เป็นครั้งแรกที่ Chief ได้เห็น Hilda ที่ไม่ได้จมอยู่ในกองมาเนียดำ รูปร่างผอมบางแต่ใส่เสื้อโค้ทใหญ่เกินตัวทำให้ดูตัวเล็กยิ่งกว่าเดิม ผิวซีดขาวจนแทบจะโปร่งใส ดวงตาเป็นสีเทาแดงเหมือนวิญญาณ แค่ยืนก็ดูเหนื่อยลำบากแล้ว ลมพัดนิดเดียวคงตัวปลิวละลายหายไป  

            Hilda โค้งคำนับช้าๆ พูดถึงเรื่อง Monolith เกริ่นตั้งแต่ Nightfall มนุษยชาติก็ต้องเจอหายนะมากมาย ทุกคนต่างก็ดิ้นรนต่อสู้กันเอง พูดถึง Dr.Keylan ผู้ค้นพบ Hypercube จนเริ่มสร้าง DisCity ขึ้นมา แต่ DisCity ในฐานะที่เป็นแหล่งเดียวของ Hypercube ควรจะเป็นพันธมิตรกับนครหลวง ไม่ใช่เจ้านาย Hilda กางแผนที่สงครามออกมา มีการทำเครื่องหมายจุดโจมตีที่สำคัญและรายละเอียดอื่นๆ กล่าวบอกว่า มีกองทัพอิสรภาพที่พยายามยุยงให้ผู้คนแตกแยก ทำให้ DisCity และนครหลวงเกลียดชังกัน หาผลประโยชน์จากสงคราม ข้อมูลของโปรเจค Monolith รั่วไหลจากไส้ศึก

เพิ่มเติม
-ผอมบางแห้งแรงน้อย คุ้นๆ เหมือนว่า Chief ก็ไม่ค่อยต่างกับเขานะ ดีดก็จะปลิวแล้ว



            คำว่าไส้ศึกทำให้ทุกคนในห้องกลั้นหายใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่เพราะเหตุนี้ Hilda ถึงได้ย้ายการพัฒนาระบบ Monolith มาที่คฤหาสน์ที่ควรจะปลอดภัยที่สุดแห่งนี้ ตอนนี้ Monolith ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงแค่การทดสอบ เลยเชิญชวนทุกคนมาที่นี่ แต่ก็คำนวนไว้แล้วว่าไส้ศึกอาจจะเข้ามาด้วย แต่ก็เป็นจังหวะที่ดีในการกำจัดไส้ศึก 

            Hilda เดินลงมาเพื่อตรวจตราแต่ละคน คนไหนคุ้นหน้าก็พยักหน้าทักทาย Chief พยายามสังเกตวิธีการตรวจสอบของ Hilda เริ่มจากใช้มือที่สวมถุงมือ จับชายเสื้อหรือปกคอเสื้อ กระซิบคุยไม่กี่คำ แล้วถึงผ่านไปคนถัดไป Chief เข้าใจท่าทางของชายหน้าขรึมที่มุมห้องในตอนนั้นทันที ปกคอเสื้อแต่ละคนจะมียาพิษอยู่ Chief เลยรีบเอาขนมที่แจกจ่ายมาใส่ในปกคอเสื้อตัวเองก่อนที่ Hilda จะมาถึงตัว 

            จนถึงตาของ Chief Hilda มายืนอยู่ตรงหน้า สีหน้างงๆ แล้วพูดขึ้นมาเบาๆ "...ฉันไม่คุ้นหน้าคุณ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อด้วย แถม...ท่าทางของคุณไม่เหมือนสายลับหรือเจ้าหน้าที่ข้อมูล” Hilda เอื้อมมือออกมาจัดปกเสื้อของ Chief ให้เรียบร้อย ไม่ได้ทำด้วยความรักใคร่แต่เพื่อการตรวจสอบ เรียบร้อยแล้ว Hilda ก็พูดว่า "ยาพิษของคุณขนาดใหญ่กว่ามาตรฐาน คุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการปกปิดตัวตนสินะ มาจากหน่วยงานอื่น...หรือไม่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะงั้นอย่าเสียเวลาเลย คุณคือใครกันแน่?"

เพิ่มเติม
-Chief เริ่มมีอารมณ์โรแมนติก โหยหาความรักบางอย่าง โดนจัดปกคอเสื้อให้หน่อย ทำไมต้องคิดภาพเหมือนภรรยาจัดเสื้อให้สามี เอาจริงๆ มีก่อนหน้านี้ที่สอบสวน3 Milly แต่ถ้าตามไทม์ไลน์เกมแล้ว เหตุการณ์อีเว้นท์ Hilda เกิดขึ้นก่อนสอบสวน3 Milly  หรือบางทีหัวไปกระแทกอะไรมารึเปล่า?


            Chief คิดว่าวางตัวดีแล้วนะ แต่ไม่รอดพ้นสายตาของ Hilda จริงๆ ต้องรีบสร้างตัวตนมาหลอก แต่เพราะทุกคนที่นี่คือสายลับที่ถูกเลือกโดย Hilda มากับมือ มีประวัติเกี่ยวข้องกับ Monolith Chief ที่เป็นคนนอกไม่มีทางรู้ไปมากกว่าคนพวกนี้แน่นอน

[ทางเลือก 1: ฉันคือสายลับพิเศษที่แฝงตัวเข้าไปในหน่วยงานข้อมูลของ DisCity]

            Chief คิดแล้วก็มั่นใจ จะซ่อนตัวในหมู่สายลับก็ต้องบอกว่าเป็นสายลับอยู่แล้ว แต่พอ Johnson ได้ยินเช่นนั้นก็แย้งขึ้นมาทันที เพราะ Johnson มีเครือข่ายสายลับใน DisCity ลึกมากพอตัว แต่ไม่มีชื่อของ Chief อยู่ในรายชื่อเลย เพราะอย่างนั้นแล้ว Chief ไม่ใช่คนที่แฝงตัวเข้า DisCity แต่เป็นคนของ DisCity ต่างหาก Hilda ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง ก่อนจะพูดออกมาว่า

            "น่าเสียดายนะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเจอที่นี่ได้ยังไง แต่คุณเข้ามาในโรงเชือดแล้วล่ะ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับนักข่าวนอกสังกัดหรือคนหลงทางจะเข้ามายุ่ง พาคุณคนนี้ออกไปที”

            แล้วยาม 2 คนในห้องก็ล็อคแขนของ Chief พาออกจากคฤหาสน์ทันที ฝนที่ตกพรำลงมาเริ่มกลายเป็นเมือกมาเนียสีดำ เริ่มเกาะตามตัวและกลืนกิน Chief เข้าสู่ความมืดพร้อมภาพที่บิดเบี้ยวหายไป

-ฉากจบ: ไม่ใช่ธุระกงการของคุณ-

เพิ่มเติม
-สี บรรยากาศของคฤหาสน์เปลี่ยนไปทันทีที่โลกบิดเบี้ยว



[ทางเลือก 2: ฉันคือผู้เชี่ยวชาญด้านพลังเหนือธรรมชาติที่นครหลวงส่งมา]

            พันธมิตรนครหลวงในตอนนี้เจอปัญหาใหญ่ พ่ายแพ้ให้กับ Augustus และกองทัพยมทูติของนาง ความเข้าใจด้านมาเนียมีน้อย แต่มาเนียสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้ นี่แหละคือโอกาส Chief บอกอ้างว่า ทางพันธมิตรเสียหายอย่างมากจากพลังเหนือธรรมชาติของฝั่ง DisCity ทางนครหลวงจึงได้มีการสร้างหน่วยงานลับๆ ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบที่มาของพลังเหล่านี้ Chief แนะนำตัวเอง บอกชื่อและตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมอธิบายต่อว่า Chief เข้ามายุ่งเกี่ยวกับ Monolith เพราะตรวจจับพลังเหนือธรรมชาติได้เป็นจำนวนมากในบริเวณคฤหาสน์แห่งนี้ ยิ่งเป็นการประชุมที่สำคัญมากยิ่งด้วย ทางเบื้องบนจึงส่ง Chief มาตรวจสอบ 

            ว่ากันตามตรง Chief ไม่ได้โกหกซะทีเดียว เพราะคฤหาสน์นี้ถูกสร้างมาจากมาเนียของ Hilda ตั้งแต่แรก อยู่ดีๆ จะมีเหตุการณ์มาเนียเกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และตามคาด พอพูดถึงพลังเหนือธรรมชาติแล้ว Hilda ก็เริ่มมอง Chief อย่างพินิจพิเคราะห์ 

            สาวสวยเดรสแดงตั้งคำถามออกมาว่า ไม่เคยได้ยินชื่อตำแหน่งนี้มาก่อนเลย ส่วน Johnson ยังระแวงอยู่ เข้าใจได้ถ้าจะมีการจัดตั้งตำแหน่งนี้ขึ้นมา แต่มาพูดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเวลานี้ เป็นอะไรที่ยืนยันไม่ได้ ทางด้าน Hilda เพียงแค่ขอบคุณ Chief ที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้ ทำให้ผู้คนในห้องเริ่มกระซิบกระซาบไม่ค่อยไว้ใจ สีหน้าของ Hilda ยังคงนิ่งดั่งน้ำแข็ง แต่ก็พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปยืนบนบันได ซึ่ง Chief ไม่รู้เลยว่า Hilda เชื่อหรือเล่นตามน้ำไปก่อน 

เพิ่มเติม
-ในอีเว้นท์นี้ Chief เรียกพลังมาเนียว่า พลังผิดธรรมชาติ อาจจะเป็นเพราะ เป็นการพูดผ่านมุมมองของคนนอก DisCity ที่ไม่เข้าใจพลังนี้ แต่ขออนุญาตเรียกว่า พลังเหนือธรรมชาติ ตามที่ใช้ไปในสรุป Shattered Blade 
-สาวสวยเดรสแดงคนนี้คุ้นๆ นะคะ มาจาก RaccoonCity รึเปล่—


            Hilda กล่าวว่า หน้าที่ของ Hilda คือ ทดสอบขั้นสุดท้ายและปรับแกนหลักของต้นแบบ Monolith ให้เสร็จภายใน 3 วัน ส่วนไส้ศึกก็คงพยายามขโมยไม่ก็ทำลาย Hilda จึงขอทำงานเก็บตัวอยู่ในห้องตัวเอง เพื่อเป็นเหยื่อล่อไส้ศึก Hilda เป็นเพียงนักถอดรหัส เก่งในการถอดรหัสและสร้างระบบ ไม่ใช่การตรวจสอบเฝ้าดู กลุ่มคนในห้องนี้เชี่ยวชาญด้านเฝ้าจับตามองมากกว่า Hilda เพราะเช่นนั้นแล้ว เลยขอความร่วมมือทุกคนในห้องนี้เป็นหูเป็นตากันและกัน ถ้าไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ก็ไม่ต้องทำอะไร รอและจับตามองต่อไป วันที่ Monolith สร้างเสร็จจะมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน หวังว่าความร่วมมือของเราในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าจะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

            Hilda มองดูทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่สายตาหยุดลงที่ Chief แล้ว Hilda ก็เดินขึ้นชั้นบนกลับไป ทุกคนที่เหลืออยู่เริ่มพูดคุยกันต่อทันที เริ่มพยายามตามหาไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่ ระแวงกันเองทุกคน

            Edward เข้ามาคุยกับ Chief ทันทีว่า "อ๋อ ชื่อ Chief นี่เอง ขอเรียกว่าเจ้าหน้าที่ Chief นะ" แต่ Chief กลับจำ Edward ไม่ได้แล้ว แถมสะดุ้งตกใจที่ Edward อยู่ใกล้มาก อยู่ดีๆ ก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ Chief ตอบกลับไปว่า ชื่อไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือการรู้ว่าใครเป็นใครกันและตั้งใจมาทำอะไรนี่ Edward ยิ้มตอบกลับมาว่า รู้สึกโชคดีและซาบซึ้งมาก เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ได้เจอเจ้าหน้าที่พิเศษ แม้ว่าจะต้องฝ่าฝนมาด้วยกันก็ตาม แต่ Chief ไม่อยากฟังเรื่องเล่าร้อยแปดของ Edward ว่าซึ้งแค่ไหน เลยพูดถามเกี่ยวกับคนในห้อง พร้อมทำท่าทางให้ Edward ดูคนรอบๆ เพราะ Hilda ในตอนนี้คือเหยื่อล่อไส้ศึก Chief เลยต้องการรู้ข้อมูลให้มากที่สุด จะถูกหรือผิด เชื่อถือได้หรือไม่ก็ไม่สำคัญ ยิ่งรู้มากยิ่งดี 

เพิ่มเติม
-การขี้คุยของ Edward ทำให้ Chief ไว้ใจระดับที่กล้าถามข้อมูลได้ก็ถือว่าเนียนมาก ตามปกติข้อมูลพวกนี้เขาถาม/บอกกันซะที่ไหน
-อารมณ์เหมือนเล่นเกม Werewolves ใครเป็นหมาป่าในหมู่พวกเรา


            Edward ก็ร่าเริงเช่นเคย บอกว่าไปคุยกับคนหลายๆ คนมาแล้ว พอจะรู้มาบ้าง Chief เริ่มถามทันทีว่า Hilda ประวัติเป็นยังไง Edward รายงานว่า Hilda เป็นคนจาก Sevael ทำงานในหน่วยรหัสข้อมูลลับ เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัสและวิศวกรรม แต่ให้มีพรสวรรค์แค่ไหน ก็ไม่ได้เลื่อนขั้นเพราะตราบาปทางการเมืองของพ่อแม่ Hilda และ 2 ปีที่แล้ว (N.F.69) Hilda ย้ายงานจากนครหลวงมา DisCity เพื่อถอดรหัสลับจนได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโส และ 6 เดือนที่แล้ว (N.F.71 เดือนมีนาคม) Hilda ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโปรเจค Monolith


            Manphist หรือก็คือนักวิชาการอาวุโสคนนั้น เป็นคนจาก Sevael เช่นกัน อดีตหัวหน้าหน่วยรหัสข้อมูลลับ หลังเกษียณถูกจ้างมาเป็นครูผู้ฝึกสอน แฝงตัวอยู่ใน DisCity มาหลายปี โด่งดังในเรื่องการตามหาคนมีพรสวรรรค์ สร้างสายลับเก่งๆ ให้นครหลวงหลายคนแล้ว


            ส่วน Johnson เป็นเพลย์บอยผู้ฉาวโฉ่ แต่ก็เป็นนักธุรกิจชนชั้นสูงจาก Fraser เป็นผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองเศรษฐกิจสงคราม เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ควบคุมเครือข่ายการเงิน ลักลอบการค้าผิดกฎหมาย อีกทั้งเป็นคนบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร DisCity ด้วยแรงกดดันทางเศรษฐกิจ 


            ทางด้าน Helene หรือ สาวสวยเดรสแดงคนนั้น เกิดและโตที่ DisCity เป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่ของฝ่ายปฏิบัติการ เข้าถึงข้อมูลได้น้อยอยู่ แต่ Hilda เป็นคนแนะนำมา ถนัดร้องเพลงและเต้น เข้าออกสถานบันเทิง เข้าถึงคนใหญ่คนโตเพื่อสืบหาข่าว 


            คนสุดท้าย Edward เกิดที่ Sevael ได้ Manphist เป็นคนแนะนำ ถูกฝึกสอนในหน่วยปฏิบัติการลับแฝงตัวและโจรกรรม ย้ายมา DisCity เมื่อ 3 ปีก่อน (N.F.68) แฝงตัวเข้ากรมการต่างประเทศในตำแหน่งผู้ช่วยทางการทูต ทำหน้าที่รวบรวมและส่งข้อมูลกลับ

            ทุกข้อมูลที่ Edward ให้มากระชับเข้าใจง่ายมากๆ ขนาด Chief ยังต้องชมว่ามีพรสวรรค์ด้านข้อมูลมาก 


            จู่ๆ เฟอร์นิเจอร์ก็ล้ม เสียงกระจกแตกดังลั่น ชายหน้าเคร่งขรึมตะโกนทะเลาะกับ ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ชายคนนั้นบอกว่า Hilda ไว้ใจไม่ได้เพราะพ่อแม่ของนางเป็นคนทรยศนครหลวง หนีมาอยู่ฝ่าย DisCity หาว่า Marlo เป็นบ้าไปแล้ว ต่อให้ Hilda เป็นหัวหน้าก็จริง แต่ก็ไม่ใช่แม่ที่จะต้องมาปกป้องด้วยชีวิต Marlo หัวเราะแล้วยกปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะ บอกว่าไม่เชื่อว่าจะมีไส้ศึกแค่คนเดียว ใครก็ตามที่น่าสงสัยจะยิงตายให้หมด 

            Chief รีบกระซิบถาม Edward ทันทีว่าเขาคือใคร Edward ตอบมาว่า เขาชื่อ Marlo Bannings เรียนโรงเรียนเดียวกันกับ Hilda มาก่อน เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ไม่รู้จักมากเท่าไหร่ แต่ที่ทำตัวกร่างแกร่งแบบนี้ อาจจะเป็นการแสดงก็ได้ ส่วนคู่กรณีคือ Horne แฝงตัวในแผนกโฆษณาชวนเชื่อของ DisCity เป็นคนที่หยิ่ง ชอบดูถูกคนอื่น

เพิ่มเติม
-Edward จำชื่อของ Horne ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ เกือบลืมไปแล้ว
-DisCity มีแผนกโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) 


            สถานการณ์ตอนนี้ Marlo กับ Horne เริ่มต่อยกันแล้ว ซึ่งเดาผู้ชนะไม่ยาก สภาพ Horne เละเทะจนคลานตะเกียกตะกายมาเกาะขา Chief เพื่อขอความช่วยเหลือ Chief มองลงไปกลับรู้สึกถึงมาเนียที่แปรปรวนผิดปกติ Marlo ชักปืนพร้อมยิงแล้ว Chief ต้องรีบตัดสินใจ

[ทางเลือก 1: ไม่ใช่เรื่องของฉัน]

            Chief สะบัดขาตัวเองออกจนเซถอยไปหน่อย Horne เริ่มหายใจติดขัด หน้าเริ่มบิดเบี้ยว ละลายกลายเป็นปีศาจ พร้อมร้องโอดครวญว่า ทุกคนกล้าทำแบบนี้กับเขาได้ยังไง! ฉันไม่ใช่ไส้ศึก! จนท้ายที่สุดแล้ว เมือกสีดำมาเนียเริ่มทะลุออกมาจากตัว สิ่งนั้นทำให้ Marlo ตกใจมาก รีบยิงด้วยสัญชาตญาณทันที ซึ่ง Chief ห้ามไว้ไม่ทัน Chief ที่อยู่ใกล้ Horne มากๆ เลยโดนลูกหลงจากปืนและมาเนียไปพร้อมกัน เลือดอุ่นๆ ไหลอาบหัว ร่างกายเริ่มชา เสียงผู้คนกรีดร้องดังลั่น พยายามหนีจาก Horne ที่กลายเป็น Corruptor แต่ก่อนที่ Chief จะตายไป มีอยู่เสียงหนึ่งที่อยู่เคียงข้าง Chief พยายามเรียกชื่อ Chief ด้วยความแพนิค เสียงนั้นคือ Edward…

-ฉากจบ: ห่ากระสุน-

เพิ่มเติม
-Edward นับว่าเป็นตัวละครที่พิเศษและแปลกตั้งแต่แรก 1. Edward ช่วย Chief ยอมให้ Chief ขึ้นรถ แถมมีชุดให้เปลี่ยนด้วย 2.Chief ปกติจะจำคนเก่ง ยิ่งเคยถูกช่วยจะยิ่งจำ แต่กลับจำ Edward ไม่ได้เท่าไหร่ 3. ครั้งนี้วินาทีสุดท้ายก่อนที่ Chief จะตาย Edward ตะโกนว่า “ผมจะทำยังไงถ้าคุณตาย!” 


[ทางเลือก 2: ฉันไม่ปล่อยให้ใครตายตรงหน้าเด็ดขาด]

            ในที่คับแคบแบบห้องนี้ ยิงกระสุนพลาดนัดเดียวก็พังพินาศได้ Chief เลยขยับไปยืนขวางไม่ให้ Marlo ยิง Horne นั่นทำให้ Marlo ยิ่งอารมณ์ร้อน แต่ Chief ใช้เหตุผลเข้าสู้ บอกว่า จะจับกุมเขาก็ทำได้ แต่ทำไมต้องยิงฆ่า? หรือว่า Marlo จะฆ่าปิดปากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง? Manphist เข้ามายุ่งด้วยทันทีว่าเห็นด้วยกับ Chief ทำให้ Marlo กับ Manphist มีปากเสียงกัน 

            ส่วน Chief ย่อตัวลงไปช่วยดึง Horne ลุกขึ้นยืน พร้อมอธิบายว่า การที่ Horne อยากออกจากที่นี่ในตอนนี้ยิ่งทำให้เป็นคนน่าสงสัยว่าเป็นไส้ศึกรึเปล่า ต่อให้บริสุทธิ์ก็เหมือนการทำให้แผนของไส้ศึกง่ายขึ้น Horne เถียงว่าจะอยู่หรือไม่ก็ตายอยู่ดี Chief ยังคงใจเย็นอธิบายต่อว่ารอให้ Monolith เสร็จจะดีกว่า ไม่มีใครออกจากที่นี่ได้แล้ว Horne ถึงใจเย็นลง แม้เหงื่อจะแตกผลั่กๆ แถมขอให้ Chief สาบานด้วย ว่าทุกคนจะได้ออกจากที่นี่ถ้า Monolith สำเร็จจริงๆ ก่อนจะหันไปกัดฟันมอง Marlo ด้วยความเครียด

            เป็นจังหวะนี้เองที่ Chief รับรู้ว่าต้นตอพลังมาเนียที่แปรปรวนผิดปกติอยู่ในกระเป๋าของ Horne แต่แล้ว Horne ก็ตะโกนคลุ้มคลั่งมาเนียขึ้นมาทันที Hilda กลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่สั่งว่า "ถอย" แล้วก็ยิงกลางหน้าผากของ Horne ทันที หยุดยั้งไม่ให้ Horne กลายร่างเป็น Corruptor เลือดมาเนียเข้มดำกระเซ็นเปื้อนหน้าของ Chief Edward รีบเข้ามาช่วย เช็ดหน้าให้ Chief ทันที แต่สายตาของ Chief หันไปมอง Hilda ที่อยู่ด้านบนบันได ปลายกระบอกปืนยังมีเขม่าควันลอยออกมา สีหน้าขมวดคิ้วครุ่นคิดจริงจัง แล้วหันมาเรียก Chief ให้ไปที่ชั้น 2 กับ Hilda 

เพิ่มเติม
-Edward คนดีศรีสังคม


            [ปลดล็อคกุญแจ] ในจุดนี้ผู้เล่นจะได้รับกุญแจไปปลดล็อคแต่ละส่วนของ Hilda ซึ่งแต่ละส่วนนี้ อ้างอิงทฤษฎีจิตวิทยาวิเคราะห์ (Analytical Psychology) Carl G. Jung ในเรื่องของแม่แบบบุคลิกภาพ

1. Self(ตรงตา Hilda) - ศูนย์กลางของทุกอย่าง ทั้งจิตสำนึกและจิตไร้สำนึก
2. Ego(ตรงคอ Hilda) - ศูนย์กลางของจิตใต้สำนึก ตัวตน เป็นส่วนที่ะมีสติสัมปชัญญะ สิ่งที่มีในทุกๆ วัน เช่นความคิด ความเข้าใจ ความทรงจำ ความรู้สึก 
3. Persona(ตรงหัวใจ Hilda) - หน้ากากที่สวมใส่เพื่อเข้าสังคม การแสดงบทบาททางสังคม ใช้มากไปก็ปิดกั้นตัวตน
4.Anim(ตรงเท้า Hilda) - ลักษณะซ่อนเร้น หรือ ตัวตนด้านในที่เป็นขั้วตรงข้ามกับเพศสรีระ เช่น Anima  ความอ่อนโยนนุ่มนวล(ลักษณะของหญิง)ที่แฝงอยู่ในเพศชาย หรือ Animus ความเด็ดเดี่ยวดุดัน(ลักษณะของเพศชาย)ที่แฝงในเพศหญิง 
5.Shadow(ตรงมือ Hilda) - เงาแฝง สัญชาติญาณของสัตว์ก่อนจะวิวัฒนาการเป็นมนุษย์

เพิ่มเติม
-MBTI ที่ทุกคนรู้จักเกิดขึ้นได้เพราะผู้สร้างได้รับแรงบันดาลใจจากทฤษฎีนี้เช่นกัน


            [ปลดล็อคกุญแจ] ส่วนแรกที่ผู้เล่นจะได้ปลดล็อคคือ Shadow ตำแหน่งอยู่ตรงมือ มีหมายเหตุว่า: มือคู่นี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้พิทักษ์รหัสลับและกุญแจ บัดนี้กลับแปดเปื้อนด้วยมาเนีย โปรดแทรกซึมเข้าไปในจิตสำนึกของเป้าหมาย ชำระล้างพื้นที่ที่ถูกครอบงำ และรักษาสัญญาณชีพจรของเธอให้อยู่ในภาวะคงที่

            มอนสเตอร์ในด่านที่น่าสนใจมี ผู้ทรมานแบบพิเศษและปกติ กับผู้สอบสวนไต่สวน ที่จะมีบทพูดข่มขู่ มุ่งร้ายทางร่างกายประกอบอยู่ 
ผู้ทรมานแบบพิเศษ: อย่าอ้อนวอนความเมตตาเลย ทางเดียวที่จะได้ชดใช้คือการยอมให้ฉันได้ฉีกกระชากคุณออกเป็นชิ้นๆ
ผู้ทรมานแบบปกติ: ในเมื่อคุณไม่ยอมพูดความลับออกมา ก็ให้บาดแผลบอกแทนคุณแล้วกัน
ผู้ไต่สวนแบบปกติ: เสียงกระดูกที่หักนี่มันช่างไพเราะงดงามจริงๆ คุณเคยคิดบ้างไหมว่าวันแบบนี้จะมาถึง?

เพิ่มเติม
-Shadow คือสัญชาติญาณของสัตว์ป่าก่อนจะวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ เป็นส่วนที่ถูกปฏิเสธ ไม่อยากยอมรับ อยู่ที่มือเพราะ มือคือการกระทำ จะสร้างหรือทำร้ายก็ได้หมด ทำสิ่งต่างๆ ความมืดในจิตใจคนจึงมักจะแสดงออกทางการกระทำมากกว่าการพูดหรือความคิด หลายๆ ครั้งคนเรามักจะ เผลอทำ สิ่งที่มาจาก Shadow โดยไม่รู้ตัว 
-เอาเข้าจริงในยุคสงคราม ผู้หญิงโดนกดขี่อย่างหนัก เลยสะท้อนมุมนี้ออกมาในรูปแบบของมอนเตอร์
-มอนเตอร์อีเว้นท์นี้ ดูแล้วได้รับแรงบันดาลใจจาก Silent Hill สำนึกในบาปของตนเอง หรือจะเป็นบาปที่หลอกหลอนก็แล้วแต่นานาจิตตัง 
-ส่วนผู้ตรวจตราที่มีดวงตาเยอะๆตีความได้ว่าเป็นดวงตาที่คอยจ้องมองทุกการกระทำ หรือมากกว่านี้ ก็เป็นการมองอย่างทะลุปรุโปร่ง บ่งบอกถึงปมภายในใจของ Hilda ที่สะท้อนออกมาให้เห็น



            Chief ขึ้นชั้น 2 เดินเข้ามาในห้องของ Hilda ที่อยู่ลึกที่สุด ภายในห้องตกแต่งอย่างงดงามคลาสสิก มีเอกสารเยอะแยะมากมาย ตรงกลางห้องมีเครื่องจักรโลหะสีดำ สูงประมาณครึ่งตัวคน (80 cm?) อยู่ น่าจะเป็นเครื่อง Monolith Chief เลยรีบจำรายละเอียดทันที ขนาดใหญ่เกินกว่าจะเคลื่อนย้าย ยังไม่สมบูรณ์ แถม Chief เองก็คงไม่อยากได้เครื่องที่ไม่สมบูรณ์ไปให้ Schorl หรอก มากยิ่งกว่านั้นคือ จะออกจากคฤหาสน์นี้ยังไงนี่สิ ตอนนี้ทำได้แค่อดทนใจเย็น

            Chief นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับ Hilda พอได้มานั่งโต๊ะเดียวกันแล้ว Chief ได้เห็นรายละเอียดของ Hilda ชัดเจน ผิวซีดจนเห็นเส้นเลือดสีน้ำเงิน ริมฝีปากที่ซีดบาง เห็นแล้วก็นึกว่าศพที่เพิ่งลุกออกจากโลง เห็นแล้วเย็นยะเยือกเหมือนไร้ชีวิต

            Hilda ถามขึ้นมาว่า "รู้รึเปล่าว่าทำไมฉันถึงขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว?" Chief สามารถเลือกตอบได้ว่า 

[ตัวเลือก 1: ขอบคุณที่เข้าไปช่วยเหลือตอน Horne นะ]
Chief กลัวว่าการกำจัดคนตรงๆ แบบนั้นจะทำให้มีปัญหาตามม แต่ Hilda จะตอบว่า "ผลลัพธ์โชคชะตาของ Horne เกิดจากการกระทำของตัวเขาเอง นั่นไม่ใช่ความรับผิดชอบของคุณ แต่คุณก็อยู่ที่นั่น เห็นสิ่งที่ฉันเห็น การตายของเขาไม่ปกติ เกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติ"

[ตัวเลือก 2: เกี่ยวเรื่องพลังเหนือธรรมชาติของ Horne ใช่ไหม?]
Hilda จะตอบว่า “คุณมีไหวพริบดีเลยทีเดียว”



            หลังเกิดเหตุการณ์ Horne กลายร่าง แถม Chief พูดเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังเหนือธรรมชาติ ไม่แปลกที่ตอนนี้ Hilda จะรอคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ Chief อธิบายว่า อาการติดเชื้อของ Horne ยังตื้นๆ ไม่ลุกลาม พลังเหนือธรรมชาติได้กระตุ้นความรู้สึกของ Horne ทำให้ความเครียดและความประหม่ากังวลทะลุขีดจำกัด แสดงออกแบบนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าติดเชื้อเมื่อไหร่ เพราะอาการทางจิตใจตรวจสอบยากกว่าอาการทางร่างกาย 

            Hilda ยกมือขึ้นขัด  "เรื่องของ Horne พักไว้ก่อน ฉันอยากจะคุยเรื่องพลังเหนือธรรมชาติ เพราะตั้งแต่หายนะนั้น พลังนี้ได้เกิดขึ้นทั่วทั้งโลกแบบสุ่ม ทุกเมืองประเทศถือว่าพลังนี้เป็นโรคร้ายที่ต้องรักษา แต่ DisCity กลับมาใช้มันเป็นอาวุธในสงคราม คุณเคยได้ยินชื่อ Catherine Augustus Andohar ไหม? อยู่ตระกูลนั้นแท้ๆ แต่กลับอยู่ข้าง DisCity สร้างกองทัพทหารที่ติดเชื้อพลังนี้ที่ Nirvana Port แถมผลงานในสนามรบนั้น…มีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด ด้วยเหตุนี้ คำถามคือ อะไรคือพลังเหนือธรรมชาตินี้กันแน่? ขอบเขตอยู่ตรงไหน? เราจะต่อกรกับมันยังไง? คุณในฐานะผู้เชี่ยวชาญคงอธิบายเรื่องนี้ได้ดี” 

เพิ่มเติม
-Augustus คนดัง ชื่อเสียงไปไกลจริงๆ
-ส่วนวีรกรรมสุดยอดของคุณ Catherine Augustus Andohar สามารถไปอ่านได้ที่อีเว้นท์ Shattered Blade (จิ้มอ่าน)


            เดาไม่ยากว่า Hilda อยากรู้เรื่องมาเนีย แถมใช้เรื่องนี้ในการทดสอบตัวตนที่แท้จริงของ Chief ด้วย Chief เลือกตอบไปว่า 

[ตัวเลือก 1: นี่เป็นข้อมูลลับ ทำไมคุณถึงอยากรู้?]
เพื่อแกล้งทำเป็นระวังตัว แต่ในใจ Chief ตอนนี้เห็นโอกาสทองที่จะได้เข้าใกล้และทำให้ Hilda ไว้ใจ Chief ทำเป็นถอนหายใจ ทำหน้าเคร่งขรึม

[ตัวเลือก 2: บอกไปตรงๆว่า ไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งขนาดนั้น]

            Chief บอกว่า สามารถแบ่งปันความรู้บางอย่างได้ เป็นงานวิจัยที่ยังไม่ถูกเผยแพร่ เพราะงั้นแล้ว ห้ามความลับนี้เผยแพร่ออกไปเด็ดขาด Chief อธิบายเรื่องทั่วไปของมาเนีย ซึ่ง Hilda ตั้งใจฟังอย่างมาก เริ่มจากว่าเป็นอาการติดเชื้อทางจิต เรียกว่า การติดเชื้อมาเนีย คนติดเชื้อก็จะหมกมุ่นกับอารมณ์จนเกิดอารมณ์ที่รุนแรง ทำให้เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย และเกิดการกลายร่าง จุดอ่อนคือเสียการควบคุมตัวเองง่าย ถ้าติดเชื้อเข้ามากๆ ร่างกายก็จะพังทลาย Hilda ถามขึ้นมาว่า "แต่ DisCity ใช้พลังนี้ แปลว่าพวกเขามีวิธีการควบคุมพลังนี้แล้วเหรอ?" Chief บอกว่า "เท่าที่รู้ ยังไม่มี" เพราะยังไง กว่าจะค้นพบ Shackle ก็อีกนานหลายสิบปี กว่าจะถึงตอนนั้นแล้ว คนที่ติดเชื้อทำได้แค่ใช้พลังใจอดทนต่อสู้กับมาเนียเท่านั้น คำตอบของ Chief ทำให้ Hilda ดูเศร้านิดๆ แล้วโกรธ แต่ไม่ถึงวินาทีก็กลับมานิ่งเหมือนเดิม พูดแค่ว่า

"งั้นเหรอ…" 

คำถามของ Hilda ลงรายละเอียดลงลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ สัญญาณแรกเริ่ม อาการติดเชื้อ อาการก่อนเสียการควบคุมตัวเอง แววตาท่าทางของ Hilda ดูสงสัยและสนใจมากๆ สลัดภาพลักษณ์ของสายลับจาก Outland ได้เลย ตรงหน้า Chief มีเพียงแค่นักเรียนที่ทุ่มเท หิวกระหายความรู้เท่านั้น "ผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณคงต้องเข้าพื้นที่ติดเชื้อและพบปะผู้ติดเชื้อบ่อย คุณปกป้องตัวเองอย่างไร?" Chief บอกว่า "ไม่มีวิธีปกป้องตัวเอง แต่เพราะเจอบ่อย Chief เลยรู้สึกถึงพลังมาเนียในสิ่งของไวขึ้น" Hilda ลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปยืนข้างๆ Chief พร้อมพูดว่า

"แปลว่า...สิ่งที่คุณแอบเอาออกมาจากกระเป๋าของ Horne...คือมีพลังเหนือธรรมชาติอยู่ ใช่ไหม?"


            อยู่ดีๆ หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังเท้า ห้องเย็นวาบ Chief รีบเก็บอารมณ์ควบคุมสีหน้าทันที แต่สายเกินไปแล้ว Hilda เห็นและไม่พลาดแม้แต่เรื่องเดียว Hilda พูดขึ้นมาว่า "ฮึ่ม... ปฏิกริยาบอกอะไรเยอะทีเดียว ดูเหมือนว่าฉันจะคิดถูก" Hilda เข้ามาใกล้มากกว่าเดิม จ้องมองใบหน้าของ Chief 

"สีหน้าของคุณ...เปิดเผยเกินไป คุณไม่ได้รับการฝึกมาเรื่องนี้สินะ คุณอ่านง่ายมาก เพราะงั้น ได้โปรด อย่าโกหกกับฉัน" 

            Chief ยอมหยิบปากกาอัดเสียงที่แอบหยิบมาจากกระเป๋าของ Horne ออกมาพร้อมบอกว่า อยากจะตรวจสอบด้วยตัวเอง ไม่มีปัญหาหรอกใช่ไหมล่ะ Hilda หัวเราะ หึ ออกมาเบาๆ บอกให้ Chief ไม่ต้องเครียด ไม่ได้จะกล่าวหา ที่จริงแล้วชื่นชมความกล้าที่เริ่มงานอาชีพนี้มากกว่า Hilda ตบบ่า Chief เบาๆ แล้วหยิบปากกาอัดเสียงไป ตรวจดูสักแปป ก็กดสวิตช์เพื่อฟัง

            เสียงที่บันทึกอยู่ในปากกา เป็นความลับระหว่าง 2 คน A คุยเรื่องหอนาฬิกาที่กระพริบแสงไฟทุกคืนที่ฝั่งตะวันตก B บอกว่าเป็นสถานที่นัดพบลับๆ ของสายลับจาก Farland A เลยเสริม ได้ข่าวว่า Farland จนตรอกกับสงครามจนสร้างโปรเจคลับที่ชื่อ Monolith ขึ้นมาเพื่อจัดการ DisCity นั่นทำให้ B หวาดกลัวขึ้นมา A เลยพา B กลับไป ก่อนจะบอกทิ้งท้ายว่า

"ขอฉันดูความลับของเธอหน่อย..."

เสียงที่เหลือก็กลายเป็นการชู้สาวอะฮู้อะฮ้าที่แสนจะลามกอนาจาร ทำให้ Hilda กดปิดทันที

เพิ่มเติม
-สงสารรรรรร


            Hilda พูดขึ้นมาว่า "ที่บันทึกเสียงนี้เอามาจากด้านนอกแน่นอน และคุณก็ไม่เคยติดต่อกับ Horne ฉันขอถือว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ของคุณ" Hilda หยิบไฟล์จากโต๊ะขึ้นมาเปิดดูด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม "หลังจาก Horne เข้ามาประจำการที่ DisCity เมื่อสามเดือนก่อน หน้าที่ของเขาก็เริ่มล้มเหลว เมาแล้วทำข้อมูลสำคัญหลุดถึงหูของนักเต้นรำ แถมส่งต่อข้อมูลโดยไม่ใช้รหัสลับ ข้อมูลที่หลุดเกี่ยวข้องกับ Monolith แต่เพราะเขามีเครือข่ายอำนาจ ทำให้คำร้องเรียนต่างๆ ถูกเมินเฉย เขาไม่ถูกลงโทษ กลายเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการถูกใช้งาน"

            Chief เสริม "แปลว่า หลังจากที่เรามาถึงคฤหาสน์ มีใครบางคนให้ปากกาอัดเสียงที่ติดเชื้อมาเนียกับเขา" Hilda ยืนยันว่าใช่ และนำรูปถ่ายออกมา 3 ใบ ภาพทุกรูปเบลอหมด ไม่ชัดด้วย บ่งบอกว่ากล้องเก่ามาก "คนพวกนี้คือคนที่ได้พบปะกับ Horne ตั้งแต่มาที่นี่ โปรดตรวจสอบและหาว่าใครเป็นคนให้ปากกาแท่งนี้กับเขา" Chief ถามย้ำ จะให้หาผู้ต้องหาจากรูปแค่นี้? Hilda บอกใช่ แค่นี้ก็บอกเยอะแล้วนะ 


            Chief หยิบแต่ละรูปดู รูปแรก(ซ้าย) Horne นั่งดื่มไวน์แดงกันอยู่ ส่วน Huck กำลังยื่นอะไรบางอย่างยาวๆ ไปหา Horne รูปสอง(กลาง) แก้วไวน์ของ Horne แตก พยายามใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดไวน์ที่เปื้อนบนเสื้อผ้า ในระหว่างที่ทะเลาะกับ Marlo รูปสาม(ขวา) Horne ดูหงุดหงิดมากเพราะโดนขัดบทสนทนา ตะโกนเสียงดัง Chief ขอเลือก 

[รูปที่ 1: Huck]
Hilda ก็เข้าใจได้ เพราะในรูป Huck กำลังส่งอะไรบางอย่างให้ Horne เดี๋ยว Hilda จะจัดการ Huck เงียบๆ เอง 

[รูปที่ 2: Marlo]
Chief เลือก Marlo เพราะในห้องโถงก่อนหน้านี้ Marlo ดูอารมณ์รุนแรงเกินไปเหมือนถูกวางแผนมาแล้วล่วงหน้า Hilda ก็เข้าใจได้ เดี๋ยวจะขอคุยกับ Marlo ทีหลัง 

[รูปที่ 3: Nolaine]
Nolaine ดูเป็นคนที่แยกตัวออกห่างมากที่สุด เหมือนพยายามไม่เกี่ยวข้อง คนแบบนี้แหละคือคำตอบ Hilda ก็เคารพการตัดสินใจของ Chief 


            Hilda บอกขอบคุณ Chief ที่ให้ความร่วมมือ วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว Chief จึงได้เดินออกมา ยังประหม่ากับการคุยตรงๆ กับ Hilda อยู่เลย แต่โถงทางเดินตอนนี้โล่งไปหมด ฝนยังตกพึมพำอยู่ Edward โผล่หน้ามาถามว่าเป็นไงบ้าง? Chief ถามถึงคนอื่นๆ ว่าไปไหนกันหมด? Edward ถึงอธิบายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ไม่มีใครอยากอยู่ห้องโถง ไปอยู่ที่ห้องกินข้าวกัน อาสานำทางให้ Chief เลยตอบไปว่า 

[ตัวเลือก 1: รอฉันอยู่ที่นี่ตลอดเลยเหรอ?]

            Edward ก็ตอบว่าใช่ เป็นห่วง Chief มากๆ เพราะห้องของ Hilda เป็นห้องที่คนหัวหลุดบ่อยๆ บอกว่าเรียกไปถามอะไรนิดหน่อย แต่มันก็คือการสอบสวนนั่นแหละ ตู้เสื้อผ้าที่ไม่มีเสื้อผ้า แต่เป็นเครื่องมือพิเศษ ใครโดนเรียกไปก็กลัวกันทั้งนั้น Chief ออกมาครบ 32 ก็ดีแล้ว Chief ถ่อมตัว บอกว่าไม่ได้พิเศษขนาดนั้น แต่ก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ  แต่ Edward ยังคงชม Chief ยกยอปอปั้น เล่าว่าถ้าเสร็จงานนี้ อยากขอย้ายตำแหน่งออกจาก DisCity กลับนครหลวง ขอเข้าทำงานที่ศูนย์ต่อต้านและรับมือมาเนียได้ก็คงดี ถ้าถึงตอนนั้นแล้ว Chief ช่วยพูดแนะนำตัว Edward หน่อยก็ดีเพราะ Edward อยากเลิกเป็นสายลับแล้ว อยากได้งานที่ทำแล้วภูมิใจในตัวเอง 

            ความจริงใจของ Edward มันมากจน Chief เองยังตกใจ แต่ Chief ก็รับปากว่าจะพูดถึง พร้อมถามด้วยความสงสัยว่าถ้าไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ ทำไมถึงเริ่มทำงานเป็นสายลับล่ะ? Edward หัวเราะแห้งๆ เล่าว่า Edward เป็นคนที่ถูกลืมง่าย ไร้ตัวตน เข้าคลาสเรียนอาจารย์ยังลืมเช็คชื่อของเขา Manphist เจอเขาที่โรงเรียน เป็นคนเลือก Edward เองกับมือ นั่นทำให้ Edward รู้สึกดีมากที่มีคุณค่าในสายตาของใครสักคนสักที ก็เลยติดตาม Manphist จนกลายเป็นสายลับแบบนี้ ด้วยพรสวรรค์ที่ถูกมองข้าม ต่อให้ยืนอยู่ข้างๆ เป้าหมาย เขาก็ไม่รู้ตัวเลย 

            คำอธิบายของ Edward ทำให้สมอง Chief เข้าใจทันที ว่าคนถ่ายรูปทั้ง 3 ที่เห็นในห้องของ Hilda คือใคร Chief พยายามวิ่งหนีทันที แต่ Edward ตะครุบจับ Chief ไว้ได้ทัน แล้วใช้เชือกตกปลารัดคอ Chief จนจะขาด Chief ถามเฮือกสุดท้ายว่า "นายคือไส้ศึกเหรอ?" Edward ก็บอกไม่ใช่น่ะ แต่เขาบอกว่าอาจจะใช่นะ แล้วเสียงคอของ Chief ก็ดังกรุบ

-ฉากจบ: ผู้ไร้ตัวตน-


[ตัวเลือก 2: ไม่เป็นไร ฉันไปเองได้]

            Edward พูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีทันทีที่โดนปฏิเสธ แล้วเริ่มประชดอย่างสุภาพว่า เชิญเจ้าหน้าที่ Chief ไปก่อนได้เลยครับ แล้วถอยกลับไป 1 ก้าวด้วยความผิดหวัง แต่พอ Chief เดินผ่าน Edward ไป Chief ก็โดนอะไรบางอย่างที่หลังคอ Edward สบถออกมาว่า "ไม่น่าทำเรื่องให้ยุ่งยากแท้ๆ ถ้าส่งแกให้ DisCity ได้ ฉันก็จะได้กลับบ้านอย่างเป็นอิสระ" 

-ฉากจบ: ผู้ไร้ตัวตน-


 [ทางเลือก 4 : ไม่เลือกสักรูป คนอื่น] (ปลดล็อคหลังเลือกรูปใดรูปหนึ่ง)

            Chief วางรูปทั้ง 3 ลงแล้วบอกให้ Hilda ดูดีๆ รูปแรก(ซ้าย) Horne ได้รับแก้วไวน์จากพนักงานเสิร์ฟ รูปสอง(กลาง) แก้วไวน์แตก Horne เช็ดเสื้อด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ได้รับมา รูปสาม(ขวา) Horne เข้าไปขัดบทสนทนาระหว่าง Nolaine กับใครสักคน Chief พูดว่า ในสามรูปนี้ นอกเหนือจากคนในรูปแล้ว เรายังมีคนที่ 4 นะ นั่นคือ (รูปแรก)พนักงานเสิร์ฟ (รูปสอง)คนที่ให้ผ้าเช็ดหน้า และ (รูปสาม)คนที่คุยอยู่กับ Nolaine และคนๆ นั้นเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก Edward 

            คำตอบนี้ทำให้ Hilda ปรบมือ สีหน้าพอใจ ยอมรับในตัว Chief อย่างจริงใจ และชมออกมาว่า 

“ถูกต้อง Edward เชี่ยวชาญด้านการแอบแฝง ถ้าไม่คอยจับตามองดีๆ ก็จะมองข้ามเขาได้ง่าย อะไรทำให้คุณคิดว่าเป็นเขา?”


[ตัวเลือก 1: ฉันมีแหล่งข้อมูลน่ะ]
Hilda พูดทันทีว่า "เป็นงั้นเหรอ? ไม่นึกเลยว่าผู้เชี่ยวชาญด้านพลังเหนือธรรมชาติจะมีแหล่งข้อมูลกับเขาด้วย น่าตกใจจริงๆ 

[ตัวเลือก 2: ฉันเป็นคนช่างสังเกตน่ะ]

            Hilda ก็เห็นด้วยเพราะคิดเหมือนกัน ไว้ค่อยเรียกตัว Edward มาคุยทีหลังดีกว่า พูดจบ Hilda ก็นั่งหลังตรง พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนมากขึ้นว่า "ฉันควรขอโทษคุณที่สงสัยตัวตนของคุณ หรือบางที ฉันยังไม่ได้ยืนยันตัวตนที่แท้จริงของคุณ แต่ความรู้เกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติของคุณเข้าขั้นผู้เชี่ยวชาญแน่นอน แถมคุณมีไหวพริบในการวิเคราะห์และสรุปเหตุผลที่เฉียบแหลม สามารถหาตัว Edward ได้ด้วยข้อมูลน้อยนิด ฉันทึ่งประทับใจมาก" ถึงแม้ปากจะชม แต่ท่าทางยังคงระแวงอยู่ แววตาดูสงสัยและงุนงง 

            Chief ยังคงวางตัวเหมือนเดิม ตอบกลับพลางสบตาอย่างตรงไปตรงมาและใจเย็นว่า Chief แค่ทำตามหน้าที่ ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าแผนการใช้ตัวเองและ Monolith เป็นเหยื่อล่อหรอก อันตรายเกินไป "คุณเด็ดเดี่ยวมาก" คำชมของ Chief ทำให้ Hilda ไม่พอใจสักเท่าไหร่ หันหน้าหนี พูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งและมุ่งมั่น "เด็ดเดี่ยวเหรอ? DisCity ทดลองกับมนุษย์ สร้างกองทัพซอมบี้ที่ถูกพลังควบคุม ไหนจะไส้ศึกที่ขายความลับ หักหลังประเทศชาติอีก ถ้าเทียบกับคนพวกนั้น วิธีการของฉันนับว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุผล ฉันทำเพื่อผู้คนที่เราสูญเสีย เพื่ออนาคตของชาติ ฉันพร้อมเป็นหมากบนกระดาน ลากคอไส้ศึกออกมาให้ได้" 


            เสียงเคาะประตูดังขึ้น Marlo บอกว่า Edward หายตัวไป หาที่ไหนก็ไม่เจอ ทั้ง Chief และ Hilda ตาม Marlo กลับมาที่ห้องโถง คนอื่นๆเองก็กลับมารวมตัวกันหมดแล้ว Marlo หยิบของแต่ละชิ้นบนโต๊ะให้ Hilda ตรวจสอบ บอกว่าเจอในห้องเปล่าห้องหนึ่ง เหมือนว่า Edward จะทิ้งของทุกอย่างที่อาจจะทำให้เขาหนีได้ช้า

            ของบนโต๊ะมี กล่องบุหรี่ปลอม(เครื่องอัดเสียง) คล้ายกับปากกาของ Horne ก่อนหน้านี้ และ เอกสารข้อมูลส่วนตัวของทุกคนในคฤหาสน์ สิ่งที่ Chief ฝากให้ Edward ทำให้นั่นเอง

            Marlo บอกว่า คนที่อยู่รอบนอกไม่เห็นอะไรเลย แถมรอบๆ นี้มีแต่ป่าเขา ฝนตกไม่หยุด Edward ยังอยู่ในคฤหาสน์แน่นอน ทุกคนช่วยกันหาทันที เชื่อว่า Edward เป็นไส้ศึก การได้กำจัดใครสักคนอาจทำให้ความตึงเครียดคลายลง Chief เองก็ร่วมหาด้วย


            Chief สามารถเลือกได้ว่าจะไปหาที่ระเบียง(ปลูกสวนดอกไม้ไว้) หรือ ห้องทำงานชั้น 3 ที่ Marlo เจอเอกสาร แต่ก็จะไม่เจออะไรมาก จนกระทั่งไปที่ชั้นใต้ดินลับ สภาพพังยับเยิน และอีกหนึ่งชีวิตที่หายใจร่วมอยู่ ใช่ Edward เองแหละ ยืนอยู่ในมุมมืดๆ ถืออะไรบางอย่างอยู่ในมือ Edward หัวเราะเบาๆ บอกว่า เดาไว้อยู่แล้วว่า Chief จะเป็นคนที่หาตัวเขาเจอ เพราะมีคนมาหาตรงนี้หลายคนแล้วแต่ไม่มีใครมองเขาเลย แต่อย่าขยับเข้ามานะ ผมมีปืนน่ะ ไม่ชอบใช้หรอก คาดเดายาก แต่ Edward อยากคุยกับ Chief ก่อนจากไป 

            Edward ถามว่า ได้เอกสารที่ทิ้งไว้ให้รึเปล่า? Chief แค่พยักหน้า Edward ก็ดีใจ บอกว่าเขียนส่วนของ Hilda ละเอียดที่สุดแล้ว เพื่อ Chief เลย ก่อนจะเริ่มบอกลาว่า ไม่รู้ว่า Chief เป็นใครกันแน่ แต่ดีใจที่ได้ร่วมงานด้วย Chief แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ Edward ก็หัวเราะเบาๆ บอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก ความลับของคุณน่ะ ผมจะเก็บไว้ให้เอง ผมอยากช่วยคุณจริงๆ นะ ด้วยความสามารถของผม ผมเป็นได้แค่สายลับเท่านั้นแหละ แต่ผมเกลียดความมืดน่ะ แต่การที่ผมได้ช่วยคุณ ผมรู้สึกดีนะ คุณเป็นคนเดียวที่เห็นตัวตนของผม ใส่ใจผม ถ้าได้คุณเป็นหัวหน้าก็คงจะดี แต่ผมโชคร้ายน่ะ DisCity จับได้ ผมเลยต้องยอมขายข้อมูลของนครหลวงบ้าง Hilda คงรู้แล้วแหละ ถึงได้เชิญผมมาที่นี่ บางที Hilda อาจจะอยากกำจัดทุกคนทิ้งก็ได้ ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครคือไส้ศึกที่แท้จริง" 


            Chief ถามว่า ทำไมเลือก Horne? Edward ตอบว่า เพราะไส้ศึกตัวจริงบอกให้เลือกคนที่ดูอ่อนแอมากที่สุดเพื่อทดสอบน่ะ Horne ยุยงง่ายสุดแล้ว Chief ถามต่อ ใครคือไส้ศึกล่ะ? แต่ Edward กลับเตือน Chief ว่า อย่าฝากความหวังไว้กับ Hilda เพราะหัวใจทั้งดวงของนางมีให้ชาติเท่านั้น ส่วนเรื่องของไส้ศึก จับไม่ได้หรอก แต่สุดท้ายแล้วนี่ก็เป็นทางเลือกที่ Edward เลือกเอง อย่างน้อยๆ ก็ได้คุยกับ Chief ก่อนจากไป แถมได้ทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ Chief ด้วย แต่จะมีประโยชน์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัว Chief แล้ว

            "ถึงเวลาแล้ว ลาก่อนนะ Chief" Edward ยกปืนในมือขึ้นมาจ่อขมับตัวเอง 

            ไม่ว่า Chief จะพูดอะไร Edward ก็ยิงอยู่ดี จากไปด้วยใบหน้าที่ดูพึงพอใจไร้ความเจ็บปวดใดๆ สำหรับสายลับที่ไม่เคยได้เลือกใช้ชีวิตของตัวเอง การตัดสินใจนี้อาจจะเป็นการตัดสินใจเดียวและสุดท้ายที่ Edward ได้เลือกเพื่อตัวเองจริงๆ 


            ไม่กี่นาทีถัดมา Hilda ก็มาถึง เห็นร่างของ Edward ที่นอนตายอยู่พร้อมกับ Chief ที่ยืนอยู่คนเดียว Hilda เม้มปาก เดินเข้ามายืนข้างๆ แล้วใช้ถุงมือหนังของตัวเองเช็ดเลือดที่แก้มของ Chief ให้ Hilda ถามว่าเกิดอะไรขึ้น Chief ก็เล่าบอกในระหว่างที่ Hilda คุกเข่าลง เช็คดูของบนตัว Edward เจอปากกาอัดเสียง โพสอิทโชกเลือด และกองเอกสารเปื้อนเลือด Hilda เอาหลักฐานแต่ละชิ้นมาห้องพิเศษเพื่อแช่สารพิเศษ ละลายเลือดให้หายไป 

            Hilda อ่านเอกสารเหล่านี้แล้วจี้ถาม Chief ทันที ว่ารู้รึเปล่าว่านี่คือเอกสารอะไร? แต่ Chief อยู่ห่างจนอ่านไม่ได้ เลยตอบไปตรงๆ ว่า Chief จะรู้ได้ยังไง? เป็นของ Edward ไม่ใช่เหรอ Hilda เอียงคอบอกว่า "นี่คือรายงานการสืบสวน Edward สังเกตและจดไว้เกี่ยวกับพฤติกรรม และเรื่องผิดปกติที่น่าสนใจหลายจุดของคุณ เขาเขียนว่า ทันทีที่คุณมาถึง คุณสนใจรายละเอียดของแต่ละคน และขอเอกสารรายละเอียดข้อมูลของแต่ละคน Edward ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญด้านพลังเหนือธรรมชาติจะต้องใช้ข้อมูลพวกนี้ คิดแล้วก็นั่นสินะ ฉันก็สงสัย" 


            Chief ถึงกับบ่น Edward ในใจว่าเนี่ยเหรอ สิ่งที่ทิ้งไว้ให้?? แต่ Chief ไม่มีทางเลือกนอกจากตอบออกไป "คุณเป็นคนเตือนฉันเองว่าที่นี่มีความอันตราย มันแปลกตรงไหนถ้าฉันจะอยากได้ข้อมูลมาเพื่อปกป้องตัวเอง" "ถ้าเช่นนั้น ทำไมข้อมูลส่วนใหญ่ถึงเจาะจงมาที่ฉัน?" "คงเป็นความลำเอียงของ Edward เพราะเขาสนใจคุณอยู่" Chief กล่าวอ้างคนตายได้แหละ แต่สีหน้าของ Hilda เคร่งขรึมกว่าเดิม "เรื่องคนก็อย่าง แต่คุณสนใจ Monolith มากพอตัว เพราะอะไร?" "พวกเรามารวมตัวกันเพราะ Monolith แถมเกี่ยวพันกับแผนการถัดไปของชาติ ถ้าสนใจแล้วผิดตรงไหน?" "แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติ คุณกลับไม่สนใจความผิดปกติรอบคฤหาสน์ ไม่มีแม้กระทั่งอุปกรณ์หรืออาวุธ คุณดู...ประมาทดีนะ"  เรื่องนี้ Chief ตอบอะไรไม่ได้เลย Hilda ถึงได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ "ถ้าคุณไม่ยอมพูด ฉันคงต้องใช้วิธีอื่น" 

            Hilda หยิบหลอดฉีดยาแก้วออกมา ของเหลวใสภายในสะท้อนแสง พร้อมอธิบายว่า นี่คือยาแห่งความจริง มีผลประมาณ 30 นาที แต่ผลข้างเคียงคือ ความทรงจำที่หายไป ไม่ก็อาการทางจิต Chief ไม่รู้หรอกว่าจริงหรือหลอก แต่ก็ตอบออกไปว่า 



[ทางเลือก 1: ปฏิเสธและหนี]

            Chief วิ่งไปที่ประตู พยายามเปิดห้อง แต่ห้องล็อค Hilda ยืนมองอยู่เงียบๆ และเข้ามาประชิด ฉีดยาเข้าตัว Chief และโลกก็เริ่มหมุนทันที พร้อมีคำถามสุดท้ายจากปากของ Hilda ก่อนที่ Chief จะหมดสติไป

"เอาล่ะ...  บอกฉันมาดีๆ คุณคือใครกันแน่?"

-ฉากจบ: ผู้สวมรอย-


[ทางเลือก 2: ใช้ไปก็เปลือง คำตอบของฉันไม่เปลี่ยน]

            “ผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติสำคัญกับชาติมากนะตอนนี้ จะยอมใช้ยาให้ฉันกลายเป็นผักเพื่อแค่ลางสังหรเหรอ? คุ้มเหรอ?” 

คำพูดของ Chief ทำให้ Hilda ชะงักไปชั่วครู่ แล้ววางหลอดยาลง

"ถ้างั้นพิสูจน์สิ" 

Chief ไม่เข้าใจ Hilda พูดต่อ

"คุณพูดเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติ ถ้าเช่นนั้นก็พิสูจน์ความเชี่ยวชาญของคุณ"

            แต่ Chief ทำอะไรที่นี่ไม่ได้ ลองแล้วแต่ใน LINK ใช้งาน Shackle ไม่ได้ ทำได้แค่มอง Hilda ถอดถุงมือช้าๆ เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับจี้ถาม Chief "คุณคุยกับฉันมาตั้งนาน แต่คุณกลับไม่รู้สึกถึงพลังที่ฉันมี มันเป็นเรื่องที่น่าสงสัย ถ้าจะพิสูน์ตัวเองก็ทำซะตอนนี้ ไม่งั้นก็ตาย" 

            มือของ Hilda ซีดแห้งเหมือนกระดูก มีรอยมาเนียสีแดงเรืองแสงจางๆ รวมกันอยู่ที่ฝ่ามือ เป็นลักษณะของอารัม แต่ก็เป็นชนิดที่ Chief ไม่เคยเห็นมาก่อน Hilda ไม่สนใจว่า Chief จะลังเลแค่ไหน Hilda กุมข้อมือของ Chief แล้วประสานมือ หนามมาเนียสีดำทิ่มทะลุมือทั้งสองฝ่าย Chief รู้สึกถึงผิวสัมผัสของนิ้วมือที่เย็นกระด้างก่อนที่ความเจ็บปวดจะครอบงำ มาเนียเริ่มไหลเข้าสู่เลือด Chief ทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟัน Hilda ถอนหายใจแล้วกุมมือแน่นกว่าเดิม แล้วพลังก็เพิ่มมากขึ้น Chief เริ่มทรมานจนล้มทั้งยืน แต่ Hilda ก็พยุงเอาไว้ สีหน้าผิดหวัง

"ยังจะโกหกอยู่อีก คุณทำอะไรกับพลังนี้ไม่ได้ ทำได้แค่อดทน เพราะอย่างนั้น บอกฉันมาดีๆ คุณคือใครกันแน่?" 

            Hilda ปล่อยตัว Chief ให้ทรุดลงกับพื้น Chief เห็นเอกสารของ Edward ก็นึกขึ้นได้ว่า Edward เคยสอนว่า วิธีการหลอกเรื่องตัวตนวิธีที่เขาชอบใช้คือการสร้าง 2 ตัวตนขึ้นมา ตัวตนแรกให้เป็นตัวตนง่ายๆ คนจะได้สงสัย พอสืบหาไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ ตัวตนที่ 2 ที่เราสร้าง ทำให้เขาตกหลุมพรางเชื่อว่าตัวตนที่ 2 คือตัวตนที่แท้จริง Chief คิดในใจว่า Edward คงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว และ Hilda คงไม่เชื่ออยู่ดี เลยสอนวิธีให้ ไม่รู้เลยว่าไอ่หมอนี่จะช่วยหรือไม่ช่วยกันแน่ แต่ตอนนี้ Chief ต้องเอาตัวรอด ครั้งหน้า Chief จะสร้างอีกตัวตนหนึ่ง 

-ฉากจบ: ผู้สวมรอย-



[ทางเลือก 3: ฉันเป็นผู้ตรวจสอบจากนครหลวงที่ส่งมาประเมินคุณ] (ปลดล็อคหลังเลือกทางเลือก 2)

            ตัวตนนี้เหมาะกับ Chief มากกว่ามาก เพราะ Chief ถนัดด้านการอ่านคน เป็นคนช่างสังเกต  วิเคราะห์ทุกคำพูดและท่าทาง มีการรับรู้ที่เฉียบคมแถมมีความเข้าอกเข้าใจ พิเศษยิ่งกว่าเดิมด้วยเสน่ห์ของ Chief แต่ก็ต้องยอมรับว่า Edward เก่งกว่ามาก เขียนเรื่องผิดปกติที่น่าสนใจของ Chief ไว้เป็นการใบ้ ไม่สรุปตัดสินว่า Chief คือใครกันแน่ 

            Chief ยกมือขึ้นยอมแพ้ บอกว่า "ก็ได้ๆ ยอมแพ้แล้ว ฉันเป็นพนักงานสอบสวน ภารกิจฉันคือตามหาคนทรยศไส้ศึก ในเวลาเดียวกันก็ตรวจสอบคุณด้วย ใช่ ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติ ฉันแค่เคยสอบสวนผู้ใช้พลังเหล่านี้เลยมีความรู้ระดับลึก ฉันทำงานมาหลายปีจนกลายเป็นนิสัย พยายามซ่อนไว้แต่ถูกคุณจับได้อยู่ดี เรื่องนี้ฉันคำนวนผิดพลาดเอง"

            Hilda ถามว่าจะพิสูจน์ยังไง? Chief ใช้ข้อมูลที่ได้จากเอกสารของ Schorl ด้วยความใจเย็น "ฉันรู้ว่าพ่อแม่ของคุณหนีมาอยู่ DisCity คุณเลยมักจะถูกตรวจสอบความภักดีอยู่เสมอ นี่เป็นการตรวจสอบครั้งที่ 51 ผู้ตรวจสอบล่าสุดคือ Makenna Hansen ตรวจสอบที่อาคารใต้ดินฝั่งตะวันตก ถนน 142 Danning ผลลัพธ์ที่ได้คือ..." แต่ Chief ยังไม่ทันพูดจบ Hilda พูดขัดทันทีว่าให้พอได้แล้ว แววตาของ Hilda มากมายล้านอารมณ์ ทั้งสงสัย ตกใจ ประหม่า Chief มองว่าเป็นเรื่องที่แปลก เพราะ Hilda ควรจะคุ้นเคยกับการสอบสวนพวกนี้ แต่ทำไม Hilda ถึงหลุดอาการในเวลาแบบนี้ 


            "คุณปฏิเสธที่จะเชื่อ หรือกลัวที่จะเชื่อ?" Chief ถามออกไป สายตานิ่งคม กดดัน Hilda ให้สมกับที่เป็นผู้ตรวจสอบ "ขัดขืนอะไรอยู่? หรือคุณกำลังปิดบังอะไร?" Hilda หายใจเข้าลึกๆช้าๆ แล้ววางหลอดยาลง เริ่มถอดเสื้อโค้ทนอก หยิบปืนอาวุธ ของส่วนตัวทุกอย่างออกจากตัว และวางมือลงบนโต๊ะ หันหน้าเข้าหากระจก หันหลังให้ Chief

            "เริ่มต้นการสอบสวนได้ค่ะ เวลาของเรามีจำกัด จะมาเสียเวลาวิ่งไล่จับกันไปมาแบบนี้ไม่ได้ ถ้าตรวจสอบเสร็จสิ้น ฉันคาดหวังว่าเราจะเลิกระแวงกันเอง และหันไปสนใจกับวิกฤตที่เกิดขึ้นอยู่"  น้ำเสียงของ Hilda แข็งกระด้าง


            Chief สามารถตรวจสอบได้ 3 จุด จุดแรกคือที่ปกคอเสื้อ เจอยาพิษซ่อนอยู่ในตะเข็บตามคาด เม็ดเล็กเหมือนขนม Chief ค่อยๆ แกะยาพิษออกมา หลังมือเผลอโดนต้นคอของ Hilda โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ Hilda เกร็งผิดปกติทันที ปฏิกิริยาที่รุนแรงเฉียบพลัน ทำให้ Chief รีบถอนมือกลับ Chief ชวนคุย "ถึงแม้ว่าจะคอยบังคับให้เราพกยาพิษกันก็เถอะ แต่ฉันไม่เคยมองว่ามันใช้ได้จริงสักครั้ง" Hilda สวนกลับ "คุณนั่งเก้าอี้ในออฟฟิศห้องสอบสวนนานเกินไปค่ะ สำหรับพวกเราที่แถวหน้า ยาเม็ดนี้อย่างน้อยๆ ก็มอบโอกาสให้หนีโดยที่ไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้" "ฉันพูดผิดไป ฉันเคารพทุกเสียสละที่พวกคุณทุกคนทำ แต่ฉันเกรงว่าฉันคงให้คุณเก็บของอันตรายแบบนี้ไว้ไม่ได้" แล้ว Chief ก็เก็บขนมยาพิษเข้ากระเป๋า 

            จุดที่สอง ขอบกระโปรงของ Hilda เพราะ Chief ไม่รู้วิธีตรวจสอบของฝั่งนครหลวง เลยทำได้แค่ตรวจตามสัญชาตญาณ จับตามขอบเสื้อผ้า จนเจอช่องกระเป๋าลับที่เสื้อรัดเอว เจอขวดแก้วเล็กๆ ยานี้คือยาแห่งความจริง Chief ถามออกมาด้วยความสงสัยว่ายานี้ได้ผลจริงเหรอ? Hilda ถึงกับดุว่า

"อย่ามาแกล้งทำเป็นโง่ไปหน่อยเลย ผู้ตรวจการ คุณรู้เรื่องยาพวกนี้ดีกว่าฉัน"

            จุดที่สาม คือด้านหน้ากระโปรง เจอเป็นกระดาษอะไรสักอย่างยาวๆ ดูดีๆแล้ว มันคือม้วนกระดาษรหัส สำหรับ Chief ที่อยู่ในโลกยุคใหม่แล้ว มันคือของดึกดำบรรพ์ที่ถูกลืมไปแล้วก็ว่าได้ Chief ถามว่านี่คืออะไร? Hilda ตอบว่า "กุญแจสำคัญของการพัฒนา Monolith เป็นโค้ดรหัสสำหรับการสร้างและถอดรหัสข้อมูล แต่แผ่นนี้ไม่สำคัญ แค่เศษกระดาษที่ติดตัวมา" Chief สังเกตเห็นสายตาของ Hilda ที่ดูร้อนรนได้ทันก่อนที่ Hilda จะควบคุมสีหน้าและเก็บอารมณ์ไว้ได้ทัน แปลว่ากระดาษนี่เป็นความลับสำคัญบางอย่าง Chief กางกระดาษม้วนนี้ลงบนโต๊ะ Hilda จ้องเขม็งจากกระจก ถึงเวลาแล้วที่ Chief จะได้ทำหน้าที่เป็นผู้สอบสวน

เพิ่มเติม
-การสอบสวน Hilda ตอนที่มีอาการเกร็งต้นคอ เป็นเพียงแค่หลังมือโดนต้นคอของ Hilda โดยไม่ได้ตั้งใจ จุดนี้ Hilda ดูมีเรื่องฝังใจบางอย่างเกี่ยวกับเรือนร่างของตนเอง แถมในยุคนี้ ความรุนแรงก็เยอะเกินขอบเขตที่จะจินตนาการได้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Hilda เลือกเสื้อผ้าที่มิดชิด แล้วใหญ่กว่าไซส์ที่ตัวเองใส่อยู่


            "คุณไม่ลังเลเลยนะ ในตอนที่จะใช้ยาแห่งความจริง คุณสงสัยในตัวฉันจริงๆ หรือหาข้ออ้างในการปิดปากฉัน?"

            Chief ถามขึ้นมาก่อน และได้รับคำตอบจาก Hilda ว่า "ถ้าฉันต้องการกำจัดคุณ คุณคงไม่ได้มายืนสอบสวนความภักดีของฉันอย่างปลอดภัยแบบนี้หรอกค่ะ คุณรู้ดีกว่าใครว่า สายงานนี้ห้ามลังเลแม้แต่นิดเดียว ถ้าบทบาทของเราสลับกัน คุณก็คงจะทำแบบเดียวกับที่ฉันทำ ใช่ไหมล่ะ?"

[ตัวเลือก 1: ใช่]
Hilda ก็จะบอกว่า พวกเราก็เหมือนกัน อย่างน้อยๆ เราก็มีจุดเห็นตรงกัน 

[ตัวเลือก 2: ไม่ใช่] 
Hilda จะพูดว่า อย่าปฏิเสธเลย การที่คุณยังใจเย็นได้แม้โดนกดดันอยู่ก็บอกได้ชัดว่าความจริงไม่ใช่อย่างที่คุณพูด และคุณก็เข้าใจดีว่าเพื่อเป้าหมายแล้ว ไม่ว่าจะวิธีการไหนก็สมเหตุผล

            Chief ถามต่อว่า "ทำไมต้องให้ทุกคนมารวมตัวที่นี่? คิดว่าวิธีนี้จะทำให้หาไส้ศึกเจอแน่เหรอ? จะหยุดไม่ให้ข้อมูลของ Monolith หลุดออกไปได้ยังไง? แล้วความปลอดภัยของตัวคุณเองล่ะ?" Chief พยายามทำสีหน้าเย็นชา เป็นผู้สอบสวนที่ควบคุมสถานการณ์ในห้อง แต่คำพูดกลับมีความกังวลเรื่อง Hilda อยู่ "อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดที่กลัวความตาย ความปลอดภัยของคุณไม่ใช่ความสำคัญอันดับแรก ฉันกังวลว่า Monolith จะเสร็จทันกำหนดการหรือไม่" แววตาของ Hilda อ่อนโยนลงครู่หนึ่ง อาจจะเป็นภาพลวงตาจากกระจกก็ได้ Hilda ตอบว่า "คุณรู้ดีกว่าใครว่าไส้ศึกมันแฝงตัวเข้ามาลึกกว่าที่เราคิด อาจจะเป็นคุณหรือฉันก็ได้ เดินไปทางไหนก็มีแต่ความอันตราย เอาความอันตรายที่ยิ่งกว่าเข้าสู้อาจจะทำให้ชนะก็ได้"

[ตัวเลือก1: เห็นด้วย] 
Chief บอกว่ายอมรับก่อนก็ได้ แต่ยังสงสัยแผนการที่เสี่ยงเกินอยู่ แต่มากันถึงขั้นนี้แล้ว ตามแผนไปก่อน รอดูว่าการเดิมพันของ Hilda จะออกมาแบบไหน 

[ตัวเลือก 2: ไม่ค่อยเห็นด้วย]
Chief บอกว่า ไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการเท่าไหร่ ทำให้ Chief คิดว่า Hilda อาจจะกำลังร่วมมือกับไส้ศึกอยู่ก็ได้ Chief จะจับตามองไว้อย่างใกล้ชิด

            "แล้วตอนนี้โปรเจค Monolith ไปถึงไหนแล้ว? ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่มีผลลัพธ์อะไรอีก คุณจงใจยื้อรึเปล่า? นครหลวงลงทุนกับโปรเจคนี้ไว้มากนะ" Chief ยังคงพยายามหาข้อมูล แต่ Hilda พ่นลมออกมาอย่างเย็นชาและไม่ใส่ใจ แรงกดดันที่ Chief พยายามสร้างไม่มีผลกับ Hilda สักนิด

"ผู้ตรวจการ เราเลิกใช้กลยุทธกดดันกันเถอะ คุณก็รู้ดีว่า Monolith ถูกพัฒนาให้ไวที่สุดอย่างสุดความสามารถแล้ว แถมตอนนี้ก็ใกล้เสร็จแล้ว คุณแค่ต้องให้การสนับสนุนที่จำเป็น ผลักดันให้ภารกิจนี้สำเร็จ"

[ตัวเลือก 1: ดุ]
Chief พูดว่า "ระวังคำพูดของคุณไว้ นี่ไม่ใช่การสอบถาม นี่เป็นการทดสอบความภักดีของคุณ" Hilda จะไม่ตอบอะไร

[ตัวเลือก 2: สนับสนุน]
Chief พูดว่า "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ปล่อยให้ Monolith ล้มเหลวแน่นอน ฉันเชื่อและอยากสนับสนุนเต็มที่" Hilda พูดขอบคุณออกมา


            Chief ยุติการสอบสวนนี้ แต่ขอยึดม้วนกระดาษรหัสไว้ก่อน แววตาของ Hilda มองต่ำลงครู่หนึ่ง แต่ก็ยินยอมแต่โดยดี Chief ถามคำถามสุดท้าย คิดว่าใครมีโอกาสเป็นไส้ศึก? ใครเข้าถึงข้อมูลของ Monolith มากที่สุด? Hilda มองปืนที่วางลงบนโต๊ะแล้วตอบอย่างเย็นชา "จะเป็นใครก็ได้ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนมีเหตุผลให้สงสัย" "รวมถึงคุณด้วย?" "รวมถึงฉันด้วย ฉันพยายามสังเกตตัวเองอยู่เสมอให้มั่นใจว่าไม่ได้ถูกใครชักใยอยู่เบื้องหลัง" "ไส้ศึกตามตัวยากนะ วิธีการของคุณทำให้ทุกคนเสี่ยง" "ใช่ค่ะ ผู้ตรวจการ แต่คุณก็ต้องเข้าใจว่า ทุกคนที่นี่ต่างก็มือเปื้อนเลือดทั้งนั้น เราต่างก็กำลังยื้อเวลาชีวิตของตัวเอง หากต้องสังเวยอะไรบางอย่างก็เป็นเรื่องปกติ ฉันขอถามคุณกลับหน่อย การเป็นสายลับ อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด?" 

            [ตอบไม่ได้] การที่ Chief ตอบไม่ได้ สีหน้าของ Hilda ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ไม่คิดว่า Chief จะตอบได้อยู่แล้ว "ไม่เป็นไรหรอก คุณเป็นผู้ตรวจการ ธรรมดาที่จะไม่เข้าใจกระบวนการคิดของพนักงานภาคสนาม แต่การสอบสวนของฉันจบลงแล้วใช่ไหม?"

            [ตอบว่าความจงรักภักดี (loyalty)] Hilda ตกใจชะงักกับคำตอบที่ถูกต้อง Chief ทันเห็นแววตาที่ชื่นชมชั่วครู่หนึ่ง Hilda บอกว่าใช่ สำหรับสายลับแล้ว ความแน่วแน่และความจงรักภักดีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าไม่เชื่อมั่น สายลับจะทนอยู่ในเงามืดไม่ได้นาน 

            Hilda เริ่มเก็บของและยื่นเอกสารที่ครั้งหนึ่งเปื้อนเลือดให้ Chief พร้อมพูดว่า "พอใจรึยังคะ? ผู้ตรวจการ โปรดวางใจได้ ฉันจะสร้าง Monolith ให้สำเร็จภายใต้การดูแลของคุณเพื่อพิสูจน์ประโยชน์ของฉันต่อชาติ แต่คุณต้องยอมตกลงว่าปฏิบัติการนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน ส่วนคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังเหนือธรรมชาติต่อไป ทำตามสิ่งที่ฉันทำ ไม่ทำอะไรนอกแผน" 

            Chief ตกลงเห็นด้วย Hilda จึงสร้างวิธีสื่อสารในยามที่พูดคุยไม่ได้ โดยการจับมือของ Chief และจิ้มฝ่ามือเป็นจังหวะ พระจันทร์เต็มดวงคือ เว้นวรรค ส่วน พระจันทร์ครึ่งเสี้ยวคือ จุด . และ ขีด - เป็นรหัสมอร์สแบบดัดแปลง Hilda เขียนรหัสบนมือ Chief ว่า รอและจับตาดู Chief จึงเขียนตอบกลับว่า ยินดีที่ได้ทำงานร่วมกัน แต่ Hilda กลับมองดุมาที่ Chief และปล่อยมือ ก่อนจะปล่อยให้ Chief ไปกินข้าวเพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว 

            Hilda จะขอตัวไปสร้าง Monolith ต่อ คงไปส่งไม่ได้ ทิ้งท้ายว่า "หวังว่าการเจอกันครั้งถัดไป เราต่างก็จะได้หลักฐานที่ตามหาอยู่" 


            Chief กลับมาที่ห้องโถงคนเดียว ตอนนี้มีโต๊ะเล็กๆ จัดเรียงอยู่ อาหารก็เป็นมื้อเรียบง่าย แผ่นเนื้อเย็น และอาหาร Homemade สิ่งเดียวที่ดูหรูคือไวน์วินเทจที่มีอยู่ไม่กี่ขวด Manphist กำลังรินให้แก้วของแต่ละคน Manphist เป็นคนแรกที่ทักทาย Chief ที่กลับมา พร้อมแนะนำตัวว่าชื่อและตำแหน่งต่างๆ นานา แล้วชนแก้วกับ Chief คนอื่นๆ ก็เข้ามาแนะนำตัวด้วยเช่นกัน สายตาจับจ้องจากทั่วทั้งห้อง อาจจะด้วยตำแหน่งที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ทำให้เป็นที่สนใจ 

            ในระหว่างที่กินข้าว Chief ก็คอยแอบฟังบทสนทนาต่างๆ รอบตัว Johnson บ่นเรื่องอากาศ สื่อสารกับภายนอกไม่ได้ Manphist คอยปลอบว่ามีบริษัทเครือลูกช่วยดูแลไม่ใช่เหรอ ฯลฯ มีการชม Casey ว่าเขียนข่าวหลอกได้ยอดเยี่ยม แต่ฟังไปฟังมา Helene เริ่มมาเกาะติด Chief ที่ไม่ค่อยกินอะไร Chief พยายามปฏิเสธการเอาอกเอาใจ บทสนทนาในห้องนี้สุดท้ายก็วนกลับมาที่ Edward ตามคาด เรื่อง Hilda และ Horne ก็เช่นกัน กลายเป็นการนินทาเรื่องประวัติของ Hilda ที่พ่อแม่เคยทรยศเมือง Sevael หนีมา DisCity Helene บอกว่า Hilda เลยหนีมา DisCity สร้าง Monolith เพื่อจะได้กลับประเทศ Casey เลยมองว่า Hilda หาผลประโยชน์จากคนที่มารวมตัวกันในคฤหาสน์นี้

            Nolaine ที่อยู่ฝั่ง Hilda ก็เข้ามาแซะบ้าง Casey พยายามพูดดีๆ ว่าทุกคนที่นี่อยู่ฝ่ายเดียวกัน ช่วยเหลือกันไม่ใช่เหรอ? แต่ทุกคนในห้องกลับหัวเราะกลบเกลื่อน

เพิ่มเติม
-ชื่อจริงนามสกุลของแต่ละคนคือ Manphist Gesso (อดีตสายลับแก่ๆ ) / Helene Meiser (สาวชุดแดง) เป็นช่างทำหมวก (อาชีฟของ Helene เหมาะกับผู้หญิงยุคเก่ามาก) / Johnson Madison (ลุงรวยๆ) / Marlo Bannings (คนหน้าเข้ม) แผนกภาคสนาม
-มีคนใหม่ที่เราไม่เคยเห็นคือ คนที่ 1 Casey Abel (ผญ ที่ไร้หน้า) หัวหน้า คนแก้ไข และคนเขียนของ สำนักหนังสือพิมพ์ Tomorrow Post มีหน้าที่สร้างข่าวเพื่อยุยงหักเหข้อมูล นางมากับ Johnson Madison และคนที่ 2 Huck Burrows (ผช ที่ไร้หน้า) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุสื่อสาร แฝงมาเป็นช่างเทคนิคการไฟฟ้า 
-มี Nolaine (สาวผมสั้น) คนเดียวที่ไม่มีนามสกุล ทำงานให้ Hilda โดยตรง
-แม่ของ Hilda เป็นสมาชิกสภาของ Sevael ส่วนพ่อเป็นสื่อข่าว 



            หลังกินข้าว ทุกคนจับฉลากกันเลือกห้องพักแล้วแยกย้าย Chief ได้มาพักในห้องทำงาน มีหนังสือเรียนเก่าๆ จำนวนมาก เตียงที่ใช้นอนเป็นแบบของทหารที่พับเก็บได้ อยู่ติดกับห้องของ Hilda ก่อนเข้าพัก Chief ก็สำรวจดูก่อนเผื่อมีอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือกล้องจับภาพอะไรรึเปล่า 

            ที่ชั้นหนังสือเป็นหนังสือเกี่ยวกับรหัสลับและคณิตศาสตร์ขั้นสูง บ่งบอกถึงปัญญาของเจ้าของ / มีกระดานบอร์ดที่ปักแผนที่เมื่อ 10 ปีก่อนของ DisCity ไว้ มีการทำสัญลักษณ์ในหลายๆ จุดไว้ เขียนด้วยภาษาของ Outland แถมต้องถอดรหัสด้วย Chief เลยอ่านไม่ออก / รูปที่แขวนอยู่เป็นรูปครอบครัว มีพ่อแม่ลูกสามคนกอดกันด้วยความสุข บนใบหน้าของพ่อแม่มองไม่เห็นเพราะฝุ่นหนา แต่ตรงกลางมีเด็กผมเงินอยู่ Chief คุ้นเคยสุดๆ (Hilda ไงจะใครล่ะพี่) / กระดานหมากรุกบนโต๊ะขยับหมากไม่ได้ แถมหนักผิดปกติ พอลองกดตรมช่องกระดานดูแล้ว มีการเคลื่อนไหวยุบขึ้นลงอยู่ Chief สงสัยว่าอาจจะมีกลไกเรื่องน้ำหนักแรงกดอยู่ 

            ที่ลิ้นชักโต๊ะมีแต่เอกสารรหัสลับ ยิ่งทำให้ Chief มั่นใจว่าห้องนี้มีความลับซ่อนอยู่ แต่ก็เจอแว่นขยาย Chief เลยหยิบมาใช้ส่องเจอสิ่งน่าสนใจ 3 สิ่ง สิ่งแรกคือหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธหมากรุกที่มีการเขียนจด พับกระดาษหน้า the Queen's Gambit และเขียนไว้ว่า "ถ้ามันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ พวกเราก็พร้อมจะยอมเป็นหมากสังเวยเพื่อสิ่งนั้น" สิ่งที่สองคือ ปุ่มพิเศษที่เนียนเป็นขอบตกแต่งโต๊ะ กดแล้วมีลิ้นชักเล็กๆ เปิดออกมาจากด้านล่าง ข้างในมีจดหมายหลายฉบับ ส่งไปมากับเพื่อน Ourland ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ลงรอยกัน สิ่งที่สามคือ ข้างในลิ้นชักตรงกลาง มีเอกสารอนุมัติคู่รักคู่หนึ่งเข้าประเทศ DisCity อยู่ 


            Chief ใช้หนังสือกลยุทธหมากรุกในการเดินหมากบนกระดานกลางห้องแบบ Queen's Gambit แล้วก็มีเสียงประตูลับเปิดออกที่ด้านข้างของห้อง ด้านหลังกระดานแผนที่ DisCity Chief ตัดสินใจคลานเข้าไป โผล่ไปที่ตู้เสื้อผ้าห้องไหนก็ไม่รู้ ดูดีๆก็เป็นห้องของ Hilda ได้ยินเสียงคุยกันของคนในห้องอยู่ Chief เริ่มแอบฟังทันที พยายามแอบดูก็เห็นว่า Johnson กำลังยื่นข้อเสนอให้กับ Hilda อยู่ มอบเครื่อง Monolith ให้เขา แลกกับการที่ Hilda ได้รับการยอมรับจากนครหลวง แต่ Hilda ปฏิเสธ บอกว่าทำเพื่อชาติ ไม่ได้ต้องการถูกยอมรับ ก่อน Johnson ออกไป เขาได้ทิ้งกระเป๋าไว้ให้ บอกว่าเป็นของแถม

เพิ่มเติม
-ตอนเลือกเดินหมาก มีตัวเลือกให้เลือกเดินแบบ Four Knight Game / Queen's Gambit / Sicilian Defense แต่ถ้าไม่ได้เลือก Queen’s Gambit จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            เมื่อ Johnson ออกจากห้องไป Hilda ก็พูดขึ้นมาว่า "ทุ่มเทจริงๆ นะ เจ้าหน้าที่ Chief ทำงานกลางวันอย่างเดียวไม่พอ มีการมาตรวจสอบคนอื่นยามวิกาลจากตู้เสื้อผ้าคนอื่นด้วยเหรอ?" Chief ไม่มีทางเลือกต้องยอมออกมาจากตู้เสื้อผ้า Hilda ยื่นผ้าเปียกให้ Chief ใช้เช็ดฝุ่นอย่างเงียบๆ พร้อมกับรินชา 2 แก้ววางบนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลง ราวกับว่ารอคำอธิบายจาก Chief แต่ Chief ไม่เล่นตามเกมของ Hilda หรอก Chief ถามก่อน 

[ตัวเลือก 1: ทำไม Johnson ถึงพยายามติดสินบนคุณ?] 
Hilda ตอบว่า "ก็เรื่องปกติ เงินและคำสัญญา ไม่มีสาระสำคัญ แต่การที่เขารีบร้อนจะออกจากห้องไป...มันแปลก อาการของคนมีความรู้สึกผิด" 

[ตัวเลือก 2: ทำไมถึงไม่ไปกินมื้อเย็นพร้อมกันกับทุกคน?] 
Hilda ตอบว่า "ฉันมีเรื่องที่ต้องทำ อีกอย่าง การไม่มีฉัน บทสนทนาลื่นไหลดีใช่ไหมล่ะ คุณคงได้ข้อมูลกลับมาบ้าง"

            Chief พยายายามไม่พูดอธิบายอะไร แต่ Hilda ดูไม่ใส่ใจมากนัก ยังคงแอบมองช่องทางลับที่ Chief ใช้เข้ามาในห้องนี้ แล้วพูดขึ้นมาว่า "เจ้าของคฤหาสน์คนเก่าเป็นคนสร้างทางพวกนั้น ทั่วทั้งหลังมีแต่ห้องและทางลับเพื่อการหลบหนี แต่ผ่านมานานหลายปี หลายๆ ช่องทางพังและถูกปิดตาย ถ้าคุณติดอยู่ในที่แบบนั้น ไม่มีใครได้ยินหรือช่วยคุณได้หรอก ฉันขอไม่แนะนำให้ใช้เส้นทางเหล่านั้น" เสียงของ Hilda เกร็งขึ้นมาเล็กน้อยที่คำว่าเจ้าของคฤหาสน์คนเก่า 

            Chief ถึงกับบางอ้อ เรื่องซุบซิบที่มื้อเย็นและรูปภาพขนาดใหญ่ที่ห้องเมื่อกี้นี้ แต่ทั้งๆ ที่พ่อแม่ของ Hilda ทำให้ความน่าเชื่อถือของ Hilda ติดลบ แต่ Hilda ยังคงเลือกที่นี่สำหรับภารกิจสำคัญ มันขัดกับความตั้งใจในการปกปิดความลับของตัว Hilda เอง Chief พยายามควบคุมสีหน้าตัวเองและถามออกไป "ถ้าฉันคิดไม่ผิด ที่นี่เคยเป็นบ้านพ่อแม่ของคุณมาก่อนใช่ไหม?" 


            Hilda ที่รินชาอยู่หยุดชะงัก ก่อนจะวางกาน้ำชาลงและถามออกมาด้วยสีหน้าเรียบๆว่า "ฉันควรจะชมความช่างสังเกตของคุณ หรือหัวเราะที่คุณเชื่อข่าวนินทาพวกนั้นดีล่ะ?" Chief แซวกลับ "ทำไงได้ล่ะ? จะอยากฟังหรือไม่อยากก็ได้ยินอยู่ดี แต่ฉันอยากรู้ความจริงจากคุณมากกว่าข่าวลือพวกนั้น" Hilda หน้าขรึมขึ้นมา "นี่เป็นการสอบสวนรอบใหม่เหรอ?" ไม่ว่า Chief จะตอบว่า “ขอความร่วมมือหน่อยนะ”  หรือ “ฉันแค่อยากเข้าใจคุณมากขึ้น” ด้วยความเห็นใจ Hilda จะจ้องหน้าครู่หนึ่งแล้วมองต่ำลง แล้วพูดว่า "คุณเดาถูกแล้ว คู่รัก Hartlein มาที่ DisCity หลังทรยศชาติเมื่อสิบปีก่อน และหลบหนีมาอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ ติดต่อกับฝ่ายข้อมูลของ DisCity ให้หนังสือวิธีถอดรหัส สร้างระบบรหัสลับใหม่ๆ ให้พวกเขา พวกเขาเป็นคนที่สอนฉันถอดรหัสที่ซับซ้อน สอนให้ฉันภักดีต่อชาติ สู้เพื่อมนุษยชาติ แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับหักหลังทุกอย่างในวินาทีที่ฉันไม่ได้มอง" 

"คุณก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงแปรพักตร์เหรอ?"

            Hilda ดูเจ็บปวดกับคำถามของ Chief ยังคงมองต่ำลง หลบสายตา "ฉันไม่รู้ ตอนนั้นฉันยังอยู่ที่โรงเรียนในตอนที่ฉันโดนเจ้าหน้าที่สอบสวนพาตัวไป พวกเขาถามว่าฉํนได้คุยกับพ่อแม่บ้างไหม พวกเขาอยู่ไหน แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับรู้ว่าพ่อแม่ของฉันแปรพักตร์ไปแล้ว เจ้าหน้าที่เชื่อว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้อง ฉันจึงโดนกักขัง สอบสวนทุกวัน เป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม พอโดนปล่อยตัว ฉันพยายามพิสูจน์ทุกวิถีทางว่าฉันไม่ใช่กบฎ รื้อออฟฟิศของพ่อ ไปที่ทำงานของแม่ ได้แต่หวัง ถ้าพวกเขาแค่หายตัวไปหรือตาย... ทุกอย่างคงจะดีกว่านี้"

เพิ่มเติม
-ชาที่รินอยู่คือชาดำ 


            หลายปีหลังจากวันที่พ่อแม่ทรยศชาติ ชีวิตของ Hilda ก็น่าเบื่อ วนอยู่แค่ โรงเรียน บ้าน และห้องสอบสวน ความหลงใหลในการถอดรหัสลับกลายเป็นเพียงเงาผีจากอดีต ความชอบนั้นเห็นได้แค่ในห้องเรียนของ Manphist เท่านั้น เกรดดีตลอด ความฉลาดและพยายามทำให้ Manphist แนะนำ Hilda ให้คนในรู้จัก ปูทางให้ Hilda จนเข้าหน่วยงานความมั่นคงด้านข่าวกรองข้อมูลได้ Hilda ถึงได้เจอเอกสารรายงานว่า คู่รัก Hartlein ถูกจับกุมและประหารที่ชานเมืองห่างไกลของ DisCity ในตอนที่ Hilda ต้องการพื้นที่ปลอดภัย เลยขอคฤหาสน์หลังนี้เป็นที่ตั้ง มันเป็นเหตุผลเดียวที่ฉันจะสามารถขออาศัยอยู่ที่นี่ได้ อยากจะเข้าใจพ่อแม่ สร้างรหัสลับที่ดียิ่งกว่าในจุดที่พ่อแม่ตายไป เป็นวิธีการล้างแค้นของ Hilda เอง "มันดูเด็กใช่ไหมล่ะ จะหัวเราะก็ได้นะ คุณเจ้าหน้าที่" Chief จะตอบกลับไปว่า 

[ตัวเลือก 1: ฉันไม่หัวเราะกับเรื่องแบบนี้หรอก ขอบคุณที่เล่าให้ฟังในฐานะใครสักคน ไม่ใช่ผู้ตรวจการ] 

[ตัวเลือก 2: ฉันไม่เหมือนผู้ตรวจการคนอื่นๆ ขอโทษที่ทำให้คุณต้องนึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวดนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณรู้สึกแย่แม้แต่น้อย]

            Chief ยกกาน้ำชาขึ้นมารินใส่ในแก้วของ Hilda แล้วชวนคุยต่อ "ผู้ตรวจการบางคนก็ลืมนึกถึงว่าในทุกๆ เรื่องยังคงมีมนุษย์ที่เกี่ยวข้องอยู่ สนใจแต่การตามหาความจริง ทำให้ผู้โดนสอบสวนเกิดบาดแผลที่รักษาไม่หาย เกิดการทำร้ายผู้บริสุทธิ์" คำพูดเหล่านี้ทำให้นิ้วมือของ Hilda สั่นเบาๆ ก่อนจะถามย้อน "คุณก็ตามหาความจริงอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? คุณเจ้าหน้าที่" Chief ปฏิเสธทันทีว่า "ไม่ ฉันกำลังฟังเรื่องราวชีวิตของนักถอดรหัสที่สุดยอดคนหนึ่งอยู่ ไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องสงสัยอยู่ คุณไม่พอใจกับเรื่องราวที่ได้รับ คุณเลยพยายามหาความจริงที่จริงยิ่งกว่า นั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นมากยิ่งกว่านักถอดรหัส ไม่ควรมีใครมาดูถูกเยาะเย้ยคุณ แม้กระทั่งตัวคุณเอง ถ้าคุณอยากเปิดใจกับฉัน ฉันก็ช่วยคุณได้" Chief ทำท่าทางที่สื่อถึงม้วนกระดาษรหัส แค่ Hilda ให้ความร่วมมือ ทุกอย่างก็จะคลี่คลาย Hilda สบตา Chief สักที แต่แววตานั้นดูลังเล Hilda อ้าปากจะพูด แต่ก็หยุดอยู่หลายครั้ง ท้ายที่สุดแล้ว Hilda ก็ยังไม่พูดอะไรแล้วยกน้ำชาขึ้นดื่ม 


[ทางเลือก 1: บอกลา Hilda]
 
            ฝนตกมานานแล้ว Chief รู้สึกว่าอยู่คุยจนลืมเวลาไปเลย ถึงแม้ว่า Hilda จะไม่ได้แข็งกร้าวแบบตอนแรกแล้ว แต่ก็ยังมีความระแวงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ก็เลิกลองเชิงกันแล้ว กลายเป็นว่า Hilda และ Chief ไว้วางใจกันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร กาน้ำชาที่ 2 เย็นหมดแล้ว Hilda จะรินเพิ่มแต่ Chief ปฏิเสธ ขอตัวก่อนดีกว่า Hilda จะไปส่ง Chief ที่หน้าประตู แต่ทันทีที่ Hilda ลุกขึ้นยืน ร่างของเธอกลับเซจนแทบล้ม มือฟาดลงโต๊ะเพื่อพยุงตัวเอง Chief ถามอย่างไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร? ก่อนจะเข้าไปช่วยพยุง พอได้สัมผัสตัวแล้ว Hilda ตัวเย็นเฉียบ เย็นจนตัวสั่นระริก วินาทีถัดมาเลือดทะลักออกมาจากปากของ Hilda เปื้อนชุดของ Chief 

            Chief ตกใจและงงมาก การโจมตีหรืออุบัติเหตุ? Hilda มีโรคอะไรรึเปล่า? สิ่งนี้ทำให้ Chief คิดขึ้นได้ ถ้าเป้าหมายของ LINK ตายในจิตใต้สำนึกตัวเองจะเกิดอะไรขึ้น? 

ก่อนตาย Hilda พยายามตะกุย ดึง Chief ให้เข้าไปฟังใกล้ๆ ว่า

"ยา..พิษ?"

            Chief รีบมองหาต้นตอทันที แต่ Chief ก็ดื่มจากชาเดียวกัน จะเป็นยาพิษได้ยังไง? หรืออาหารของ Hilda ที่ยังกินไม่หมดที่วางอยู่มุมห้อง? หรือเป็นยาพิษจากการสัมผัส? มีติดอยู่ที่ Monolith รึเปล่า? แต่ Chief ยังหาไม่ได้ Chief ก็รู้สึกหมดแรงทันทีเหมือนกัน แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท


            Chief ตื่นโพล่งขึ้นมาท่ามกลางเสียงแจ้งเตือนชีพจรของห้อง LINK Chief หอบหายใจ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก Chief รีบหันไปดูแทงค์น้ำที่ Hilda หลับใหลอยู่ ทุกอย่่างยังคงเหมือนเดิม เรือนร่างที่ดูเหมือนจะถูกมาเนียสีดำกลืนกิน ทุกอย่างบนหน้าจอรายละเอียดชีพจรของ Hilda ยังคงปกติดี Chief หันไปถาม Schorl ว่า เกิดอะไรขึ้น?

            เป้าหมาย LINK ตายในจิตใต้สำนึกเองตัวเองได้ไหม? Schorl ตอบว่า ถ้าเป้าหมายต้องการก็สามารถทำได้ แต่การตายของเป้าหมายเป็นเหตุการณ์ที่เสี่ยงมาก ถ้าเกิดขึ้นก็อาจต้องทำลายเป้าหมาย และเราก็จะสูญเสียข้อมูลสำคัญไป ขอแนะนำให้ Chief ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น 

            Chief ยังคงจำแววตาที่ไม่กลัวตายของ Hilda ได้ สิ่งเดียวที่ทำให้ Hilda ดูมีปฏิกริยาคือตอนที่ Chief เจอม้วนกระดาษรหัส นี่คือกุญแจสำคัญแน่นอน แต่ที่สำคัญกว่าคือทั้งตัว Chief และ Hilda ต้องมีชีวิตรอด ก่อนจะกลับเข้า LINK Chief บอกชื่อของสายลับที่เกี่ยวข้องกับ Hilda ที่มาจากนครหลวงทันที เพราะแต่ละคนก็แทรกซึมเข้าแต่ละหน่วยงานของ DisCity ลึกมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Johnson 

-ฉากจบ: เลือดและยาพิษ-


[ทางเลือก 2: อยู่ในห้อง Hilda ต่อ]

            Chief ลืมตาขึ้นมาพบว่าย้อนกลับมาในช่วงเวลาก่อนที่ยาพิษจะเริ่มออกฤทธิ์ น้ำชาก็ยังอยู่ Chief พูดขึ้นมาว่า "Hilda คุณได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหม?" Hilda ก็งง แต่ CHief ไม่ได้กลิ่นหรอก แต่ทำให้ Hilda สงสัยไปงั้นแหละ แล้ว Chief ก็เริ่มลุก หาอะไรบางอย่างในห้อง ถึงแม้ว่าจะย้อนเวลามาได้ แต่เวลาก็มีไม่มาก ต้องหาต้นตอพิษก่อนจะสายเกินไป Hilda จากงง กลายเป็นไม่เข้าใจ แต่เห็น Chief พยายามมากๆ เลยไม่ได้ว่าอะไร แถมพยายามจะให้ความช่วยเหลือด้วย Chief พยายามบอกว่าได้กลิ่นยาพิษบางอย่าง แต่ Hilda บอกว่าไม่น่าจะมีนะ เพราะ Hilda เจอและรู้จักยาพิษมาเยอะ เริ่มคิดว่า Chief คิดมากไปเองด้วย Chief ยังพยายามโน้มน้าวว่ามี ท้ายที่สุดก็หาไม่เจอ Chief หันไปจับไหล่ของ Hilda ด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วมองด้วยแววตาที่จริงจังมาก Hilda เห็นอย่างนั้นก็ค่อยๆ แกะมือของ Chief ออก แล้วพยักหน้าแล้วช่วยหา Hilda เชื่อแล้วจ้า 

            สามจุดที่ Chief สงสัยคือ ตัวอย่างผีเสื้อสีน้ำเงินในกรอบรูป โคมไฟ และ หูฟัง แต่ Hilda ก็บอกว่า ผีเสื้อก็อาจจะมียาพิษ แต่มันอยู่ในกรอบแถมอยู่ในห้องมานานหลายปีแล้ว ส่วนโคมไฟ การจะใช้ยาพิษชนิดระเหยจากความร้อน เป็นวิธีการที่พึ่งพาไม่ได้ ผลลัพธ์ไม่แน่นอน แถมหลอดไฟก็ฝุ่นหนาแล้ว ไม่มีร่องรอยอะไร ส่วนหูฟังอยู่กับ Hilda ตลอด ไม่มีใครเข้ามาวางยาได้หรอก แต่ถึงอย่างนั้น Hilda ก็ตรวจสอบดู ไม่พบเจออะไร 


            Chief เปลี่ยนคำถามใหม่ "มีอะไรใหม่ในห้องนี้รึเปล่า?" แล้ว Chief ถึงได้นึกถึงกระเป๋าที่ johnson เอามาวางไว้ แต่ Hilda ยังคงมองว่าไม่มีอะไร แม้จะยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่เพราะ Johnson เปิดให้ดูภายในแล้วไม่เห็นอะไรผิดปกติ แต่ Hilda ก็ให้กุญแจกับ Chief เพื่อไปตรวจสอบกระเป๋าที่อยู่ด้านหลังวิทยุ ตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรจริงๆ แต่ Chief ไม่ยอมแพ้ ขอมีดสักเล่ม Hilda เลยเอาใบมีดเปิดจดหมายให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจ และใช่ Chief เจอเม็ดยาเล็กๆ เม็ดหนึ่งซ่อนอยู่ในผ้าวัสดุของกระเป๋า Hilda เห็นก็รู้ทันทีว่าเป็นยาพิษชนิดแก๊สขนาดไมโครเล็กพิเศษ ไร้กลิ่นไร้เสียง ออกฤทธิ์กดสมองภายใน 20 นาที เพิ่งถูกสร้างมาได้ไม่นาน Chief กลัวว่ายาพิษจะออกฤทธิ์ในไม่อีกกี่นาทีนี้ แต่ Hilda มุ่งจะสอบสวน Johnson ทันที ยาแบบนี้ Johnson ไม่ควรมีด้วย

เพิ่มเติม
-ตรงนี้ Chief เลยเข้าใจว่า รอบก่อน Hilda ไม่ได้ตาย แต่ Chief หมดสติก่อน การเชื่อมต่อ LINK เลยถูกตัดขาด โล่งใจไป 1 เปราะ


            Hilda เชิญ Johnson มาที่ห้องสอบสวนใต้ดิน แต่ Johnson ก็ยังพยายามเจรจาติดสินบนอยู่ ชวน Chief เข้าร่วมแผนการด้วยเช่นกัน แต่สายตามองไปที่ประตูอยู่ตลอด มองรอบๆ ห้องหาอะไรบางอย่างเสมอ ส่วนทางด้าน Chief กับ Hilda ก็เตี๊ยมตกลงกันมาแล้วว่าจะใช้เทคนิคตำรวจดี/ตำรวจเลว (Good Cop/Bad Cop) ให้ Chief เป็นฝั่งดี ส่วน Hilda เป็นฝั่งเลว

            เริ่มต้นการสอบสวน Chief ยกประเด็นเรื่องยาพิษขึ้นมาพร้อมหลักฐาน บอกว่า Johnson คือไส้ศึก แต่ Johnson ปฏิเสธ บอกว่าไม่เคยเห็นยาเม็ดนี้ในชีวิตนี้ด้วยซ้ำ แต่พอ Chief เอายาไปจ่อหน้า Johnson ถอยผงะเซล้มไป บ่งบอกชัดเจนว่า Johnson รู้ว่ายานี้ออกฤทธิ์ยังไง แต่วิธีการของ Chief มันอ่อนแอเกินไป Hilda เลยขอสอบสวนเอง

            Hilda ผลัก Johnson ลงนั่งเก้าอี้ตรงกลางห้องทันที สมกับเป็นที่น่าหวาดกลัว เกรงขาม หยิบมีดเปิดจดหมายออกมาแล้วเริ่มขู่ Chief พูดห้ามปรามว่า อย่าไปทำให้ Johnson กลัวมากเลย แต่ Hilda ยังเล่นตามบท เอามีดเปิดจดหมายขูดตามเก้าอี้ ให้ส่งเสียงแข็งจนน่ากลัวสยดสยอง Johnson ยกอ้างเศรษฐกิจ DisCity มาขู่ Chief พยายามห้ามด้วยการแย่งมีดมาจากมือ Hilda ถึงได้หันไปหยิบอุปกรณ์ในห้องออกมาใช้ Johnson รีบขอร้อง Chief ทันที Johnson กลัวจนตัวโชกเหงื่อ Chief กับ Hilda แอบมองหน้ากัน แล้ว Hilda ก็เดินไปหยิบคีมเหล็กออกมา(วงการบันเทิง การละครวันละนิดจิตแจ่มใส)

"Hilda" Chief เรียกออกมา

"ว่า?" Hilda ตอบ

"ไม่ใช้ตะปูสิ ฉันทนดูไม่ไหว เอาเป็นว่า คุณจัดการต่อแล้วกัน ฉันขอไปสูดอากาศด้านบนก่อน"

            พอ Chief จะไป แถม Hilda เริ่มใช้คีมเหล็กบีบนิ้วของ Johnson เขาก็เริ่มร้องไห้เป็นเด็กทันที อ้อนวอน Chief สุดชีวิต พร้อมสารภาพว่าเขาไม่ใช่ไส้ศึก แต่เขาวางยาพิษเอง มีหลักฐานจดหมายว่าเขาถูกไส้ศึกสั่งใช้งานในห้องของเขา

เพิ่มเติม
-Good Cop Bad Cop เป็นกลยุทธจากจิตวิทยาในการสอบสวน ให้ตำรวจเลวกดดัน ข่มขู่ ทำให้กลัว เพื่อที่ผู้ถูกสอบสวนยอมบอกข้อมูลกับตำรวจดีเพื่อหนีจากตำรวจเลว เป็นเทคนิคที่ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ การค้าขายก็มีใช้ คนหนึ่งตั้งราคาสูง อีกคนตั้งราคาต่ำกว่า ลูกค้าจะได้ซื้อคนถูกกว่า (แต่พ่อค้า 2 คนนี้ร่วมมือกันขายของชิ้นเดียวกัน)
-ในการสอบสวน Chief สามารถหันไปคุยกับ Hilda ได้เสมอ ครั้งแรกก่อนสอบสวน Hilda จะทำเป็นบ่นว่า "คุณเป็นผู้ถนัดด้านนี้จะมาปรึกษากันทำไม? แต่ถ้าให้แนะนำ คุณใช้อุปกรณ์ในห้องนี้ได้นะ อาจจะช่วยให้คุณ Johnson เปิดอกเปิดใจ" ครั้งสองหลัง Hilda สอบสวนเอง จะบอกว่า "มาปรึกษากันอีกแล้วเหรอ? คุณดูเห็นอกเห็นใจมากเกินกว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวนนะ ให้เจ้าหน้าที่ภาคสนามอย่างฉันได้แสดงให้คุณเห็นว่าเขาทำกันยังไง ฉันเอามีดเปิดจดหมายมาด้วย ถือให้ฉันหน่อย" / หลังเอามีดขู่ Hilda จะไม่สนใจ Chief แล้ว จดจ่อกับการขู่ Johnson สุดๆ Johnson เองก็กลัวจนขาสั่น
-การละครกันสนุกมาก ฮ่า


            เรื่อง Johnson จบลงแล้ว กลับมาที่ห้องเดิม Hilda ก็รินชาดำแก้วใหม่ให้ทั้งสองคน "Chief คุณเองก็รู้สึกอึดอัดกับวิธีการสอบสวนของฉันด้วยรึเปล่า?" Hilda คงไม่สบายใจกับการที่ Chief เบือนหน้าหนีในตอนสอบสวน Johnson Chief ตอบว่า เข้าใจดีว่าบางครั้งก็ต้องมีการใช้กำลัง แต่ละคนก็ต้องใช้วิธีรับมือไม่เหมือนกัน คุยดีๆ กับ Johnson ไม่ได้ ก็ต้องขยับไปใช้ความรุนแรงจนกว่าจะได้ผล แค่สงสัยว่่ามีวิธีที่ดีกว่านี้รึเปล่า Hilda เข้าใจ และบอกว่า "ครั้งถัดไปจะยั้งมือกว่านี้ อาจจะรุนแรงมากเกินไปจริงๆ" การยอมรับแบบไม่อ้อมค้อมของ Hilda ทำให้ Chief ตกใจมากจนรีบยกถ้วยชาขึ้่นมาดื่ม แต่ชาก็ร้อน ลวกปาก Hilda บอกนิ่งๆ
 
"ไม่ต้องรีบดื่ม ต้องรอให้ชาเย็นลงก่อน" พร้อมกับเอื้อมผ้าเช้ดหน้ามาซับน้ำชาที่หก

            Hilda พูดขอบคุณ Chief ที่ช่วยไว้ ตาดีเจอยาพิษ ทางด้าน Chief ถ่อมตัว บอกว่าทำเพื่อชาติ อยากให้ Monolith สำเร็จ จะได้ชนะสงคราม แต่น่่าเสียดายที่ไม่มีใครเป็นไส้ศึกจริงๆ สักคน Hilda ตอบว่าเป็นไส้ศึกที่มีประสบการณ์ช่ำชอง ใช้คนอื่นออกหน้าแทน จับตัวยากมาก แต่ไม่ต้องรีบหรอก ยังมีเวลาจนกว่า Monolith จะสมบูรณ์

            Hilda วางจดหมายลับที่เอามาจากห้องของ Johnson ลงบนโต๊ะ แกะออกมา เอามาวางเหนือถ้วยน้ำชาเพื่อให้ไอร้อนระอุโดนกระดาษ ความร้อนจากไอทำให้หมึกล่องหนปรากฎ แสดงตัวเลขออกมา Hilda เห็นก็วิเคราะห์ว่า ไส้ศึกคนนี้ชำนาญมาก เผลอๆอาจจะมีหลายคน เข้าคฤหาสน์มาก็เริ่มยื่นข้อเสนอ ใช้งานคนในคฤหาสน์ทันที Hilda หันมามอง Chief ด้วยสายตาที่จริงจังว่า "ถ้าเกิดว่าไส้ศึกพยายามจะมาคุยกับคุณ คุณต้องบอกฉันนะ" Chief แซวเล่นกลับไปว่า "ป่านนั้นแล้ว ฉันคงจับกุมเขามาส่งคุณแล้วล่ะ" Hilda ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมา เหมือนจะหัวเราะออกมาจากใจจริงๆ

"เช่นนั้นแล้ว หวังว่าพวกเราจะประสบความสำเร็จ"

เพิ่มเติม
-ดื่มชาดำบ่อย ผู้ดีอังกฤษจริงๆ(แม้นามสกุลจะเยอรมนีก็เถอะ)


            Hilda เอาผมทัดหู สีหน้าผ่อนคลายลงมากๆ จน Chief รู้สึกว่าเป็นความอ่อนโยนที่หายากและไม่ปิดบังความลับอะไรใดๆ จังหวะที่ Hilda อารมณ์ดีแบบนี้คือโอกาสที่ Chief จะแอบถามคำถามเสี่ยงๆ "จะว่าไปแล้ว ในจดหมายมีแต่ตัวเลข คุณเข้าใจได้ยังไง?" Hilda อธิบายว่า รหัสประเภทนี้มักจะมีหนังสือที่ใช้อ้างอิง แล้ว Hilda จำเล่มที่ใช้กับรหัสแบบนี้ได้พอดี Hilda หยิบหนังสือเล่มเขียวออกมาจากชั้นหนังสือแล้วส่งให้ Chief อย่างไม่คิดอะไร นั่นแปลว่าเล่มนี้ไม่ใช่เล่มที่ใช้อ่านม้วนกระดาษรหัสนั่น "The Wilderness(แดนทุรกันดาร) ตัวเลขแต่ละตัวคือหน้ากระดาษ และลำดับของคำบนหน้านั้น คำแรกจะอยู่ในส่วน จดหมายของผู้อ่าน"

            Chief ลองเปิดตามดู แต่ก็ไม่เจอส่วนที่ Hilda พูดถึงเลย เจอแค่ Midnight Tales (เรื่องเล่ากลางราตรี) และ Musing and Reflections (รำพึงและครุ่นคิด) ด้วยความงง Chief เปิดดูสารบัญ จนเจอส่วนที่แปลก Chief เลยเปิดหน้านั้น แต่แล้ว Hilda ก็เอื้อมมือมาชี้ ทำให้ Chief ชะงักไป

            Hilda ถามขึ้นมา "...ไม่เคยอ่านเหรอ?" Chief รู้สึกได้ แววตาที่จ้องมาโดยไม่กระพริบ รู้สึกเหมือนตอนห้องสอบสวน Johnson ไม่มีผิด ต่อให้น้ำเสียงฟังดูชิลก็เถอะ Hilda ยังคงพูดต่อ "ตอนที่เล่มนี้ดังในนครหลวง นักเรียนทุกคนมีหนังสือเรื่องนี้" Chief รู้ตัวแล้วว่าพลาด เผลอพลิกหน้ากระดาษตามสัญชาตญาณทันทีที่ได้หนังสือมามันพิรุธ Chief ไม่มีทางที่จะรู้จักบทกวียอดนิยมอายุสิบกว่าปีนี่หรอก Chief ต้องรีบหาข้ออ้าง "นี่คุณกำลังทดสอบฉันเหรอ? ฉันแค่ไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นนี้ เรื่องนี้ก็มีการตีพิมพ์ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แถมเล่มที่ฉันเคยอ่านไม่ได้มีปกหนาสวยขนาดนี้" Hilda ได้ยินแบบนั้นก็ปล่อยมือ แถมให้ Chief ยืมไปอ่านได้ อาจจะมีประโยชน์ในอนาคต Chief พยักหน้า รับหนังสือใส่กระเป๋า สายตาของ Hilda ก็จ้องมาที่ชุดของ Chief ตามหาม้วนกระดาษรหัสที่ว่านั่น แต่ Chief เอาไปซ่อนไว้ที่อื่นแล้ว

เพิ่มเติม
-สมองของ Hilda ต้องจำหนังสือกี่เล่มถึงเป็นนักถอดรหัสขั้นเทพได้...


            ท่าทางของ Hilda ยังคงทำตัวปกติ มองไปทางอื่น แล้วลุกไปหยิบกระดาษปากกา แล้วพูดขึ้นมาว่าซาบซึ้งในสิ่งที่ Chief ทำ แต่ตัวตนของ Chief ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แม้ว่า Hilda จะอยากร่วมมือกับ Chief อย่างใกล้ชิดกว่านี้ แต่ Hilda ก็ยังต้องระวังอยู่ ขออนุญาตส่งโทรเลขไปที่นครหลวงเพื่อยืนยันตัวตนของ Chief ถ้าได้รับการยืนยันกลับมา Hilda จะเขียนจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการ

            ทาง Chief ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า คฤหาสน์แห่งนี้ไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก สำหรับ Hilda แล้วคงมีวิธีสื่อสารกับโลกภายนอกแน่นอน ตัวตนของ Chief สามารถพังได้ทุกวินาที เพราะ Chief ไม่มีตัวตนอยู่จริงๆ หรอก(แค่ใน LINK) ยังไงนครหลวงก็ไม่สามารถยืนยันตัวตนให้ได้แน่นอน ทำได้แค่หวังว่ามาเนียและสภาพอากาศด้านนอกจะทำให้การติดต่อล่าช้า 

            Chief ยกแก้วชาขึ้นมาดื่มจนหมด พร้อมพูดดีๆ ว่า "ฉันเข้าใจดี ถ้าทำแบบนี้แล้วช่วยคลี่คลายความกังวลของคุณได้ ถือว่าเป็นทางที่ดีที่สุด" Hilda แววตาหม่นลงชั่วครู่ แล้วตกลง เริ่มเขียนจดหมายด้วยโค้ดลับบางอย่าง ไม่ต้องใช้หนังสือรหัสเลยแม้แต่น้อย ทั้งห้องเงียบ มีแค่เสียงปากกาเขียนและหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะแทบร่วงไปถึงตาตุ่มของ Chief  

เพิ่มเติม
-ในค่ำคืนนี้ Marlo เล่นกับไฟแช็ค สูบบุหรี่ไม่หยุด / Helene นอนแต่หัวค่ำหลังจากเขียนจดหมายที่อยากส่งให้คนรักเสร็จ / Manphist อยู่ที่ห้องเก็บไวน์ ลังเลระหว่างไวน์วินเทจ 2 ขวด ก่อนจะแอบเอากลับห้องตัวเอง มาเจอ Huck หน้าเครียดอยู่ที่โถงทางเดิน สองคนนี้พยักหน้าให้กันแล้วแยกย้ายโดยไม่พูดอะไร / Nolaine ตรวจดูข้อมูลที่จดได้ในวันนี้ / Casey เดินกระสับกระส่ายที่โถงทางเดินอีกที่ เพราะ Johnson โดนเรียกตัวไปแล้วยังไม่กลับมาเลย 


และแล้ว คืนแรกก็จบลง 

สายลับ Outland ที่เสียชีวิต: Horne Heiko, Edward Simmons, Johnson Madison
กระบวนการสร้างตัวตนใหม่ที่สำเร็จ: ทำให้ Hilda ไว้ใจได้ (ระดับหนึ่ง) ฟื้นฟูสติได้ 20% 

ได้รับเอกสารรวบรวมประวัติส่วนตัวของแต่ละคน 

สิ่งที่ต้องทำ 
1. ตำแหน่งพิมพ์เขียวของMonolith
2. ไส้ศึกคือใคร 
3. ขัดขวางโทรเลขยืนยันตัวตนของ Chief 
4. ถอดรหัสม้วนกระดาษรหัสของ Hilda


            [ปลดล็อคกุญแจ] ส่วนที่สองที่ผู้เล่นจะได้ปลดล็อคคือ Anim ตำแหน่งอยู่ตรงเท้า มีหมายเหตุว่า: เท้าคู่นี้ ครั้งหนึ่งเคยเคยก้าวข้ามดินแดนอันห่างไกลเพื่อแสวงหาหนทาง บัดนี้กลับหลง ล่องลอยอยู่ในเขาวงกตของจิตใจหลงอยู่ในเขาวงกตของจิตใจตัวเอง โปรดเข้าสู่จิตใต้สำนึกของ Hilda เพื่อทำลายภาพลวงตาที่ฝังแน่นอยู่ภายใน หยุดยั้งไม่ให้สภาพจิตใจของเธอพังทลายลงอย่างสมบูรณ์

            มอนสเตอร์ในด่านที่น่าสนใจมี เพชรฆาตแขวนคอนักโทษ ผู้สอบสวนไต่สวนแบบพิเศษและปกติ มีบทพูดประกอบอยู่
เพชรฆาตแขวนคอนักโทษ: แรงโน้มถ่วงคือเพชฌฆาตที่ซื่อสัตย์ที่สุด ฉันแค่ผูกริบบิ้นให้ของขวัญของมันเท่านั้น
ผู้สอบสวนไต่สวนแบบพิเศษ: ความเจ็บปวดทั่วไปไม่ทำให้คุณกลัวแล้วสินะ งั้นฉันจะฝังความทุกข์ทรมานลงลึกถึงจิตวิญญาณของคุณเอง

เพิ่มเติม
-มอนเตอร์เมื่อเรายิ่งปลดล็อคไปเรื่อยๆ จะยิ่งสะท้อนบาปที่อยู่ภายในใจของ Hilda ออกมาเรื่อยๆ
-Anim (Anima/Animus) คือตัวตนด้านในที่เป็นขั้วตรงข้ามกับเพศกำเนิด พลังเพศตรงข้ามในจิต(ตัวเป็นหญิงใจเป็นชาย)ไร้สำนึก(ไม่รู้ตัว) เป็นแรงขับเคลื่อนเชิงอารมณ์และทางจิตใจ อยู่ที่เท้าเพราะ เท้าคือการเคลื่อนไหว เดินทางพาไปสู่อนาคต Anim เป็นแรงขับเคลื่อนให้คนเราเดินไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเติบโต เข้าใจสิ่งต่างๆ แม้จะไม่รู้ว่าถูกทางรึเปล่า แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้ก้าวเดิน




            วันที่ 13 เดือนกันยายน ปี N.F. 71 เวลา 7.00(ใน LINK) Chief ใช้เวลาทั้งคืนพยายามถอดรหัสม้วนกระดาษรหัสของ Hilda จนไม่ได้หลับได้นอน ดวงตาล้าไปหมด ได้มาแค่ว่า วิธีธรรมดาๆ ทั่วไปใช้ไม่ได้ผล การลองผิดลองถูกแบบนี้ แกะทั้งปีก็ไม่มีทางทำได้ Chief ได้แต่สงสัยว่าพวกมือโปรเขาทำกันยังไง ยิ่งคิดยิ่งสิ้นหวัง แต่เช้าแล้ว Chief ก็ต้องออกจากห้อง 

            Chief ได้เห็นทหารยามใส่ชุดกันฝนสีน้ำเงินที่ทางเข้าคฤหาสน์ เหมือนจะเป็นคนส่งจดหมาย คงเป็นจดหมายของ Hilda แหละ เพราะมีแค่ Hilda เท่านั้นที่สั่งทหารยามพวกนี้ได้ Chief ต้องคิดหาทางขัดขวาง


[ทางเลือก 1: เข้าไปขัดขวางทันที]

            Chief รีบวิ่งเข้าไปหาทหารยาม แต่จดหมายถูกส่งถึงมือคนส่งจดหมายแล้ว ให้ Chief ขอร้องแค่ไหน ทหารยามก็ไม่ฟัง ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด Chief ทำได้แค่เหม่อมอง แล้วถูกพาตัวมาที่ห้องของ Hilda แน่นอนว่ามีการตั้งคำถามเกิดขึ้น แต่ Chief ไม่ตอบอะไร Hilda ถึงได้ถอนหายใจด้วยความผิดหวังและเริ่มสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดนยาแห่งความจริงจนสติพังไปหมด Chief พูดอะไรออกไปบ้างก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่สำคัญ เพราะยังไงเดี๋ยวก็ได้เจอกันใหม่ 

-ฉากจบ: ถึงอย่างไรก็หวนคืนมาพบกัน-


[ทางเลือก 2: ไว้หาทางอื่น]

            ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่ดีมากพอให้ขัดการส่งจดหมาย ทางที่ทำได้คือรอและจับตาดูไว้ Chief เดินไปที่ห้องโถง Helene กำลังจัดเรียงอาหารเช้าเงียบๆ แต่สายตาของ Chief จับจ้องไปที่ Hilda ที่กำลังนั่งจิบชาสีดำอยู่คนเดียว เก้าอี้ว่าง 3 ตัวที่เด่นหรา(คนไม่ครบ ตายไป 3) ส่วนคนอื่นๆ ลุกลี้ลุกลน ยุกยิกไปมา ทุกคนแอบเหลือบมอง Chief สลับกับ Hilda อยู่ตลอด Chief ยังแปลกใจตัวเองที่อดนึกคิดถึง Edward ไม่ได้ 

            Hilda ถามขึ้นมาก่อนว่า "หนังสือนั่น... อ่านจบรึยัง?" พร้อมกับทำท่าชี้ไปที่หนังสือ The Wilderness(แดนทุรกันดาร) ที่ Chief ถือมาด้วย ไม่ว่า Chief จะตอบว่า กลับมาอ่านใหม่แล้วก็สนุกดี หรือ ชอบโน้ตที่ Hilda เขียนไว้มากกว่า Hilda ก็ตอบว่า แค่เขียนเล่นตอนวัยเด็กเท่านั้น ถ้า Chief อ่านแล้วสนุกก็ดี แล้วจู่ๆ Marlo พูดขึ้นมาทันทีว่า มาอ่านหนังสือเวลาแบบนี้เนี่ยนะ? ดูว่างเนอะ แต่ Marlo ก็พูดบทกลอนในหนังสือได้ Manphist ก็คุยด้วยว่า พูดถึงแล้วก็คิดถึงจัง ตอนหนุ่มๆ ชอบเล่มนี้มากเลย หันไปชม Marlo ที่จำได้ด้วย แต่ Helene ที่เป็นชาว DisCity ไม่รู้เรื่องหนังสือเล่มนี้สักนิด แถมตอนเด็กก็ไม่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือมากด้วย เลยพูดขัดขึ้นมาหงุดหงิดหน่อยๆ แซะ Marlo ด้วย ทำให้บรรยากาศในห้องตึงมาก 


            ทหารยามโพล่งเข้ามาในห้องพร้อมประกาศว่ามีคำสั่งใหม่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่หน่วยข้อมูลข่าวกรอง Chief คับอกคับใจทันที ส่วน Hilda ชายตามอง Chief ครู่หนึ่ง Hilda รับจดหมายมา ทุกคนในห้องจับตามอง Chief คิดหาทางออกไม่ได้ คิดอยู่ว่าจะย้อนกลับไปช่วงไหนของ LINK ดี แต่อยู่จู่ๆ คฤหาสน์ก็มีแรงระเบิดเกิดขึ้น ไฟดับพรึ่บ Marlo รีบตะโกนบอกให้หาที่หลบ แล้วกระสุนก็ถูกยิงสาดเข้ามาในห้องทันที Chief ฉวยโอกาส พยายามทำเป็นเดินเซชน Hilda เพื่อหยิบจดหมาย แต่ Hilda ก็รีบถามทันทีว่าใคร Chief หยิบจดหมายออกมาได้ แต่ก็หลุดมือ โดนกระสุนยิงทะลุ ร่วงหล่นไปไหนก็ไม่รู้ Chief เลยตัดสินใจที่จะ 

[ทางเลือก 1: พยายามหาจดหมายให้เจอ]

            Chief พุ่งเข้าไปกลางห่ากระสุน พยายามหลบหลังเก้าอี้ โดนกระสุนเฉี่ยวหลายที แต่อยู่ดีๆ ก็มีเสียงชายคนหนึ่งจับตัว Chief บอกว่าขวาง ถอยไปซะ! แล้วก็ยิง Chief ตายไป 

-ฉากจบ: ฉากหลังแห่งปืน-


[ทางเลือก 2: หลบออกไป สำรวจดูจุดระเบิด]

            Chief ขึ้นไปที่ชั้น 2 คาดว่าเป้าหมายคือ Monolith แน่นอน ในความมืด Chief เห็นร่างใครบางคนอยู่ที่พื้น ไฟติดพอดี ปรากฎว่าเป็น Johnson นอนหงายจมกองเลือดอยู่ใต้ตู้ควบคุมไฟฟ้าที่แตกหัก น่าจะระเบิด มีมีดทหารปักลุกอยู่ที่อก ใบหน้าแข็งกลัว ตาค้าง มือขวาพยายามตะกุยอะไรบางอย่าง มือซ้ายกำสายไฟไว้แน่น

            Casey เห็นก็กรี๊ดทันที เซจนจะล้มแต่ดีที่ Manphist มาจับไว้ได้ทัน Casey รีบเข้าไปหา Johnson ทรุดลงข้างๆ ร่างไร้ชีวิตของเขา แล้วรีบบอกทันทีว่า มีดเล่มนี้เป็นของ Marlo ที่ใช้ตอนทะเลาะกับ Horne เมื่อวานนี้ Marlo รีบเช็คกระเป๋าตัวเอง และมีดไม่อยู่กับตัวจริง เขาอ้างว่าผู้ร้ายอาจจะหยิบไปตอนเหตุชุลมุนเมื่อกี้ Casey ไม่เชื่อ เพราะ Marlo เป็นนักฆ่ามืออาชีพ ไม่น่าพลาดเรื่องแบบนี้ พูดพยายามอธิบายยาวยืด Marlo ทนฟังไม่ไหว เลยเรียกให้ Hilda มาพูดอะไรหน่อย 

เพิ่มเติม
-Casey เมื่อคืนไม่ได้นอนเหมือนกัน


            Hilda มาถึงก็ไม่ได้สนใจการทะเลาะของสองคนนั้นเลย เดินมาดูจุดที่ระเบิด สายตามองตามร่องรอยเศษพลาสติกที่แตกหักและผงเหล็กตามพื้น เรียกสั่งให้ Nolaine นำผงพวกนี้ไปตรวจสอบ Nolaine วิเคราะห์ได้ทันทีว่าเป็น แอมโมเนียมไนเตรตผสมแบบหยาบ ทำขึ้นเอง แรงระเบิดต่ำแต่ก็พอทำให้จุดเชื่อมไฟระเบิดได้ Hilda จึงสรุปว่า Johnson มาทำลายตู้ควบคุมไฟฟ้าแล้วโดนโจมตี แต่แล้วคำถามคือ ทำไมต้องฆ่า? แถมทิ้งร่างไว้ที่จุดเกิดเหตุอีก สมมุติฐานแรก มีฮีโร่มาพยายามหยุด Johnson ด้วยการฆ่า ก็แต่ไม่มีใครในคฤหาสน์นี้เป็นนักสืบที่ฉลาดมากพอ แปลว่า สมมุติฐานสองมีความเป็นไปได้มากกว่า นั่นคือ คนฆ่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ฆ่าเพื่อปิดปาก 

            Casey ไม่เห็นด้วยทันที เพราะ Johnson ภักดีต่อนครหลวงมาก Marlo ก็บอกว่าไม่ใช่คนฆ่า มาถึงเขาก็ตายแล้ว ก่อนจะนึกได้ว่า Huck ถามถึง Johnson อยู่ คนเลยเริ่มไปเค้น Huck แทน ยิ่ง Huck เป็นช่างไฟด้วย นักธุรกิจอย่าง Johnson ไม่มีทางรู้เรื่องสายไฟหรอก Manphist เข้ามามีส่วนร่วมด้วย บอกว่า ในเมื่อหาตัวคนร้ายไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็ยึดอาวุธของ Marlo กับ Huck ไว้ก่อนดีไหม? Hilda เห็นด้วยเลยขอยึดอาวุธ ซึ่ง Marlo ยอมจำนนอาวุธอย่างไม่เต็มใจ แต่ Huck ไม่ยอม หยิบไขควงออกมาพุ่งเข้าโจมตี Casey ทันที ยอมสารภาพว่า ลงทุนทุกอย่างกับกองทุนของ Johnson ไป ถ้า Johnson ไม่รอดจากที่นี่ Huck ก็จะไม่รอดเหมือนกัน
 

            เมื่อการต่อสู้เริ่มต้น Marlo ชักปืนขู่ทันที Huck สารภาพว่าเป็นคนขายข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของแผนกถอดรหัสลับ ก่อนจะเริ่มตะโกนดุว่าทุกคนว่าใครคนไหนทำอะไรไม่ดีบ้าง ไม่ใช่ทุกคนที่ใสสะอาด พร้อมอ้อนวอนให้ Hilda ปล่อยเขาไป Huck เริ่มออกแรงแทงคอ Casey เข้าละทีหน่อย แต่ Hilda มองนิ่งๆ วิเคราะห์สถานการณ์ ค่อยๆ เดินเข้าไปหา Huck พร้อมทำสัญลักษณ์มือที่เตี๊ยมไว้กับ Chief 

            Hilda พยายามพูดโน้มน้าว Huck ให้ยอมแพ้ ในขณะที่ทำมือบอก Chief (บทสีเหลือง) ว่า ถ้า Huck ลงบันได ให้ทำตาม Hilda แล้ว Hilda ก็เริ่มนับถอยหลังจากสาม สอง หนึ่ง พอถึงเวลาที่ Hilda ตะโกนบอก "ตอนนี้!" Chief หยิบปืนที่ Marlo วางไว้บนโต๊ะยิงไหล่ของ Marlo จนร้องเสียงดัง ส่วน Huck ก็ตกใจ Hilda ใช้โอกาสนี้กระโจนใส่ Huck ด้วยความเร็ว ใช้ศอกกระแทกซี่โครงของ Huck แล้วแย่งอาวุธออกมา ใช้เข่ากระแทกเข้ากลางหลัง Huck ให้เข้าหันหน้ากระแทกเข้ากำแพง แล้ว Hilda ก็ใช้ปืนจ่อขมับของ Huck ทาง Chief เดินอย่างใจเย็น เตะปืนของ Marlo ออกไปไกลๆ แต่ Marlo มองแค้น Chief มาก ส่วน Helene กับ Manphist ยืนอึ้ง Hilda ชำเลืองมอง Chief ด้วยสายตาที่พึงพอใจ ยอมรับในตัว Chief มาก 

เพิ่มเติม
-Hilda ขยับไวมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับก้าวพริบตา


            แม้จะกลางวันแต่ฝนก็ยังตก Marlo กับ Huck ถูกนำตัวไปกักขังไว้ Nolaine พา Casey ไปทำแผล ส่วน Chief ยังคงพยายามมองหากระดาษยืนยันตัวตนของตัวเอง แต่ Helene หยิบได้ก่อน และยื่นให้ Hilda Chief กลั้นใจรอชะตากรรม แต่ Hilda กลับบอกว่า นครหลวงยืนยันตัวตนของ Chief แล้ว Chief ได้ยินอย่างนั้นก็งง แต่ต้องหน้านิ่งเข้าไว้ แม้ว่าในใจจะกรี๊ดเป็นบ้าแล้วก็ตาม Chief มองจดหมายในมือของ Hilda แล้วถึงเห็น ว่ามันไม่ใช่ฉบับที่ Chief จับได้ตอนชุลมุนปืน แผ่นที่ Hilda ถืออยู่ไม่มีรอยกระสุนอะไรทั้งนั้น แปลว่ามีคนเปลี่ยนจดหมาย 

            ใจ Chief เต้นรัวเป็นกลองชุด คำถามถัดมาคือ ใครเป็นคนเปลี่ยน? ในขณะที่ Hilda เพียงพับจดหมายเก็บเข้าเสื้อตามปกติ โค้งคำนับให้ Chief อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศว่าต่อจากนี้จะไม่มีการทดสอบ ลองเชิง หรือสงสัยในตัวตนอำนาจของ Chief อีก ไม่ว่า Chief จะแซวเล่นหรือตอบจริงจังว่าเข้าใจได้ Hilda ก็จะเงยหน้าขึ้นยิ้มทั้งตาและปากนิดๆ เป็นรอยยิ้มจากใจจริง Hilda ปล่อยให้ Chief ทำตามใจชอบ ก่อนจะขอตัวไปสอบสวน Huck และ Marlo ก่อน และจะมาแจ้งข้อมูลความคืบหน้า อีกทั้งยังให้ Chief พกปืนของ Marlo ไว้กับตัวเพื่อป้องกันตัวเอง Hilda ทำความเคารพให้ Chief ก่อนจากไป ต่อจากนี้ Chief ก็คิดไม่ยากว่าต้องไปหาใคร

เพิ่มเติม
-Chief กลายเป็น Parfait ไปแล้ว (สามารถเห็น Parfait กรี๊ดแตกในใจได้ ในเนื้อเรื่อง N3-N4) (จิ้มอ่าน)
-ท่าทำความเคารพของ Hilda คือการวางมือลงที่อกฝั่งซ้าย แล้วยกมือทำความเคารพ 


[ทางเลือก 1: ไปหา Helene] 

            แต่ก่อนจะไป Chief สำรวจห้องโถงก่อน ทั้งๆ ที่เกิดเหตุยิงกราดขนาดนั้น แต่ห้องกลับแทบไม่เป็นอะไรเลย ที่ชัดเจนมีกำแพงชั้น 2 ที่มีรอยกระสุนอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่ยิงขึ้นมาที่ชั้น 2 อาจจะจงใจยิงสร้างความวุ่นวายมากกว่าฆ่าคนที่ชั้น 1 อีกจุดที่น่าสนใจคือภาพวาดตรงกลางบันไดที่ภาพดูเก่าแล้วแต่กรอบยังใหม่อยู่ ท้ายที่สุดแล้ว โซฟาที่ Chief และ Hilda ใช้หลบกระสุนมีร่องรอยของกระสุนชัดเจน ตามวิถีของกระสุนไปจนถึงกำแพง มีปลอกกระสุนทองเหลืองขนาดเรียวยาวตกอยู่บนพื้น Chief เก็บขึ้นมาดูรายละเอียด พบว่าเล็กกว่ามาตรฐานที่ใช้ในกองทัพ เน้นโจมตีระยะใกล้ ใช้ในการป้องกันตัวระยะประชิด 

            เสียงเท้าของ Manphist ดังขึ้น Chief เลยเก็บปลอกกระสุนแล้วหันไปคุย ดูท่าว่า Manphist ก็กำลังสำรวจห้องเหมือนกัน Manphist เข้ามาชวนคุยก่อนว่าเจออะไรบ้างไหม? แต่ Chief ยักไหล่ยกมือว่าไม่เจออะไร แต่ Manphist กลับชมว่าต่อให้มีข้อมูล การไม่บอกใครทันทีเป็นคุณสมบัติที่ดี แถมชวนคุยเรื่องหนังสือ The Wilderness(แดนทุรกันดาร) Chief ยังไม่ทันตอบ Manphist ก็รีบบอกว่าตัวเขาก็อยู่ในห้องตอนที่เกิดเหตุกราดยิงเช่นกัน แถมบอกว่ามีข้อมูลไส้ศึกมาบอก Chief ก็มองรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบมองอยู่ Chief เห็น Nolaine จ้องอยู่ เลยทำเป็นเนียนคุยก่อน ย้อนว่า ไหนบอกว่าการไม่บอกข้อมูลใครทันทีเป็นคุณสมบัติที่ดีไง? Manphist ถึงกับยิ้ม แต่เขามั่นใจว่า Chief ไม่ใช่ไส้ศึก เลยอยากบอกข้อมูล รั้งไม่ให้ Chief รีบไปไหน

เพิ่มเติม
-เข้ากองทัพ DisCorps หน่อย รู้ข้อมูลทหารกองทัพเชียว
-โปรดจำสถานการณ์นี้ให้ดีๆ อ่านแล้วทดไว้ในหัวว่า ไม่ปกติ!!!!!



            Chief หันหลังไปหา Nolaine ที่จ้องไม่วางตา สงสัย Chief ที่ตรวจดูรอบๆ Chief เลยเข้าไปคุย เริ่มถามว่า Nolaine อยู่ที่ไหนก่อนที่จะเกิดการโจมตี คำถามนี้ทำให้ Nolaine ไม่พอใจมากที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ก็ยังตอบความจริง Chief ถามต่อเรื่อง Casey แต่ Nolaine บอกอย่างเย็นชาว่า Casey เสียแล้ว แต่ก็ไปอารมณ์เสียดุว่าไส้ศึกที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ แล้ว Nolaine ก็ออกจากห้องไป 

            Manphist รอจน Nolaine ออกไปจากห้อง เขาถึงยื่นปืนที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อเอาไว้ให้ Chief รับมาโดยที่ยังจับปืนด้วยผ้าเช็ดหน้าอยู่ ตรวจสอบแล้วเป็นปืนเล็กที่ใช้ยิงแน่นอน Manphist บอกว่า การกราดยิงเมื่อกี้น่าจะเป็นการจัดฉากของคนในคฤหาสน์เองนี่แหละ ไม่ใช่คนนอก แล้ว Manphist ก็โบกมือลา ขอตัวก่อน ทิ้งปืนไว้ให้ Chief ใช้ป้องกันตัว 

            Chief เดินขึ้นชั้น 2 มาหา Helene แต่กลับได้ยินเสียงอะไรบางอย่างในห้องพักของ Chief เปิดกระแทกเข้ามาก็พบ Helene ทั้งสองเข้าเรื่องจดหมายทันที Helene เริ่มต่อรอง ทำท่าทางเป็นสาวสวยขี้เล่น นิ้วแตะริมฝีปาก ยิ้มโปรยเสน่ห์ บอกว่าอยากร่วมมือกันชั่วคราว เพราะต่อให้เปิดโปงไป Helene ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ Helene สาบานว่าตัวนางไม่ใช่ไส้ศึก แค่อยากมีชีวิตรอด แต่ขอเป็นคนถือจดหมายเพื่อใช้เป็นตัวประกัน ก่อนออกจากห้อง Helene ก็ใช้นิ้วที่แตะริมฝีปากตัวเอง ป้ายเสน่ห์ จับหูของ Chief แล้วอวยพรให้โชคดี 

เพิ่มเติม
-Manphist ร้อนตัวนะ หรือพยายามจะบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยว บอกมากไปก็แปลก แถมเอาผ้าเช็ดหน้าห่อปืนจะได้ไม่ทิ้งรอยนิ้วมืออีก 



            ที่ห้องใต้ดิน มีใครบางคนในชุดทหารยามแอบมาเพื่อติดต่อกับใครสักคน แต่ทหารยามมาคนเดียว อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยการเคาะท่อเหล็ก ทหารยามจึงต้องตอบกลับด้วยการเคาะเหล็กแบบเดียวกันด้วยความหงุดหงิดกับคำตอบที่ได้รับ 


            ที่ห้องโถง Helene กำลังเล่าอธิบายให้ Chief ฟัง ว่ามีสายลับกี่แบบ แบบไหนบ้าง ก่อนจะเข้าประเด็นของ Marlo ว่าเลวขนาดไหน พร้อมกับเอนตัวเข้าใกล้โปรยเสน่ห์ แต่ Chief ก็เอนตัวถอยออกเหมือนกัน พยายามไม่ให้โดนตัว แต่สีหน้ายังนิ่ง คุยกับ Helene ตามปกติ แต่พอไวน์หมดขวด Helene ก็ลุกจะไปหยิบขวดใหม่ แต่ก็ต้องชะงักเพราะมีการเคลื่อนไหวที่หน้าต่าง ปรากฎว่าตอนนี้คฤหาสน์ไฟไหม้ ทั้งๆ ที่ฝนตก แถมคฤหาสน์ทำจากอิฐด้วย ไม่ควรจะไฟไหม้ง่ายๆ Nolaine พยายามตะโกนบอกว่าจุดที่ไหม้คือโรงเก็บเชื้อเพลิง แต่แล้วก็เกิดเสียงระเบิดอีกครั้ง 

            ไฟไหม้ของจริง Manphist พยายามเปิดประตู พยายามเรียกทหารยาม แต่โดนล็อคขังไว้ข้างในกันหมด ทหารยามรีบบอกให้ทุกคนใจเย็นแล้วไปรวมตัวกันที่ห้องข้างๆ Nolaine วิ่งไปก่อน Helene รีบกุมมือ Chief ทันทีด้วยความแพนิค Chief ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง


[ทางเลือกย่อย 1.1: หนีไปกับ Helene]

            Chief กุมมือ Helene แล้วตามทหารยามไปยังจุดปลอดภัย Helene ยังพยายามถามว่าจะพาไปไหน แต่ทหารยามก็สั่งให้หุบปากแล้วตามไปอย่างเดียว ตึกเริ่มถล่ม Helene กุมมือแน่นจนเล็บจิกมือ Chief จังหวะชุลมุนแบบนี้แหละ Chief ต้องฉวยโอกาสแย่งจดหมายมาให้ได้ 


[ทางเลือกย่อย 1.1.1: ขัดขา Helene ให้ล้ม]

            Helene กรี๊ดแล้วล้มลงทันที Chief ก้มลงไปช่วย ทหารยามเริ่มเข้ามาใกล้ Chief เลยตัดสินใจแบก Helene ขึ้นบ่าแล้วพาเข้าห้องสอบสวนทันที Chief บอกว่าอยู่ที่นี่น่าจะปลอดภัย ในตอนแรก Helene ยังตกใจกลัวกับเหตุการณ์ไฟไหม้อยู่หรอก แต่พอ Chief ล็อคข้อมือของ Helene บนเก้าอี้ Helene ชักจะกลัว Chief แทน เริ่มร้องไห้ขอร้องอ้อนวอน น้ำตาของ Helene ทำให้ Chief ชะงักไป Chief เริ่มสงสัยในตัวเอง ว่าถ้าฆ่าปิดปาก Helene พร้อมจดหมายก็ถูกแล้ว แต่ Chief เป็นคนแบบนี้เหรอ? จะทำจริงๆ เหรอ?

            วินาทีเดียวที่ Chief ลังเล Helene ปาดคอของ Chief ทันที มือไวสมกับเป็นช่างทำหมวกจริงๆ 

เพิ่มเติม
-Chief มีแรงแบกคนด้วยเรอะ!? ถ้า Chief ชายหล่อมาก แต่จะหล่อแค่ไหนก็แพ้น้ำตาสาว

-ฉากจบ: ช่างทำหมวก-



[ทางเลือกย่อย 1.1.2: แกล้งทำเป็นบาดเจ็บ]

            Chief ทรุดลงกับพื้น แต่แผนพังทันทีที่ Helene สะดุด Chief ล้มตามลงมา ส้นสูง 10 ชั้นของ Helene ทิ่มทะลุซี่โครงของ Chief ทันที Helene พยายามจะช่วย แต่ทหารยามที่มาด้วยกันยิง Helene ทิ้ง แล้วก็หันมายิง Chief ด้วย พร้อมตะโกนว่า "DisCity จงเจริญ!"

-ฉากจบ: เงาหวนคืน-



[ทางเลือกย่อย 1.2: ไปช่วย Nolaine ดับไฟ]

            Chief ไม่ช่วย Helene คิดว่า ถ้าแรงระเบิดทั้งสองรอบที่ผ่านมาเกิดจากไส้ศึกจริงๆ แปลว่าไส้ศึกน่าจะอยู่ใกล้จุดระเบิดมากๆ Chief กระชากมือให้หลุดจาก Helene แล้วรีบวิ่งตาม Nolaine ไปที่ด้านนอกคฤหาสน์ แน่นอนว่า Nolaine ประชดทันทีว่า พนักงานนั่งโต๊ะออฟฟิศมาทำไม แถมต้องคอยดึง Chief หลบซากตึกที่ถล่มใส่ เป็นตัวถ่วงมาก แต่ Chief พูดออกมาแค่ว่า "จะไปทำลายหลักฐานเหรอ?" Nolaine ถึงยอมให้ Chief มาด้วย “อยากตายก็มา!” แล้ววิ่งนำไปก่อน Chief ต้องวิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าตามไป มองอะไรไม่เห็น แต่ได้ยินเสียงปืนนัดแรก ร่างของ Nolaine ก็หายไป เสียงปืนนัดสอง Chief โดนยิงเข้าที่ช่วงท้อง ทหารยามเดินเข้ามายิง Chief อีกครั้ง พร้อมตะโกนว่า "DisCity จงเจริญ!"

-ฉากจบ: ฉากหน้าแห่งปืน-



[ทางเลือกย่อย 1.3: ขึ้นชั้น 2 ไปปกป้อง Hilda]

            Chief บอกให้ Helene ไปกับคนอื่นๆ ก่อน แล้วกระชากมือให้หลุดจาก Helene แล้วรีบวิ่งขึ้นชั้น 2 ฝ่าไฟไปที่ห้องของ Hilda แต่ห้องล็อค พยายามกระแทกยังไงก็เข้าไม่ได้ ได้ยินเสียงปืนโหลดกระสุนในห้องด้วย สถานการณ์ไม่ดี Chief เลยกลับเข้าห้องตัวเองเพื่อมุดทางตู้เสื้อผ้า แต่ก็ต้องตกใจที่ในทางลับ มีการป้ายสีเรืองแสง(แบบปากกาสายลับ)เอาไว้ ไหนจะรอยเท้าคนอีกหลายรอย Chief รีบเข้าห้องไป ควันปืนยังฟุ้งเต็มห้อง Hilda ก็รีบถามว่า ใครเข้ามา? แต่ในห้องตอนนี้มีร่างของทหารยามจมกองเลือดเกลื่อนไปหมด Hilda เองก็สภาพไม่ดี นอนโชกเลือดอยู่ที่พื้น แผลที่คอทำให้ทุกลมหายใจมีเลือดฟ่อดเป็นฟองออกมา แต่ถึงอย่างนั้น Hilda ก็ยังถือปืนจ่อไปที่ประตูอย่างแน่นิ่ง 

            Chief คุกเข่าลงไป รีบหาผ้ามากดแผลของ Hilda ทันที แต่เลือดไหลมากเกินไป พยายามเรียกสติอีกฝ่าย Hilda ที่ตามองไม่เห็นแล้วแต่จำเสียงได้ ก็พยายามบอกว่า พวกไส้ศึกรู้ทางลับหมดแล้ว แถมบอกให้ Chief เก็บปืนไว้ดีๆ ให้ใช้ในยามที่จำเป็น อย่าลังเลเด็ดขาด พยายามยกมือไม่ให้ Chief ช่วยอีก เพราะมันสายเกินไปสำหรับ Hilda แล้ว

            แถม Hilda ไม่ได้รู้สึกแย่ที่คนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันก่อนตายคือ Chief ด้วย Hilda เอื้อมไปจับปกคอเสื้อของ Chief ดึงเข้าหาเพื่อให้กุญแจสีเงินอันเล็กๆ อันหนึ่งแล้วชี้ไปที่ Monolith 

            Chief ลุกไปใช้กุญแจ เปิดเครื่องออกมา Hilda ชี้ไปที่แกนกลางของเครื่อง ชัดเจนว่าต้องการให้ Chief นำออกไป Chief กลับไปดูแผลของ Hilda ก็พบว่าเป็นรอยถูกยิง กระสุนยังค้างอยู่ในอก เลือกทะลักออกมาทุกครั้งที่หายใจ ยังไงก็ช่วยไม่ได้แล้ว แววตาของ Hilda เองก็ไม่สู้แล้วเช่นกัน กระซิบบอกอย่างแผ่วเบาว่า Monolith ไม่เสร็จ แต่ข้อมูลที่เหลือเอาไปให้นักวิจัยที่นครหลวงได้

“ฝากด้วยนะ Chief…”



            แต่ Chief ตัดสินใจอย่างเย็นชาที่สุด เอาม้วนกระดาษรหัสใส่เข้าเครื่อง ตาของ Hilda ที่ยังเห็นอย่างเลือนลางถึงกับเบิกโพล่งอย่างไม่อยากจะเชื่อ เรียก Chief อย่างอ้อนวอน แต่ Chief ก็ถอดรหัสได้แล้ว ในม้วนกระดาษรหัส คือการบันทึกของ Hilda ที่คอยเขียนชื่อของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตายจากน้ำมือของ Hilda ทุกคน มีวันที่และรายละเอียด
 
            Hilda ได้รายงานเบื้องบนไปว่ามีไส้ศึก ทำให้มีการกำจัดไป 15 คน แต่ทุกคนล้วนเป็นคนของนครหลวง Hilda จึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมกับเบื้องบน แต่ก็โดนดุกลับมาว่า แค่ต้องทำตามคำสั่งหน้าที่เท่านั้น Hilda ไม่พอใจสักเท่าไหร่ ระบายลงในม้วนกระดาษนี้ ว่าหน้าที่ของ Hilda คือการส่งต่อหมายประหาร เฝ้ามองผู้บริสุทธิ์ตายแค่นั้นเหรอ? แถมคำสั่งหลายครั้งคือการโจมตีประชาชนบริสุทธิ์ Hilda ค้าน ทำให้โดนกักขังลงโทษ Hilda ไม่ได้เสียใจกับการถูกขังเลย แต่รู้สึกเสียใจที่พลาดข้อมูลจากโลกภายนอกเพราะถูกตัดขาดจากข้อมูล 7 วัน ปฏิบัติการถัดไป Hilda กดปุ่มพลาด ทำให้ระเบิดเอียงไป 5 องศา ไม่โดนใครเลย นับว่าปฏิบัติการล้มเหลว แต่ Hilda กลับรู้สึกดีใจ 


            สติของ Chief เริ่มเลือนลางแล้ว แต่ก็อ่านม้วนกระดาษรหัสจบเช่นกัน Chief กำม้วนกระดาษแน่นด้วยอารมณ์ที่หลากหลายมากมาย Chief เข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ Hilda พยายามปกปิดมาตลอดคือความภักดีที่แตกสลายจนถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ ไม่ได้หลับตาเชื่อฟังอย่างมืดบอด แต่ภักดีด้วยความรู้สึกบาปที่อยากชดใช้

            ใบหน้าของ Hilda ในวาระสุดท้ายเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่ความลับสุดดำมืดของตัวเองถูกเปิดเผย เชื่อว่านครหลวงรู้ความจริงเข้าแล้ว แต่ Chief เข้าไปกุมมือของ Hilda แน่นๆ แล้วพูดก่อนที่ไฟจะคลอกทั้งสองคนตาย 

"ไม่ต้องห่วงนะ ความลับของคุณจะอยู่กับฉัน ฉันจะพาคุณออกไปจากที่นี่…พวกเราทั้งสองจะรอดไปด้วยกัน"

-ฉากจบ: ความตายไม่ใช่จุดจบ-



[ทางเลือก 2: ไปหา Hilda] (ปลดล็อคตอนเลือกไปปกป้อง Hilda)

            ครั้งนี้ Chief ย้อนกลับมาในวินาทีที่ Hilda ได้อ่านจดหมาย Chief ไม่ไปหา Helene แล้ว ถ้าถึงตอนนั้นก็สายเกินไปแล้ว Hilda จะโดนลอบโจมตีก่อน แต่เพื่อไม่ให้ดูพิรุธ Chief เดินเข้าห้องตัวเองชิลๆ (ใจไม่ชิลแล้วพี่) ช่องทางลับในตอนนี้มีสีเรืองแสงแล้ว แต่ยังไม่มีรอยเท้าแปลกปลอม Chief ยังมีเวลาอยู่ Hilda ยังคงตั้งใจทำงานอยู่ที่โต๊ะ เห็น Chief เข้ามาก็แปลกใจ Chief บอกไปตรงๆ ว่าพวกทหารยามจะลอบโจมตีในอีก 20 นาที แน่นอนว่า…

Hilda ไม่เชื่อทันที

            แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ อยากรู้แหล่งข้อมูลของ Chief ก่อน  Chief เลยเปิดตู้เสื้อผ้า เปิดเส้นทางลับให้ Hilda ดูสีเรืองแสงที่เขียนอยู่ สีหน้าของ Hilda พยายามไม่ตกใจ(อึ้บไว้อยู่) แต่ก็ยังสงสัยว่าเป็นพวกทหารยามจริงๆ เหรอ? Chief ตอบ "ถ้าคุณใช้ทหารยามสร้างสถานการณ์โจมตีหลอกได้ ทำไมไส้ศึกจะใช้ทหารยามโจมตีจริงๆ ไม่ได้ล่ะ?" Hilda เงียบ รอยยิ้มจางๆ ก่อนหน้านี้หายไป กลายเป็นการเม้มปากทันที Hilda ถามออกมาว่า Chief รู้มากน้อยแค่ไหน? Chief หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกทั้งเรื่องกระสุนที่ไม่อันตรายถึงชีวิต องศาการยิงไม่จงใจเล็งไปที่คน กราดยิงขนาดนั้นแต่ไม่มีใครบาดเจ็บเลย มันไม่ปกติตั้งแต่แรกแล้ว เป็นการแสดงจุดพลุโชว์ชัดๆ(การละคร) นึกย้อนแล้วก็เข้าใจได้ว่าทำไม Hilda ถึงไม่เคร่งครัดกับ Johnson เป็นเพราะรู้ว่า Johnson มีส่วนเกี่ยวข้องกับไส้ศึก พยายามล่อลวงออกมา แต่ก็ดันทำให้ผู้บริสุทธิ์ตายอย่างไม่คาดคิด
 
เพิ่มเติม
-Hilda แอบยิ้มที่ Chief แอบเข้ามาในห้อง(?)
-จุดนี้เฉลยชัดเจน ว่า Hilda สร้างสถานการณ์
-ถ้าไม่ติดว่าเป็นอีเว้นท์สายลับ ก็อยากให้ติดแท็ก romance ในอีเว้นท์นี้ได้แล้ว


            Hilda ค่อยๆ สบตา Chief แววตาไร้ความลังเล บอกว่า "การตายของ Johnson คือสิ่งจำเป็น เขาเกี่ยวข้องกับไส้ศึกชัดเจนที่สุด ความโง่และกลัวของเขาคือความสะเพร่าของตัวเขาเอง การใช้ประโยชน์จากศพของเขาคือสิ่งที่ดีที่สุด" Chief พูดย้อน "งั้นเหรอ? แต่ฉันคิดว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น" ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษรหัสออกมาวางบนโต๊ะ แววตาของ Hilda ตื่นตระหนก แต่ก็ควบคุมได้ทันที ยังคงมองท่าทีของ Chief อยู่ 

            Chief พูดต่อว่า Hilda เกลียดการเสียสละที่ไม่จำเป็น ไม่ชอบให้ประชาชนทั่วไปโดนลูกหลง ภักดีต่อชาติ แต่ก็ตั้งคำถามกับคำสั่ง เผลอๆ Hilda อาจจะเคยปลอมแปลงเอกสารแล้วก็ได้ แต่ Hilda ยังมีเกียรติ พยายามกำจัดแค่เป้าหมายที่คู่ควร การตายของ Casey ไม่ได้อยู่ในแผน เป็นจุดบกพร่องในแผนการ แต่ Chief โกรธตรงที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ ใช้งาน Chief เหมือนกับคนอื่นๆ 

            Hilda เม้มปากแน่นกว่าเดิม Chief เลยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากขึ้นว่า ตอนนี้จะไม่รายงานให้เบื้องบน อย่างน้อยๆ ในสงครามแบบนี้ การยังมีเส้นแบ่งความถูกต้องทางจริยธรรมไว้เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องแบบนี้ควรบอกกัน ทั้งๆ ที่ Hilda ก็รู้ตัวตนของ Chief แล้วว่าเชื่อถือได้ (แปลกๆ นะ?) ตัวคนเดียวทำอะไรไม่ได้มากหรอก สองคนยังไงก็ดีกว่า 


            Hilda เงียบ อาการกระสับกระส่ายสงบลงในทันที ก่อนจะตอบออกมาอย่างชัดเจนว่า "พูดตามตรง ฉันไม่คิดว่าคุณจะมาที่นี่ และคุณก็รู้แผนการของฉันไวกว่าที่คาดการณ์ จะเลือกปิดปากเงียบหรือจะฉวยโอกาสเล่นงานฉันก็ได้ แต่คุณกลับเลือกช่วยฉัน" Hilda ไม่ตอบตกลงร่วมมือทันทีซะทีเดียว แต่ยังระแวง คำนวนความคุ้มเสี่ยง 

"นั่นแปลว่า ต่อให้คุณโมโหแค่ไหน คุณก็ยังใช้ความคิดเป็นที่ตั้ง นอกจากฉันแล้ว คุณไม่ไว้ใจใครอีก ฉันเป็นเพียงคนเดียวที่ไว้ใจได้

            คำพูดนี้ทำให้ Chief พูดไม่ออก เพราะ Hilda พูดถูกทุกอย่าง Chief กับ Hilda ไม่มีใครอยู่เหนือใคร แต่เท่าเทียม Hilda ยื่นมือมาหา Chief ด้วยรอยยิ้มจางๆ "ขอบคุณสำหรับความ และซื่อสัตย์และการตัดสินอย่างยุติธรรมของคุณ ฉันจะไม่ทำอะไรโดยลำพังแบบนั้นอีก วางใจได้" ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันทำให้ Chief เข้าใจภาษากายของ Hilda มากขึ้น แม้ภายนอกจะนิ่งและดูเย็นชา แววตามักจะคอยประเมิน Chief อย่างสุขุมและยอมรับอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้มีประกายของดีใจจากหัวใจจริงอยู่ Hilda พูดต่อ "เรื่องแผนและวิธีของฉัน เราพักไว้ก่อน สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เราต้องมีแผนรับมือการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้น"


            Chief สำรวจเส้นทางที่จะโดนโจมตี ก็มีจากห้อง Chief ที่น่าจะเข้ามากันสามสี่คน เส้นทางหลักยังไงก็ยังคงเป็นประตูทางเข้าห้องนี้ Hilda ใช้ผ้าและหมอนสร้างตัวล่อ Chief เองก็ย้ายเฟอร์นิเจอร์มาขวางไว้ รอไม่นาน เสียงระเบิดก็เกิดขึ้น พร้อมเสียงของ Manphist ที่ตะโกนอยู่ชั้นล่าง เสียงเท้าวิ่งจำนวนมากตรงมายังห้องของ Hilda พอประตูเปิดออกก็กราดกระสุนใส่ทันที หมอนตัวล่อที่ตั้งไว้กระจุยกระจาย พอหยุดยิ่ง Hilda ก็เริ่มยิงสวนเข้าที่ข้อมือทุกคนด้วยความแม่นยำ ทำให้ปืนร่วงมือกันหมด พวกทหารยามยังไม่หยุด พุ่งเข้ามาด้วยดวงตาที่แดงเลือดขึ้นตา Hilda ไม่มีทางเลือกนอกจากยิงฆ่า แต่ทหารยามคนสุดท้ายที่ Hilda เหลือไว้ พยายามจะกัดอะไรบางอย่างที่ข้อมือ Hilda รีบบอกว่ามันคือยาพิษ ต้องหยุดเอาไว้ Chief เลือกได้ว่า

[ตัวเลือก 1: ทำให้สลบ] 
Chief ใช้แรงทั้งหมดที่มี ต่อยเข้าที่คางของทหารยาม ทำให้หงายท้องหมดสติไป 

[ตัวเลือก 2: ไม่ให้กลืนยา]
Chief พุ่งเข้าไปล็อคคอแล้วรัดจนทหารยามตาปลิ้น หมดสติ

            Chief คลำหายาพิษแล้วเอาออกห่างทันที Marlo มาถึงพอดี รีบถามถึงสถานการณ์ ซึ่งด้านนอกก็ไม่ต่างเท่าไหร่ Marlo บอกจะไปกำจัดทหารยามที่เหลือให้ แล้วก้มลมไปหยิบปืนที่หล่นอยู่ตามพื้น Chief ตัดสินใจได้ว่า 


[ทางเลือก 1: ไม่ให้ Marlo หยิบปืน]

            Marlo เริ่มถามทันทีว่า ทำบ้าอะไรเนี่ย!? แล้วจังหวะเดียวกันก็มีทหารยามเข้าห้องมาเพิ่ม เกิดการปะทะกัน แต่ฝ่าย Chief ที่ไม่มีใครถือปืนพร้อมสู้เลยตายกันหมด 

-ฉากจบ: หวาดระแวง-



[ทางเลือก 2: ให้ Marlo หยิบปืน]

            Marlo จะบอกขอบคุณ ถือปืน 2 กระบอก แล้วเริ่มยิงสู้กับด้านนอกทันที Hilda หันมาบอกว่าไม่ต้องห่วง Marlo จัดการได้ พร้อมกับรีโหลดกระสุนปืนตัวเอง "ทหารยามพวกนี้ รวมถึง Shane ด้วย ทางนครหลวงแผนกเป็นคนส่งมาให้ ตรงจากผู้นำฝ่ายข่าวกรอง แต่ใครคือคนชักใยอยู่เบื้องหลัง ก็ต้องรอสอบสวนทหารยามคนนี้" แล้วก็ชวน Chief ไปสอบสวนทหารยามด้วยกัน 


            [ปลดล็อคกุญแจ] ส่วนที่สามที่ผู้เล่นจะได้ปลดล็อคคือ Ego ตำแหน่งอยู่ที่ลำคอ มีหมายเหตุว่า: ลำคอนี้ ครั้งหนึ่งเคยส่งผ่านสารลับและเปล่งเสียงแห่งความจริง บัดนี้กลับถูกบิดเบือนให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเงียบงัน โปรดแทรกซึมเข้าสู่จิตสำนึกของเป้าหมาย ชำระล้างความว่างเปล่าที่อัดอั้นจนหายใจไม่ออก และฟื้นฟูโครงสร้างทางจิตใจของเธอขึ้นมาใหม่ 

เพิ่มเติม
-อาจจะหมายถึงการปิดกั้นไม่ให้ความรู้ความเข้าใจ ความเป็นมนุษย์เข้าถึงจิตใต้สำนึก ไม่ให้ Hilda มีความคิดเป็นของตัวเอง ให้กลายเป็นแค่หมาเชื่อง(แบบจำใจ)
-Ego คือศูนย์กลางของจิตใต้สำนึก เป็นส่วนที่ะมีสติสัมปชัญญะ ทำให้เรารู้ว่า “ฉันเป็นใคร” อยู่ที่คอเพราะ คอคือจุดเชื่อมโยงระหว่าง หัว(ความคิด) และ ลำตัว(ความรู้สึก/สัญชาตญาณ) เป็นส่วนที่เปล่งเสียงพูด แสดงตัวตน บอกการตัดสินใจ ตีความได้ว่า Ego คือส่วนที่ควบคุมตัวตนที่ถูกแสดงออกไป  



            Marlo ไล่ฆ่าทหารยามจนหมดสิ้น Chief เดินตามหลัง Hilda ผ่านควันปืน กลิ่นเขม่า มายังห้องโถงที่สภาพเละไม่เหลือชิ้นดี ทุกคนรวมตัวอยู่ที่นี่ Nolaine ทรุดตัวหมอบอยู่ข้างประตู ปืนในมือห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ตรงหน้ามีศพนอนเกลื่อนกราด 

            ส่วน Marlo นั่งอยู่บนโซฟา โชกเลือดไปทั้งตัว รายงานให้ Hilda ฟัง ว่ามีทหารยาม 29 นายที่ปลอมตัวมา กำจัดหมดแล้ว Huck พยายามหนีเลยยิงไปแล้ว Marlo ค่อยๆ หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่บุหรี่หล่นออกจากมือ Helene เข้ามาต่อว่า Marlo ทันที ว่าตาโง่ หาเรื่องตายรึไง? แต่ Helene ก็นั่งลงข้างๆ จุดบุหรี่ให้ Marlo ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ Marlo พร่ำเพ้อว่าทั้งชีวิต ฆ่าเป็นอย่างเดียว มีแค่นรกที่รออยู่ ก่อนจะฝากฝัง Hilda ว่า Marlo ไม่ใช่ไส้ศึก ภักดีกับชาติมาตลอด Hilda ก็บอกว่า รู้อยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่แก้เชือกให้ Marlo หรอก Marlo ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะ เข้าใจทันทีว่าทุกอย่างยังอยู่ในแผนการของ Hilda แถมไว้ใจมากๆ ว่าถ้า Hilda ยังอยู่ ทุกอย่างจะไปในทิศทางที่ถูกต้อง แล้วตายจากไป Manphist พูดบทกลอนขึ้นมาเบาๆ Hilda หลับตาลงไว้อาลัย 

เพิ่มเติม
-Helene พยายามแซะ Marlo มาตลอด ว่าไม่น่าตามหมอนี่มาบ้าง บอกว่าบ้าบิ่นบ้าง ใช้เส้นสายบ้าง แต่ก็ดูมีซัมติงกันอยู่นะ คงเป็นหนึ่งในคนที่ Helene ใช้หาผลประโยชน์
-บทกลอนที่ Manphist พูดมีความหมายว่า คนหนุ่มสาวควรมีชีวิตอิสระแต่โชคชะตาอันนำพาเข้าสงคราม ถูกอำนาจยิ่งใหญ่บดขยี้ ต่อต้านไม่ได้ การเดินหน้าเข้าอนาคตโดยไร้ทิศทางและเสียงนำทาง ไม่ใช่การเดินหน้าแต่เป็นการเดินเข้าสู่ความพินาศอย่างช้าๆ


            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Hilda ก็ต้องทำหน้าที่ต่อ เข้าห้องสอบสวนกับ Chief ทันที ทหารยามที่จับกุมไว้ได้คือ Shane Alvez คนส่งจดหมายเมื่อเช้านี้ Hilda เอาหลักฐานมาวางลงให้ดู ปล่อยให้ Shane ร้องโมโหเกรี้ยวกราด จน Hilda พูดชื่อเมืองแห่งหนึ่งออกมาเบาๆ ชื่อนั้นทำให้ Shane ตกใจมาก Hilda บอกรู้เมืองเกิดของ Shane เพราะคำหยาบคายและสำเนียงที่ Shane ใช้ตอนโมโหเมื่อกี้ จำได้ว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ต้องการ Hypercube มาก ขอความช่วยเหลือจากนครหลวง ทำข้อตกลงกลายเป็นเมืองลูกของ Sevael เมื่อสิบปีก่อน Shane ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะลั่น "ใช่ ช่วยแล้วพวกเราจะจ่ายหนี้ก้อนนั้นได้ตอนไหนล่ะ? สิบยี่สิบปี? ตลอดชีวิต? จากเมืองที่ปลูกข้าวสาลีที่ดีที่สุดใน WhiteSands แต่พอเซ็นต์ข้อตกลง ราคาก็โดนผูกขาด จะทำอะไรก็ต้องขอนครหลวงก่อนตลอด แถมนครหลวงก็ไม่เคยช่วยอะไร ไม่มีการพัฒนาอะไรเลย สิบปีผ่านไปก็ย่ำอยู่กับที่ ใช้ Hypercube เป็นเหยื่อล่อ บังคับให้เป็นแค่ชาวนาของชาติ!"

            Chief ได้ยินก็เข้าใจดี เมืองเล็กๆ ที่ถูกนครหลวงปกครอบต่างก็โดนรีดเลือดเนื้อจนไม่เหลืออะไรจนตายหายไป Hilda เองก็คงจะเข้าใจดีจากการที่ Hilda กำหมัด Hilda ตอบออกไปว่า ระบบของนครหลวงมีข้อบกพร่องเสมอ แต่ก็เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับมนุษยชาติในการผ่านพ้นหายนะ Shane ถุยน้ำลายใส่พื้น "โกหกตัวเองต่อไปเถอะ ตอนแรกพวกเราก็เชื่อ แต่สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร อาหารโดนเอาไปหมด เด็กๆก็ถูกนำตัวไป ราคาข้าวสาลีต่ำลงทุกปี โดนหายนะ ผลผลิตไม่มี hypercube ที่ได้รับก็น้อยลง" แต่ Hilda ไม่เชื่อ ตามข้อตกลงแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกเมืองควรจะได้รับ hypercube อย่างสม่ำเสมอ ไปฟังคำโกหกนี่มาจากไหน? Shane หัวเราะหนักกว่าเก่า พูดแซะ "ไม่งั้นพ่อแม่ของแกคงไม่หนีออกมาหรอก"


            Hilda เริ่มพยายามจี้ข้อมูลทันที Shane หัวเยาะเย้ย เริ่มเล่าถึงอดีตเมื่อสิบปีก่อน พ่อของ Hilda เคยไปที่บ้านเกิดเขา แอบศึกษาค้นคว้าสภาพที่แท้จริงของแต่ละเมือง เป็นคนที่ทุ่มเทมาก สัญญาว่าเมียที่อยู่ในสภาจะนำเรื่องนี้ไปให้เบื้องบนช่วย แต่พอเขียนรายงานขึ้นไป สองคนนี้ก็โดนตราหน้าว่าเป็นกบฎ โดนหมายจับ ทำให้ต้องหนีตายออกมาจากนครหลวง ไปที่ DisCity เป็นคนจุดชนวนสงคราม! สุดท้ายแล้ว ลูกสาวของพวกเขาก็โดนล้างสมองกลายเป็นหมาของนครหลวงที่เชื่องที่สุด! Shane หัวเราะลั่น Hilda พยายามบอกให้ Shane หยุดพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่น Shane บอก "ท้ายที่สุดแล้ว ก็มีแค่สองทางเลือก เชื่อว่าพ่อแม่เป็นกบฎ ไม่ก็ ยอมรับว่านครหลวงมันเน่าเฟะ" 

            Shane เชื่อว่า มีแค่ DisCity เท่านั้นแหละที่กล้าพอที่จะต่อต้าน แต่ Hilda มองว่าการใช้ Hypercube มาควบคุมพลังเหนือธรรมชาติ สร้างกองทัพปีศาจต่างหากที่ไม่สมควร Shane ก็ตอบว่า อย่าลืมการฆ่าล้างที่ Nirvana Port สิ! แล้ว Shane ก็พยายามกัดลิ้นตัวเองเพื่อตาย Hilda พยายามเข้าไปห้ามด้วยการจับคาง แต่อารมณ์ของ Hilda ไม่คงที่ ทำให้หนามมาเนียทิ่มทะลุถุงมือของ Hilda เข้าสู่คางของ Shane อย่างไม่ได้ตั้งใจ Hilda รีบดึงมือกลับทันที แต่ไม่ทันแล้ว Shane กลายร่าง แถม Hilda ก็ขาหมดแรงจนล้ม Chief พุ่งเข้าไปรับไว้ทัน แต่พลังมาเนียที่ไร้การควบคุมเริ่มทำร้าย Hilda จากภายใน Chief แกล้งทำเป็นไม่รู้ รีบถามว่า "คุณเป็นผู้ใช้พลังเหนือธรรมชาติเหรอ!?" ก่อนจะเริ่มพยายามบอกให้ Hilda ใจเย็น อย่าใช้อารมณ์ อย่าใช้พลังด้วย แต่ Hilda ปฏิเสธความช่วยเหลือ แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้ สายตายังมองเมือกสีดำตรงหน้า บ่งบอกถึงอารมณ์ภายในใจที่ต้องควบคุม รวมถึงความรู้สึกผิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ทำให้มีคนตายอีกคน 

            Chief ไว้อาลัย Shane ก่อนจะถามขึ้นมาว่า "คุณเลือกที่จะเชื่ออะไร?" Hilda ไม่เข้าใจ Chief ถึงถามคำถามของ Shane ใหม่ จะเชื่อพ่อแม่หรือเชื่อประเทศชาติ แน่นอนว่า Hilda เคว้ง ไม่รู้เลือกว่าควรเชื่ออะไร Chief ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไปนั่งข้างๆ แล้วกุมมือ Hilda พยายามจะทำให้มาเนียที่คลุ้มคลั่งเบาลง พูดเอาเหตุผลออกมาปลอบใจ รู้ว่า Hilda ไม่ได้ตั้งใจ แต่เสียใจตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไร อย่าหนีปัญหา เรามาตามหาร่องรอยที่พ่อแม่ทิ้งไว้ในคฤหาสน์นี้กันเถอะ อาจจะไม่มีแต่ไม่ลองไม่รู้ Chief จะหาด้วย Hilda ยังลังเล แต่ก็เชื่อ Chief มากพอที่จะไปหาด้วย

เพิ่มเติม
-พื้นฐานบ้านของ Hilda ถือว่ามีหน้ามีตา มีฐานะอย่างมาก ไม่ธรรมดา…


            Chief และ Hilda กลับมาที่ห้องของ Hilda ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องทำงานของพ่อแม่ของ Hilda Chief พยายามหารายละเอียดต่างๆ แต่ Hilda เงียบ มองดูอย่างไร้ความหวัง Chief รู้สึกได้ถึงพลังมาเนียที่หลงเหลืออยู่สามจุด ถ้ามองตาเปล่าไม่เห็น มาเนียคือสิ่งที่ชี้นำทางได้ 

            จุดแรกคือปล่องไฟ หาดูแล้วก็เจอหนังสือ The Wilderness(แดนทุรกันดาร) Hilda เล่าว่า หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกที่พ่อแม่สอน มีกฎการถอดรหัสที่สร้างขึ้นมาใช้กันเองอยู่ ถ้าพ่อแม่จะทิ้งอะไรไว้ คงต้องใช้เล่มนี้ถอดรหัส / จุดที่สองคือ นาฬิกาแขวนผนัง Hilda นึกอยู่นานก็นึกออกว่า ทุกครั้งที่เล่นเกมถอดรหัส เวลาเริ่มต้นคือตอน 9:21 PM (21:21น.) / จุดที่สามคือ วิทยุบนโต๊ะ Hilda ก็นึกได้ว่า จะมีคลื่นความถี่ที่ Hilda ชอบฟังกับพ่อแม่ตอนเด็กอยู่

            แต่ Hilda ยังไม่เชื่อ คิดว่า Chief ฝืนเอาข้อมูลมาเชื่อมโยงกัน ไม่ต้องปลอบใจกันขนาดนี้ก็ได้ แต่ Chief ลองอยู่ดี ปรับวิทยุไปที่คลื่นความถี่ที่ Hilda บอก ให้ Hilda หยิบปากกากระดาษ เตรียมถอดรหัสโดยการใช้ The Wilderness(แดนทุรกันดาร) Hilda ก็รอถอด แม้ว่าจะงงๆ ก็ตาม แล้วก็รอจนกว่าจะ 9:21 PM อย่างเงียบๆ เมื่อถึงเวลา วิทยุจากตอนแรกมีแต่เสียงซ่า ก็เริ่มมีเสียงโค้ดรหัสอะไรบางอย่าง Hilda เริ่มถอดรหัสทันที คลื่นความถี่นั้น ส่งมอบจดหมายจากพ่อแม่ ถึงมือของ Hilda ได้สำเร็จแล้ว


            เนื้อความของจดหมายที่ส่งถึง Hilda นี้ เล่าถึงความเสียใจของพ่อแม่ที่ต้องรีบหนีตายโดยที่ไม่ได้บอก Hilda แม้แต่คำเดียว พยายามส่งข่าวแบบรหัสลับไปบอกทุกวิถีทางแต่ก็ส่งไปไม่ถึง ยอมช่วย DisCity วิจัยเรื่องพลังเหนือธรรมชาติ ทำให้พวกเขาสามารถสร้างสถานีวิทยุนี้ ที่จะคอยส่งข้อความเดิมซ้ำในทุกๆ วัน เวลาเดิม เผื่อว่าสักวัน Hilda จะได้มาเจอ พวกเขาไม่เคยเสียใจที่หักหลังนครหลวง แม้ว่าจะต้องโดนตามล่าเพื่อฆ่าสักวัน แต่พ่อแม่ขอเลือกความยุติธรรม ทนไม่ไหวกับความน่ารังเกียจของนครหลวงที่เอาเปรียบประชาชน หลักฐานทุกอย่างอยู่ข้างในปล่องไฟ ฝันว่าสักวันหนึ่ง Hilda จะมาอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ เจอหลักฐานเพื่อนำไปต่อสู้กับนครหลวงต่อ แต่ที่สำคัญกว่าคือ

‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้ Hilda มีความสุข รักลูกเสมอ จากพ่อและแม่’

            Hilda อ่านสิ่งที่ถอดรหัสได้มาก็เงียบไป ก่อนจะขอเวลาส่วนตัว ก่อน Chief จะออกไป Chief เช็คดูปล่องไฟ เอาเอกสารลับที่บอกทุกวิธีการที่นครหลวงใช้ในการทำลายเมืองเล็กๆ ไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วเดินออกจากห้องไป 


            จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังไม่หยุดตก Nolaine เริ่มเอาร่างคนตายมาฝังที่ด้านนอก จัดงานศพให้เล็กๆ Hilda ไม่มาร่วมไว้อาลัย อาจจะเพราะเรื่องความจริงของนครหลวงที่ได้รับรู้ Chief เดินตามร่องรอยของมาเนียจนมาเจอ Hilda อยู่ที่ห้องใต้ดิน Hilda นั่งอยู่ในมุมมืดๆ เสียงพิมพ์บนเครื่องโทรเลขอย่างบรรจงช้าๆ เหมือนกำลังสวดอะไรบางอย่าง Chief เลยขยับเข้าไปนั่งข้างๆ ใช้รหัสดวงจันทร์ที่ Hilda สอนในการพูดคุย 

"ทำอะไรอยู่?" Chief เปิดบทสนทนาภาษารหัสลับ

"เขียนคำจารึกสำหรับหลุมศพ"

            ข้างๆ Hilda มีกองเอกสารเกี่ยวกับทหารยามทุกคนอยู่ Hilda เขียนชื่อทุกคน รายละเอียดต่างๆ ให้กลายเป็นคลื่นวิทยุ ส่งไปตามสายลม แม้ว่าสัญญาณพวกนี้อาจจะกลายเป็นแค่มาเนียที่ไม่มีใครได้ยิน Chief รอให้ Hilda พิมพ์ทุกชื่อเสร็จ แล้ว Hilda ถึงพูดขึ้นก่อนว่า

"ที่นี่หาเจอยากนะ แต่ฉันไม่เป็นไร ฉันแค่อยากอยู่ที่เงียบๆ สักพัก"

            Chief บอกว่าเข้าใจ ขอร่วมไว้อาลัยด้วย Hilda เริ่มอธิบายว่า Hilda สามารถได้ยินเสียงของอดีตที่นี่ได้ เวลาอยากอยู่คนเดียวก็มักจะมาตรงนี้ ฟังเสียงคนจากอดีต Chief ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ ถามย้ำว่าได้ยินจริงๆ เหรอ? Hilda เลยโน้มตัวเข้ามาใกล้ Chief ทำมือ ชู่ว ที่ปาก แล้ว จ้องเพื่อให้ Chief เงียบ ตั้งใจฟังดีๆ 


            Chief เริ่มได้ยินเสียงกระซิบจริงๆ เป็นเสียงความหวังของอดีตที่นครหลวงเริ่มมีการสร้างทางรถไฟ กลายเป็นความหวังและความฝัน ทั้งการศึกษา อาหาร การคมนาคม ผู้คนหลากหลายหน้าตา แก่หนุ่มเด็กสาว ไม่มีใครนึกฝันว่าจะเกิดสงคราม ตอนนี้มีแต่เสียงความทรมานของผู้คน Hilda เองก็ได้ยินเสียงของความหวัง สิ่งที่ประเทศชาติควรจะเป็น เสียงของผู้คนที่ถามว่าเมื่อไหร่สงครามจะจบลง คุยทุกเรื่องยกเว้นสาเหตุของการตาย

            Chief รู้ดี ว่าเสียงพวกนี้คืออาการประสาทหลอนทางเสียง อาการของ Sinner ที่ควบคุมมาเนียไม่อยู่จนจิตใจจะแตกสลายเต็มที บ่งบอกว่าสภาพจิตใจของ Hilda แย่เต็มทน Chief ขยับเข้าไปใกล้ Hilda กว่าเดิม ชวนคุยเรื่องคำถามที่ว่า "ทำไมประเทศชาติของเราถึงกลายเป็นแบบนี้?" แต่ Chief ก็ไม่มีคำตอบหรอก ทำได้แค่เดินหน้าต่อไปให้ดีที่สุด Hilda เล่าว่าวัยเด็กวาดฝันที่สวยเอาไว้ เคยเห็นนครหลวงช่วยเหลือเมืองเล็กจริงๆ ในปีนั้น Sevael เลยประกาศชวนเมืองประเทศอื่นๆ ให้ร่วมมือกันสร้างอนาคต Hilda ยังคงลังเล นครหลวงเคยช่วยเมืองเล็กจริงๆ แต่ก็ปฏิเสธหลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้เช่นกัน

            Chief เข้าใจดีว่า ความเชื่อมั่นที่เชื่อมานับสิบปี จากอารมณ์ที่บริสุทธิ์ จะละทิ้งไปง่ายๆ มันทำได้ยาก ตอนนี้ทำได้แค่ปล่อยให้ Hilda สงสัยและเริ่มคิดเท่านั้น Chief พูดได้แค่ว่าเข้าใจและก็คิดเหมือนกัน Hilda ใจเย็นลง ยิ้มจางๆ

"ถ้าไส้ศึกตั้งใจเอาข้อมูลนี้มาให้ แปลว่าเขาต้องรู้มากกว่านี้เยอะ ฉันต้องหาเขาให้เจอ จะได้รู้ความจริงทั้งหมด"

            แล้ว Hilda ก็ลุกเดินออกไปก่อน Chief รู้ดี ภาพเหล่านี้เคยผ่านเข้าตามามากมาย คนที่ก้าวเดินด้วยความเด็ดเดี่ยว ยึดมั่นในอุดมคติที่เป็นดั่งความเชื่อ บ่อยครั้งเหลือเกิน ที่คนเหล่านี้มักจะเข้าสู่เส้นทางที่แสนเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย โดยที่ไม่มีวันหวนกลับมาได้ดั่งเดิม


            ที่ห้องโถง ตอนนี้เหลือผู้รอดชีวิตแค่ 5 คน Helene ที่กำลังเตรียมอาหารจุดเตาไฟตรงกลาง เสนอขึ้นมาว่า คืนนี้ นอนที่ห้องนี้ด้วยกันหมดเลยน่าจะดีกว่าแยกย้ายกันไปคนละห้อง Nolaine ถามว่า จะได้จับตาดูกันและกันไว้เหรอ? แต่ Helene บอกไม่ใช่ จะได้ปกป้องกันต่างหาก Nolaine เลยปฏิเสธ ถ้าไส้ศึกคิดจะปาดคอก็ปาดทีเดียวได้เลย ตัวใครตัวมันดีกว่า แถม Monolith ก็ยังไม่เสร็จ Hilda คงอยากทำงานคนเดียว แต่ Hilda ไม่ติดใจเรื่องสถานที่ทำงานแม้แต่น้อย Manphist เสนอให้โหวต Chief โหวตว่า 


[ทางเลือก 1: แยกย้าย]

            Chief กลับมานอนห้องตัวเอง คิดเรื่องไส้ศึก ตอนนี้เหลือแค่ Manphist Nolaine และ Helene หรือไล่ฆ่าให้ครบไปเลยดี จะได้จบๆ แต่พอความคิดผุดขึ้นมา Chief ก็รู้ตัวว่าตัวเองเริ่มโหดร้ายเกินไป ก่อนจะหยิบปืนของ Marlo ที่ Chief พกติดตัวไว้มาโหลดกระสุน เตรียมป้องกันตัวไว้ แต่กระสุนมีไม่กี่นัด ต้องหาเพิ่ม 

[ทางเลือกย่อย 1.1: พักก่อน ไว้หาพรุ่งนี้]

            วันนี้เหนื่อยมากแล้ว พักก่อนดีกว่า แต่แล้วกลางดึก เสียงปริศนา (Nolaine แหละ) ดังขึ้นมาข้างๆ เตียงว่า "...ตัวตนของคุณเป็นของปลอมสินะ งั้นแกคือไส้ศึก ตายซะ!"

-ฉากจบ: เสียงในความฝัน-



[ทางเลือกย่อย 1.2: ไปหาที่ห้อง Marlo ตอนนี้]

            ห้องของ Marlo ใหญ่เหมือนของ Hilda Chief เริ่มหากระสุนด้วยความระมัดระวัง แต่จู่ๆ ก็มีมีดเย็นๆ มาจ่ออยู่ที่หลังพร้อมเสียงของ Nolaine ที่สั่งว่า "ห้ามขยับ ฉันไปหาคุณที่ห้องแต่ไม่เจอ ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ที่นี่ ฉันไม่ใช่ไส้ศึก งั้นก็พวกคุณสักคนแหละ แต่จะหาทำไม ไล่ฆ่าให้หมดก็สิ้นเรื่อง ฉันฆ่า Manphist กับ Helene แล้ว เหลือคุณคนเดียว แต่ที่ตัว Helene มีสิ่งนี้ด้วยนะ" Nolaine ยื่นจดหมายเปื้อนเลือดมาให้ Chief ดู "Helene เก็บไว้อย่างกับเครื่องรางนำโชค แกเป็นไส้ศึกสินะ! ถ้าแกตายไป ฉันกับ Hilda จะได้ออกจากที่นี่อย่างปลอดภัย!"


[ทางเลือกย่อย 1.2.1: โจมตีเพื่อฆ่า Nolaine ก่อน]

            Nolaine รู้ว่า Chief จะทำอะไร มีดที่จ่ออยู่เลยทิ่มทะลุร่างของ Chief ทันที ก่อน Chief สลบไป Nolaine ก็เริ่มเชื่อสุดใจว่า Chief คือไส้ศึกที่แท้จริง แถมดีใจด้วยที่พี่ Hilda ปลอดภัยสักที

-ฉากจบ: ฉันคือไส้ศึกเหรอ?-


[ทางเลือกย่อย 1.2.2: พยายามคุยก่อน]

            Chief พูดว่า ต่อให้ฆ่าทุกคนแล้วก็ไม่ได้แปลว่า Nolaine จะเป็นผู้บริสุทธิ์ในสายตา Hilda สักหน่อย Nolaine ไม่เชื่อ เพราะ Nolaine คือลูกน้องที่ Hilda ไว้ใจที่สุดแล้ว Chief ถาม "คิดว่า Hilda จะเชื่อคนที่ไล่ฆ่าทุกคนเหรอ? ฉันช่วยคุณได้นะ" Chief ค่อยๆ หันไปหา Nolaine เพื่อสบตา "ฉันเชื่อว่าคุณไม่ใช่ไส้ศึก พยายามเพื่อ Hilda ขนาดนี้ยังไงก็ไม่ใช่ เพราะงั้นคุณต้องไว้ใจฉันด้วย" มีดในมือของ Nolaine เริ่มสั่นลังเล Chief รีบคว้าแย่งมีดมา แต่ Nolaine ไหวตัวทัน แย่งมีดคืนได้ แถมยื่นมือมาจะคว้าปืนในมือของ Chief แต่ Chief ใช้สัญชาตญาณ ล็อคแขนที่ยื่นมา บิดแขนของ Nolaine ออกแล้วยิง Nolaine ตายไป 

            ที่หน้าห้อง Hilda ยืนมองอยู่ที่ประตู Chief อยู่กับ Hilda มานานพอที่จะอ่านภาษากายของอีกฝ่ายได้ ดวงตาที่โตกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่ผิดหวังและเจ็บปวดที่โดนหักหลัง Hilda ยกปืนจ่อ Chief ทันที Chief ไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้อีกต่อไป 


[ทางเลือกย่อยมาก 1.2.2.1: ยิง Hilda] 

            Chief ยังไม่ทันยกปืนขึ้นดีๆ Hilda ยิงเข้าที่ข้อมือของ Chief ให้ปืนตกก่อน Chief รู้อยู่แล้วว่า Hilda แม่นแค่ไหน สู้ไม่ได้จริงๆ ก่อน Chief จะโดนยิงตาย Hilda พูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า

"ฉันหวังไว้จริงๆ...ว่าจะไม่ใช่คุณ..."

-ฉากจบ: ปลายกระบอกชี้ชะตา-


[ทางเลือกย่อยมาก 1.2.2.2: ไม่ยิง]

            ภาพนี้ Chief ไร้ความกลัว กลับรู้สึกสงบเสียด้วยซ้ำ Chief หลับตาลง รอกระสุนปืนที่จะมาถึง แต่ Hilda ถามขึ้นมาก่อนว่า

"...บอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น" Chief ลืมตาอีกครั้งมอง Hilda ที่ลดปืนลงไปแล้ว สีหน้าเม้มปาก แววตามุ่งมั่น

ฉันเชื่อว่าคุณไม่ใช่ไส้ศึก แต่คุณต้องบอกฉันว่าเกิดอะไรขึ้น"

            Chief เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น ยกเว้นเรื่องจดหมายที่โชกเลือดของ Helene Hilda มองไปที่ร่างของ Helene แล้วขอให้ Chief ช่วยนำร่างของทุกคนไปฝัง แล้วค่อยไปพักผ่อน เพราะตอนนี้ไม่มีไส้ศึกแล้วล่ะ 

-จบ-

เพิ่มเติม
-ฉากจบนี้นั้บว่าจบสำหรับ Hilda เพราะไม่มีการตามหาไส้ศึกอีก แต่ก็ไม่ใช่ Ending จริงๆ เพราะ Chief ยังไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ กลายเป็นฉากจบที่ไม่จบ Chief ยังต้องวนย้อนกลับความทรงจำใหม่ หาฉากจบอื่น


[ทางเลือก 2: อยู่ด้วยกันในห้องโถง]

            ไม่แยกย้ายกันไปไหนทั้งนั้นแหละ Chief โหวตอยู่ด้วยกันไปเลย ด้วยเหตุนั้น Hilda ขอตัวกลับห้องไปเอาข้อมูล Monolith มาทำที่ห้องโถง ส่วน Helene กับ Manphist จะไปรวบรวมเตียงกับของใช้อื่นๆ มา ตกกลางคืนแล้ว ทุกคนก็จัดเตียงกันคนละมุม อยู่ห่างแต่ก็อยู่ในสายตาของกันและกัน Hilda เข็นเครื่อง Monolith ออกมา ทุกคน(ยกเว้น Chief)ได้เห็น Monolith เป็นครั้งแรก เป็นกล่องสีดำเหมือนโลงศพเล็กๆ มี 4 จอที่ด้านข้าง มีคีย์บอร์ดเชื่อมต่ออยู่ มองเห็นระบบภายในได้เพราะแกนกลางยังไม่ได้ถูกนำเข้าไปใส่ Hilda ขอความร่วมมือทุกคนให้ช่วยกันประกอบ Monolith ให้สำเร็จ พร้อมแจกจ่ายเอกสารให้ทุกคนที่พร้อมใจกันช่วย ต้องมีการคำนวนเพิ่มเติม ถ้ามีปัญหาให้บอก Hilda ทันที 

            Manphist อ่านรายละเอียดทันที เข้าใจว่า เครื่องนี้ไม่ได้ทำงานด้วยกลไกอย่างเดียว แต่ใช้คอมพิวเตอร์ด้วย สามารถสร้างข้อมูลหลอกได้ ต่อให้ถอดรหัสด้วยมือและสมองก็ทำไม่ได้ ถ้ามีเครื่องนี้ตั้งแต่แรกอาจจะเอาชนะได้ เพราะการที่ DisCity รู้ข้อมูลตำแหน่งของระเบิดนิวเคลียร์ก่อน Augustus ก็จะสามารถเตรียมการใช้พลังเหนือธรรมชาติทำให้แผนของนครหลวงล้มเหลวได้ แถมตรงไหนเป็นจุดอ่อนของนครหลวง กองทัพยมทูตก็มักจะมาโจมตีเสมอ  Hilda เห็นด้วยอย่างมาก ถ้าเก็บความลับได้แล้ว Augustus ก็ทำอะไรไม่ได้ Hilda ฝากให้ Chief เป็นยามเฝ้าดูทุกคน 

[ตัวเลือก 1: ไว้ใจได้เลย Chief เฝ้าเอง]
Hilda จะบอกขอบคุณ แต่ทำรหัสมือว่า ไว้ใจให้คุณช่วยจับตาดูสถานการณ์นะ

[ตัวเลือก 2: Chief อยากช่วยคำนวนด้วย]
Nolaine จะเอาเอกสารมาให้ช่วยทันที

เพิ่มเติม
-ชาวนครหลวงทุกคนแค้น Augustus เอาเรื่อง


            ทุกคนนั่งรอบ Monolith เพื่อเริ่มทำงาน บรรยากาศเงียบสงบเพราะทุกคนต้องคิดคำนวน มีเพียงแค่เสียงกระดาษ ปากกา และเครื่องคิดเลข Chief เหม่อลอยมอง Monolith มั่นใจมากว่าเสร็จภายในคืนนี้แน่นอน แต่แล้ว Hilda ก็โบกมืออย่างอ่อนโยน สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังเรียก Chief ให้เข้าไปคุย 

            Hilda ต้องการให้ Chief เอาเอกสารไปให้ Nolaine คำนวนต่อ Chief พยักหน้าตกลง กำลังจะเดินไป แต่ Hilda ก็เรียกเบาๆ อีกรอบก่อน บอกว่า

"ถ้าไม่มีคุณ ฉันและคนอื่นๆคงไม่ได้อยู่ที่นี่ Monolith คงไม่มีวันสำเร็จ ขอบคุณนะ ฉันแค่กำลังคิดว่า ถ้าสงครามจบลง บางทีพวกเราอาจจะ..."

            Hilda ไม่ได้พูดต่อ แววตาเหม่อลอยแปปนึง ราวกับกำลังคิดทบทวนสิ่งที่เพิ่งพูดไป Chief กำลังจะถาม แต่ Helene มาตามตัว Chief ซะก่อน 

เพิ่มเติม
-คนว่างงานคำนวนไม่เป็นมี Chief กับ Helene 
-คุณพี่ Hilda จะพา Chief หนีตามกันไปไหนคะ


            Helene อยากออกจากที่นี่แล้ว เลยหยิบเรื่องจดหมายขึ้นมาเป็นตัวประกัน ถ้า Chief ไม่ช่วยพา Helene ออกจากที่นี่ล่ะก็ นางจะเอาจดหมายนี้ให้ Hilda แต่ ณ จุดๆ นี้ Chief มองว่า ลงเรือลำเดียวกันหมดแล้ว แถมโค้งสุดท้ายแล้วด้วย Monolith จะเสร็จแล้ว Chief โน้มน้าว Helene ได้สำเร็จ แต่ในใจก็สงสัย ตามตรรกะแล้ว Helene น่าจะไม่ใช่ไส้ศึก แต่เสียงในหัวบอกว่า นี่แหละ ไส้ศึกตัวจริงที่เนียนว่าไม่ใช่ที่สุด 

            Chief เข้าไปหา Nolaine พยายามยื่นกระดาษโน้ตให้ แต่ Nolaine ไม่สนใจ ยิ่ง Chief โบกมือตรงหน้า Nolaine ก็จะปัดมือ Chief ออกเหมือนไล่แมลงวัน Manphist เห็นก็บอกว่าอย่าไปกวนนางเลย ปกติของนางแหละ ทำได้แค่รอ มาคุยกันก่อนไหม?


            Chief เข้าไปหา Manphist เลยชวนเล่นเกมง่ายๆ จำทุกอย่างบนบอร์ดกระดานภายใน 3 วิ แล้วหันหลังมาตอบคำถามของ Manphist (Minigame นับกระดาษ บังคับให้ตอบถูก) Manphist จะชม Chief ที่ความจำดีทันที เป็นการจำภาพเป็นเทคนิคที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะในเรื่องของการถอดรหัสหรือจารกรรม พร้อมสารภาพว่า คิดว่า Chief คือไส้ศึก แต่ตอนนี้คงไม่สำคัญแล้ว ตราบใดที่ Monolith สำเร็จและส่งให้นครหลวงได้ก็เพียงพอ Nolaine เขียนงานเสร็จพอดี Chief เลยขอตัวไปคุยก่อน 

            ตอนแรก Nolaine ก็ดูไม่สนใจ Chief เท่าไหร่ พอพูดชื่อ Hilda ปุ๊บ Nolaine กระตือรือร้น รีบคว้ากระดาษโน้ตไปทันที แก้ปัญหาแปปเดียวแล้วส่งคืนให้ Chief ชมว่าทำไวจริงๆ แต่ Nolaine ประชดกลับว่า "คุณนึกว่าฉันเป็นพวกอันตพาลหัวโง่รึไง?" Chief ปฏิเสธว่าชมจริงๆ Nolaine ถึงได้แก้มแดงขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไล่ Chief ให้เอากระดาษไปส่ง Hilda ได้แล้ว Chief ถามกลับไปก่อนว่า อะไรทำให้ตัดสินใจมาทำงานสายนี้ แต่ Nolaine ไม่เล่า บอกไม่ใช่เรื่อง Chief ไม่อยากจี้ถามเกินไปเลยยอมกลับไปส่งกระดาษให้ Hilda

            ในตอนนี้อากาศเริ่มเย็นแล้ว แสงจันทร์ส่องชัดขึ้น Chief กับ Hilda เลยห่มผ้าห่มด้วยกัน ดึงให้แน่นชิดมากขึ้น ดูเหมือนว่าคืนนี้จะอีกยาวนาน แต่อย่างน้อยๆ ก็มีไออุ่นที่ทำให้ผ่านค่ำคืนแสนยาวนานนี้ไปได้…

เพิ่มเติม
-นี่อีเว้นท์สายลับโคนันหรือว่าเป็นอีเว้นท์โรแมนติกกันแน่เนี่ย???


            เช้าตรู่มา Hilda ประกอบฟันเฟืองสุดท้ายเข้าเครื่อง เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ Hilda เริ่มพูดท้าไส้ศึกออกมา Manphist เลยพูดว่า ไส้ศึกยังมีชีวิตอยู่จริงเหรอ? อาจจะเป็น Huck ก็ได้ Chief ก็พูดว่า ต่อให้อยากขโมย แต่ต้องสู้ 4 คนก็คงไม่ไหวมั้ง (เหตุผลที่ Chief ยังไม่ขโมยเองแหละ) Helene เร่งอยากกลับบ้าน แต่ Nolaine เอะใจเห็นสัญญาณบางอย่างที่เครื่อง แล้วเสียงสัญญาณเตือนภัยก็เริ่มดัง มาเนียเริ่มพุ่งพล่าน ที่จอเริ่มแสดงรหัส Caesar แบบเลื่อน 3 ตัวอักษร อ่านได้ว่า

"นี่ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นหลุมศพของคุณ"

พร้อมนับถอยหลัง 2 ชั่วโมง ก่อนที่เครื่อง Monolith จะระเบิด

เพิ่มเติม
-รหัส Caesar เลื่อน 3 ตัวอักษรคือรหัสที่เปลี่ยนลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่น A เขียน D / B เขียน F /  HELLO เขียน KHOOR 
-Hilda บอกว่า รหัส Caesar คือรหัสแรกที่นักถอดรหัสทุกคนจะได้เรียนรู้


และแล้ว คืนที่สองก็จบลง 

สายลับ Outland ที่เสียชีวิต: Huck Burrows, Casey Abel, Marlo Bannings รวมถึงทหารยาม 30 นายที่โดนจ้างโดยกลุ่มผู้ต่อต้าน Farland ที่ทำงานให้ DisCity เพื่อต่อต้านสู้นครหลวง
คฤหาสน์ค่อนข้างเสียหาย ทำให้สามารถเข้าออกได้ง่าย

กระบวนการสร้างตัวตนใหม่ที่สำเร็จ: ฟื้นฟูสติของ Hilda ได้ 60% 
ต้นแบบ Monolith ถูกไส้ศึกแทรกแซง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการชำระล้างและซ่อมแซมฟื้นฟู

สิ่งที่ต้องทำ: ในหมู่ 3 คนที่เหลือ ใครคือไส้ศึกที่แท้จริง?


            [ปลดล็อคกุญแจ] ส่วนที่สี่ที่ผู้เล่นจะได้ปลดล็อคคือ Persona ตำแหน่งอยู่ที่หัวใจ มีหมายเหตุว่า: หัวใจดวงนี้ ครั้งหนึ่งเคยเต้นอย่างไม่รู้จักสิ้นหวัง บัดนี้กลับจมสู่การหลับใหลอันไร้จุดจบ โปรดแทรกซึมเข้าสู่จิตสำนึกของเป้าหมาย ทำลายภาพลวงตาที่ฝังแน่นอยู่ภายใน และทำลายผนึกที่เธอผนึกตัวเองเอาไว้

            มอนสเตอร์ในด่านที่น่าสนใจมีนักถอดรหัส มีบทพูดว่า 
นักถอดรหัส: คิดว่าฉันเก็บความลับไม่ได้เหรอ ฮ่าๆๆ ความลับพวกนี้จะฝังอยู่ในกระโหลกฉันเท่านั้น!

เพิ่มเติม
-บาปที่ต้องปกปิดความต้องการที่เป็นความประสงค์ดี แต่ไม่สามารถแสดงออกไปได้ นอกจากการเป็นหมารับใช้ชาติ
-Persona คือ หน้ากากที่สวมใส่เพื่อเข้าสังคม เป็นหัวใจสำคัญหลักของการเข้าถึงวัฒนธรรมมนุษย์ สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ เพิ่มคุณค่าต่างๆ ในชีวิต โดยใช้ความรู้สึก อยู่ที่หัวใจเพราะ หัวใจคือความรู้สึกและความผูกพัน ไม่ใช่การใช้ความคิดจากหัวสมอง หัวใจเลยเหมาะสมกับ Persona แถมถ้ายิ่งใส่หน้ากากมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปิดบังตัวตน เหมือนกับที่ยิ่งเราใช้หัวใจนำทางมากเท่าไหร่ คนเราก็ยิ่งสูญเสียความเป็นตัวเองและไหลไปตามอารมณ์เท่านั้น




            วันที่ 14 เดือนกันยายน ปี N.F. 71 เวลา 0.00(ใน LINK) ทุกคนจับจ้องไปที่ Monolith ที่ยังคงนับถอยหลัง Hilda คนแรกว่าจะอยู่แก้ระเบิด Helene ที่กลัวก็ได้แต่ตะโกนว่า จะบ้าเหรอ!? ตอนนี้ต้องรีบอพยพแล้วแจ้งเบื้องบน แต่ Hilda มองว่า ตราบใดที่แก้ระเบิดได้ Monolith ก็จะใช้งานได้เหมือนเดิม Helene จะไม่ยอมตายที่นี่เด็ดขาด รีบวิ่งกลับขึ้นห้อง หยิบนกหวีดทองเหลืองทรงนกแบบโบราณ กับซองกระดาษคราฟต์ที่ยังไม่ได้ปิดผนึก แล้วจะออกจากคฤหาสน์ทันที Chief ก็พยายามห้ามปราม โน้มน้าวให้อยู่ต่อจนถึงที่สุด แต่ Helene ไม่ยอม อยากไปใช้ชีวิตกับชายคนหนึ่งที่ยอมรับตัวตนของ Helene แม้เป็นสายลับให้นครหลวง ชายคนที่รอที่จะรัก Helene Helene เอาจดหมายมาขู่ Chief ว่าถ้าห้ามไม่ให้ Helene ออกไป จะเปิดโปงทันทีเดี๋ยวนี้เลย Chief เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยไป 

            Helene ออกจากคฤหาสน์ เป่านกหวีดนกทองเหลืองโบราณท่ามกลางสายฝน สักพักก็มีนกพิราบส่งจดหมายสีขาว ดวงตาสีดำสนิท บินลงมาเกาะที่นิ้วของ Helene อย่างรวดเร็ว Helene ใส่จดหมายลงในกระบอกไม้ไผ่ที่เท้าของนกอย่างดี แล้วปิดสนิท แล้วปล่อยให้นกบิน Hilda ยกปืนขึ้นเล็งจากประตูทางเข้าคฤหาสน์ Chief ตัดสินใจที่จะ

เพิ่มเติม
-ด้วยสายงานอาชีพของ Helene ทำให้มีผู้ชายขอแต่งงานเยอะ Helene เลยคิดว่าตัวเองรู้ดีว่าใครพูดจริงไม่จริง ปากหวานหรือจริงใจ


[ทางเลือก 1: ยืนดู ไม่ห้ามอะไร]

            Hilda ยิง Helene ทิ้งทันที แล้วยิงนกต่อ Helene ก่อนตายได้แต่สงสัยว่าเลือกผิดทางอีกแล้วเหรอ? Hilda เดินเข้าไปที่ศพของ Helene เจอจดหมายที่ส่งให้นก รวมถึงจดหมายยืนยันตัวตนของ Chief ด้วยเช่นกัน Nolaine จึงลากตัว Chief เข้าห้องสอบสวน Chief โดนทรมานจนตาย 

-ฉากจบ: เลือกผิดทาง-


[ทางเลือก 2: ไม่จำเป็นต้องฆ่าก็ได้นี่]

            Hilda ตอบว่า Helene ติดต่อสื่อสารกับภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาติ เผยแพร่ข้อมูลลับ แต่มือที่ถือปืนเริ่มสั่นหน่อยๆ Chief ยังคงโน้มน้าวว่า Helene ไม่ใช่ไส้ศึก ควรจะได้ขึ้นศาล ไม่ใช่ฆ่าตรงนี้ ไม่อยากให้ Hilda ใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกผิดเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นกับ Casey และ Shane สุดท้าย Hilda ยิงนกทิ้ง Helene กรีดร้องโหยหวนสุดหัวใจ Hilda เดินเข้ามา Chief ขอเหตุผลว่าทำไมถึงคิดว่า Helene ไม่ใช่ไส้ศึก 

            ถ้าจะตอบว่าไส้ศึกตายแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้เพราะ Monolith ยังโดนดัดแปลงกลายเป็นระเบิดเวลา เพราะอย่างนั้น ไส้ศึกยังมีชีวิตอยู่แน่นอน แถมยังรอดจากการโดนทหารยามโจมตีด้วย อย่างที่สอง เป้าหมายที่แท้จริงของไส้ศึกคือ Monolith ทำให้ตัด Nolaine ทิ้งได้เลย ทำเพื่อปกป้อง Hilda เท่านั้น อย่างที่สาม ไส้ศึกรู้จัก The Wilderness(แดนทุรกันดาร) เป็นอย่างดี เพราะใช้เป็นรหัสในการคุยกับ Johnson แต่ Helene ที่โตที่ DisCity ไม่รู้จัก เหลือ Manphist เท่านั้นที่เป็นผู้ต้องสงสัย 

            Hilda กับ Chief หันไปมอง Manphist พร้อมกัน แต่ Manphist ยังคงทำหน้าตาใสซื่อ บอกว่า เข้าใจได้ว่าจะสงสัยเขามากที่สุด แต่จะกล่าวหาใครก็ต้องมีหลักฐาน ถ้าเกิดว่า มีบุคคลนอกในคฤหาสน์ที่เราไม่รู้ซ่อนตัวอยู่ล่ะ? แล้วถ้าเกิดว่าเขามาแก้ไข Monolith ตั้งแต่ในห้องทำงานในตอนที่ Hilda ไม่อยู่ล่ะ? แต่ Hilda ไม่สนใจ บอกว่าสอบสวนก่อนเดี๋ยวก็ได้รู้

เพิ่มเติม
-ถ้าบอกว่า Nolaine หรือ Helene เป็นไส้ศึก Hilda จะแย้งทันทีว่าผิดกับทฤษฎีที่พูดเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ? 


            ทุกคนเดินทางมาที่ห้องสอบสวน และด้วยประสบการณ์ของ Manphist ทำให้เขาทำตัวเหมือนเป็นอาจารย์ที่จะมาทดสอบนักเรียนเสียมากกว่า Manphist ยังคงยืนกรานว่าไม่ใช่ไส้ศึก แถมคุยเล่นซะด้วยซ้ำ ขู่ว่าเสียเวลามาสอบสวนแทนที่จะไปกู้ระเบิด Chief บอกว่า "เดี๋ยวนายได้ตายแน่" Manphist หัวเราะ การจะมาขู่ฆ่ากันงี้มันธรรมดาแถมไร้สมอง แต่ Chief บอก นายติดเชื้อพลังเหนือธรรมชาติต่างหาก ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญนะ พลังนี้ทำลายจากจิตใจภายใน เหมือนกับที่ Horne เป็น  ไม่นานนักก็จะเป็นแบบ Horne 

            คำพูดนั้นทำให้ Manphist เริ่มคิดทันที ก่อนจะอารมณ์เสียขึ้นว่า "ไร้สาระ! เรื่องเพ้อเจ้อไม่ทำให้ฉันกลัวหรอก! จงใจหลอกเพื่อให้ฉันสารภาพล่ะสิ! แกนั่นแหละ ไส้ศึก!" Chief กดดันอยู่ไม่นาน Manphist ก็เริ่มสั่นคลอนจนยอมรับ แซะ Chief ที่อ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติ บอกว่า "ตำแหน่งผู้สอบสวนน่าจะเหมาะกับคุณมากกว่านะ คุณถูกส่งมาตรวจสอบ Hilda ล่ะสิ! คุณคิดว่าอะไรสำคัญที่สุดสำหรับสายลับ?" 

            [ตอบไม่ได้] การที่ Chief ตอบไม่ได้ Manphist แค่ดูถูก บอกว่าเราก็ไม่เหมือนกัน มันมีสาเหตุมากมายที่คนๆ หนึ่งจะเลือกเป็นสายลับ แต่ Manphist ทำเพื่อตัวเอง แต่ Manphist จะไม่บอกอะไรทั้งนั้น 

            [ตอบว่าตัวเอง (oneself)] Manphist หัวเราะ บอกว่า Chief ฉลาดมาก แต่ถ้า Chief เข้าใจจริงๆ ก็คงรู้ว่าทำไม Manphist ถึงทำแบบนี้ ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง จะเป็นไส้ศึกหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะโดนจับกุมแล้ว จะไม่บอกอะไรทั้งนั้น

เพิ่มเติม
-Helene ไม่พอใจวิธีการของ Chief เลยเร่งให้รีบทรมานใช้เครื่องมือ รีบใช้ทุกอย่างที่มี ไม่งั้น Helene จะทำเอง หยิบขวานสับกระดูกสนิมเขรอะมาแล้วด้วย
-Nolaine ยังคงไม่ไว้ใจ Chief ถ้าทำให้ Manphist สารภาพไม่ได้จริงๆ ทุกคนก็ต้องติดอยู่กับ Monolith ที่นับถอยหลังนี่แหละ แถมอยากให้จับ Manphist มัดเก้าอี้เพื่อทรมานเหมือนกัน หาเชือกแล้วด้วย แต่ Chief ไม่ให้
-Hilda ยืนพิงผนังเงียบๆ เหม่อลอย Chief เข้าใจดีว่า Hilda อาจจะต้องใช้เวลาคิดหาเหตุผลต่างๆ นานาให้กับ Manphist ที่น่าจะเป็นไส้ศึกที่แท้จริง คงไม่คิดว่าอาจารย์ของตัวเองจะเป็นไส้ศึก เลยมอบอำนาจสอบสวนทั้งหมดให้ Chief 


            Chief เข้าใจทันทีว่า Manphist กำลังยื้อเวลา สอบสวนไปก็ไม่ได้อะไร ยิ่ง Manphist ก็ทำงานสายนี้มานาน ทรมานไปก็ไม่ได้อะไร Hilda เลย จะสอบสวนต่อเอง Manphist ก็คุยเหมือนรอดูว่าศิษย์จะทำอะไร แต่แล้ว Hilda ก็ยกมือขวาขึ้นมา สองนิ้วจิ้มลงที่หน้าผากโชกเหงื่อของ Manphist แล้วบิดข้อมือ ห้องนี้เริ่มบิดเบี้ยวทันที เริ่มมีเงาดำพุ่งออกมาพันรอบหัว manphist เหมือนงู Manphist กรีดร้องไม่เป็นภาษา ไม่เหมือนมนุษย์ด้วย แล้วเลือดเหล่านี้ก็เริ่มกลายเป็นม้วนกระดาษรหัสแบบโปร่งแสง ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมาเนีย ไหลออกมาจากทุกส่วนของใบหน้า Manphist ม้วนกระดาษพวกนี้เริ่มหมุนรอบตัว Hilda แสดงพลังที่แท้จริงออกมา 

            Hilda ยืนนิ่งๆ ใช้มือควบคุมบังคับม้วนกระดาษเหล่านี้ อ่านข้อมูลเหล่านี้ นับตั้งแต่พนักงานของ Fraser ที่เข้ามาติดต่อ Manphist ส่งตัวเขามายัง DisCity เพื่อเป็นสายลับ Hilda อ่านข้อมูลของ Manphist ทุกอย่าง ทั้งเรื่องเงิน อำนาจ และความฟุ่มเฟือยหลังเกษียรทั้งๆที่ไม่ควรจะมีขนาดนั้น แถมคำสั่งล่าสุดคือจับตาดูสาธารณะรัฐ Sevael ให้ขัดขวางหรือทำลาย Monolith ให้ได้ ทุกคนในคฤหาสน์นี้มาถูก Manphist ควบคุมชักใยแล้วไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 

            Manphist หัวเราะหึๆ ออกมา บอกว่า "กฎทั่วไปใช้กับคนเกษียณแล้วไม่ได้หรอกนะ ถ้าขายข้อมูลให้คนเดียว ถือว่าเป็นผู้ทรยศ แต่ถ้าขายให้ทุกคน ก็จะกลายเป็นคนค้าข้อมูล แถมมูลค่าตัวคนขายก็สูงลิ่ว แถมเบื้องหลังของ Monolith ก็เน่าเฟะ Hilda ที่เป็นนักเรียนที่หัวใสที่สุด แต่ก็โง่ที่สุด คงไม่เข้าใจว่าตัวเองกำลังหยิบยื่นมีดให้นครหลวงทั้งๆ ที่ปากบอกว่าเพื่อความยุติธรรมและจงรักภักดี ถ้ามีพลังอ่านใจแล้วก็อ่านไป อ่านให้หมดเลย!" Manphist ดึงกระชากม้วนกระดาษที่ไหลออกมาจากตัวเอง ดึงให้ Hilda ได้อ่านอีก 

เพิ่มเติม
-Nolaine ได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดที่โดน Manphist ชักใยไปแล้ว 


            Hilda ได้เห็นวันที่มีคนปกปิดตัวตน Fraser ส่งมา นำข้อมูลโทรเลขมาให้ Manphist ถอดรหัส ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเรื่องการเมืองและกองทัพทหาร แต่มี 2 อย่างที่น่าเป็นห่วง 

            จดหมายฉบับแรก ส่งถึง Lighthouse ส่งโดย Red Crossbill เขียนว่า ได้รับตัวอย่างอาวุธยมทูตของ DisCity แล้ว พบความเชื่อมโยงกับ Ash Crystal น้อยมาก สามารถผลักดันเป็นโครงการวิจัยใหม่ได้ และมีคำสั่งให้ ค้นหาอาวุธยมทูตเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปทดสอบกับหน่วยทหาร 

            จดหมายฉบับที่สอง ส่งถึง Lighthouse ส่งโดย Mayfly เขียนว่า อนุมัติปฏิบัติการ Raider เครือข่ายนิวเคลียร์ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์ทั้งหมดใน DisCity รวม 160 หน่วย พร้อมโจมตีเต็มรูปแบบ

            เมื่อ 2 วันก่อน “Black Manual” และ “Briefcase” ถูกเจาะระบบ ทำให้ศัตรูยึดและปลดประจำการกองทัพไปได้ 13 หน่วย และได้มีการจัดหาหน่วยทดแทนแล้ว แต่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยยังคงอยู่ ต้องการระบบการเข้ารหัสลับที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยของปฏิบัติการ ทำให้มีคำสั่ง พิจารณาการนำ Monolith มาใช้งาน

            เมื่อถอดรหัสเสร็จก็ได้เงิน ก่อนไป ผู้ว่าจ้างถาม Manphist ว่ารู้จัก Monolith ไหม?

เพิ่มเติม
-ในยุคนั้น Sevael ก็เป็นประเทศหนึ่ง Fraser ก็อีกประเทศหนึ่ง ทำให้ Fraser ต้องคอยจับตามอง Sevael ด้วย
-Manphist หักหลัง Sevael ประเทศบ้านเกิดของตัวเองไปอยู่ฝั่ง Fraser แล้วมาเป็นสายลับที่ DisCity 


            ความจริงที่ปรากฎทำให้ Hilda เริ่มหายใจไม่ออก รับไม่ได้ ไม่อยากเชื่อ แผนการที่นครหลวงจะทำมันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แถม Monolith ที่ Hilda เชื่อว่าทำเพื่อปกป้อง กลับเป็นอาวุธที่สำคัญที่่สุดของแผนการนี้ Hilda จะกลายเป็นผู้สร้างเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ Manphist ยิ่งพูดใส่ไฟ "การระเบิดที่ Nirvana Port ก็ชัดเจนมากแล้วนะ ว่าทุกอย่างคือธุรกิจการค้าขาย" Hilda ยังคงหาเหตุผลว่า "Nirvana Port ควรโดนระเบิดเพราะเป็นจุดที่ DisCity ทดลองอาวุธพิเศษแบบยมทูต ต้องกำจัดก่อนที่จะเกิดหายนะ" Manphist ก็ไม่แปลกใจที่ Hilda ยังไม่ยอมรับ หาเหตุผลมาอ้างข่มความเป็นมนุษย์ ทั้งๆ ที่ระเบิดลูกนั้นไม่ได้มีการแจ้งบอกก่อน ผู้คนยังไม่ได้อพยพย้ายเลย Hilda พยายามไม่ฟัง ไม่เชื่อ หาว่า Manphist ก็แค่หาข้ออ้างให้ตัวเอง

            แต่สุดท้ายแล้ว Manphist ก็กลายร่าง กระดูกสันหลังหักแตกออกมาจากร่างก่อน จนกลายเป็นปีศาจมาเนีย หยดเยิ้มไปด้วยเมือกสีดำ Manphist คำรามแล้วพุ่งเข้าใส่ Monolith หวังให้ระเบิดทำงาน Chief เลือกที่จะ 


[ทางเลือก 1: หยุด Manphist]

            Chief พุ่งเข้าไปยืนขวางหน้า Manphist แต่ก็โดนปัดอย่างไม่แยแส ตัว Chief กระเด็นกระแทกกำแพง หัวแตก เลือดอาบหัว ในขณะที่ Manphist เริ่มยกเครื่อง Monolith เพื่อกินเข้าไป กัดได้ไม่กี่คำ Monolith ก็ระเบิดจากภายในร่างกายของ Manphist พลังมาเนียแตกกระจายพร้อม Chief ที่หมดสติเสียไป 

-ฉากจบ: บทเรียนสุดท้าย-


[ทางเลือก 2: ปกป้อง Hilda]

            ทั้ง Chief และ Nolaine พุ่งเข้าปกป้อง Hilda พร้อมกัน แล้วห้องนี้ก็ระเบิด ทำให้ทุกคนกระเด็นกระดอนไปหมด เริ่มมีเสียงแตกหักแต่ฟังไม่ออกเลยว่าเสียงกระดูกของใครหรือเสียงตึกถล่ม 

            Chief ได้สติขึ้นมาอีกที ทุกอย่างมืดไปหมด หูก็อื้อเสียงแหลม ขาและร่างกายท่อนล่างโดนซากกดทับอยู่ ลองพยายามขยับ ร่างกายยังตอบสนองแม้เจ็บอยู่ ดูดีๆแล้ว บนหัวมีโซฟาและเก้าอี้ที่ก่อตัวเป็นสามเหลี่ยมอยู่ ทำให้โครงสร้างอาคารไม่ทับ Chief ลงมาจนตาย Chief ทนความเจ็บ พยายามดึงตัวเองออก มือโดนของเหลวเหนียวก็พยายามไม่คิดว่ามันคืออะไร ลองส่งเสียงเรียกหาใครสักคน ซึ่งไม่นานนักก็ได้ยินเสียง Hilda ตอบกลับจากจุดที่ไม่ไกลออกจากกันสักเท่าไหร่ Hilda โล่งใจที่ Chief ปลอดภัย Chief ถามถึงคนอื่นทันที Hilda บอกว่า Manphist ตายแล้ว Helene น่าจะรอด ส่วน Nolan อยู่ทางซ้ายมือของ Chief โดนซากทับจนสภาพไม่ดี ร่างกายท่อนล่างบิดผิดรูป คงเพราะอยู่ใกล้ Manphist มากที่สุด แล้วยิ่งเอาตัวเข้าไปรับแรงระเบิดแทน Hilda ด้วย 


            Nolaine พูดสมเพชตัวเองออกมา พยายามทำเพื่อ Hilda แค่ไหน แต่ Hilda ก็ไม่เคยสนใจยอมรับ Nolaine เลยนึกว่า Hilda ดูถูก เลยตัดสินใจไปเข้าร่วมกับ Manphist ทำให้ได้เข้าหน่วยงานข้อมูล แต่ Nolaine ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าถูกหลอกใช้เพื่อเข้าใกล้ Hilda นึกว่าเข้าใกล้ Hilda มากขึ้นด้วยความสามารถของตัวเอง Nolaine อยากกลับ Sevael จริงๆ ตั้งแต่วัยเด็ก หิวโหยมาตลอด ไม่รู้จะมีข้าวกินทุกมื้อรึเปล่า ต้องหาอาหารแถมต้องหลบกระสุนในซอกตรอกตรอย แต่แล้วก็ได้ Hilda มาช่วย ทำให้มีความหวัง 

            [ย้อนความทรงจำ Nolaine] Nolaine มักจะได้ขนมปังนิดๆหน่อยๆจาก Hilda เสมอ ซึ่งในครั้งนี้ Nolaine สามารถขโมยกระเป๋าเงินของ Hilda มาได้ มีบัตรประชาชน มีกระดาษข้อมูลลับ Hilda เลยมาต่อรองอย่างเป็นมิตรว่า แลกกับของในมือ อยากได้ขนมปังสักตะกร้าไหม? หรืออยากจะขายข้อมูลของ Hilda ให้คนอื่น ซึ่ง Nolaine ปฏิเสธหมด เอาขนมปังมาก็อยู่ได้ไม่กี่วัน ขายข้อมูลไปก็โดนฆ่าปิดปาก อยากไปกับ Hilda อยากทำงานแบบ Hilda  โลกใบนี้ไม่มีความดีหรือชั่ว อยากมีพลังอำนาจที่สามารถทำให้คนเกรงกลัวได้แบบ Hilda แต่ Hilda ก็พยายามบอก Nolaine ว่าโลกใบนี้ยังมีความดีความชั่ว ความยุติธรรม อยากให้เชื่อมั่นในความยุติธรรม ก่อนจะขอกระเป๋าคืน และสัญญากับ Nolaine ว่าจะให้เงินที่มี พาไปที่ๆ อบอุ่นและปลอดภัย

เพิ่มเติม
-Nolaine ยังเด็กอยู่ ตอนที่เจอ Hilda ครั้งแรก แต่ Hilda ทำงานแล้ว 
-Hilda มาที่ DisCity เพราะอยากช่วย DisCity ให้ได้รับการพัฒนาเหมือนบ้านเกิดของ Hilda ทำให้มาเจอ Nolaine
-สรุป Nolaine คือชาว DisCity 
-สรุป 2 Hilda ไม่ได้เกลียด DisCity แต่เกลียด Augustus ฮ่าๆ


            Nolaine จะตายแล้วแต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าเลือกผิดทางรึเปล่า เห็น Hilda ทำเพื่อชาติตัวเอง แต่ Nolaine ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำลงไปดีหรือชั่ว แต่ถ้ายังพยายามเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็คงได้ใช่ไหม? ต่อให้ Nolaine หลงทาง แต่ Hilda ต้องเลือกทางที่ถูกต้องแน่ๆ "ช่วยชี้นำทางที่ถูกต้องให้ด้วย..." Hilda ตอบกลับว่า "อย่าทำตามฉันเลย ขนาดมีพลังแบบนี้ แต่ก็มีหลายอย่างที่ฉันมองไม่ออกอยู่ดี สุดท้ายแล้วฉันยังเสียคุณไปเลย" แต่ Nolaine คงตอบอะไรไม่ได้แล้วล่ะ เพราะตายไปแล้ว 

            Hilda เงียบไป Chief เลยพูดถามว่ายังโอเครึเปล่า? แต่ Hilda ไม่ตอบอะไร แต่หายใจแรงแล้ว Chief พยายามพูดปลอบว่าไม่ใช่ความผิดของ Hilda แม้แต่น้อย Nolaine ตายเพราะ Manphist ต่างหาก แต่ Hilda ยังคงโทษตัวเอง เพราะเล่าความฝันที่สวยหรูให้ Nolaine ฟังจนกลายมาเป็นแบบนี้ แต่ Chief ยิ่งต้องพูดว่า การมีความฝันไม่ใช่เรื่องผิด คนที่ผิดคือคนที่หาผลประโยชน์จากความฝันพวกนี้ต่างหาก แต่ความจริงที่โหดร้ายที่สุดคือการที่นครหลวงหาผลประโยชน์จากเมืองเล็กๆ ฆ่าล้างมนุษย์ที่ DisCity ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว Hilda จะยังคงเลือกเดินเส้นทางเดิมรึเปล่า? Hilda ได้ยินก็กำหมัดแน่น ถามออกมาเบา "มีทางเลือกอื่นด้วยเหรอ?" Chief ก็บอกว่ามี พยายามโน้มน้าวว่ายังมี DisCity อยู่ อาจจะจบแบบพ่อแม่ของ Hilda แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้ทำเพื่อความยุติธรรม นครหลวงไม่คู่ควรกับความภักดีของเราหรอก 


            Hilda เงียบอยู่นาน แต่สุดท้ายแล้ว Hilda เลือกที่จะยอมแพ้ Chief รีบคว้าหา Hilda ทันที แต่ก็เจอกับอะไรเปียกๆ สักอย่าง แต่แล้วมือที่มีแต่หนามมาเนียของ Hilda ก็เอื้อมมาจับแก้มของ Chief ทำให้รู้สภาพของ Hilda ว่ามาเนียคลุ้มคลั่งหนักจนร่างกายจะแหลกสลาย ต้องตรึง Shackle ให้ได้ Chief พูดขึ้นมาว่า "ฉันสามารถลองใช้พลังบางอย่างเพื่อยับยั้งการติดเชื้อของคุณได้ แต่ไม่การันตีว่าจะได้ผลนะ แต่คุณอยากให้ฉันลองไหม?" Hilda ถามขึ้นมาเงียบๆ "...คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติจริงๆ เหรอ?" คำถามนั้นทำให้ Chief ทำได้แค่บ่นในใจว่า ใช้พลังไม่ได้เพราะ LINK เนี่ย แต่ปากก็ตอบไปว่า

"ไม่ลองไม่รู้"

            Chief กุมมือของ Hilda แล้วลองใช้พลัง มีหนามแดงออกมาจางๆ แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้พลังมาเนียที่คลุ้มคลั่งในตัว Hilda เบาลง Hilda ขอบคุณออกมาเบาๆ 

แสงจาก Shackle ทำให้ Chief เห็นสภาพรอบข้างๆนิด ซึ่ง Hilda อยู่ใกล้มาก เพียงแต่แท่งหนามมาเนียนาดใหญ่ทิ่มทะลุร่างของ Hilda จนกลายเป็นเหมือนเสาค้ำจุนซากปรักหักพังที่ถาโถมลงมา Chief ยังปลอดภัยได้เพราะ Hilda รับน้ำหนักของซากเอาไว้ "เห็นแล้วสินะ..." Hilda พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มจางๆ "แต่ไม่ต้องห่วงนะ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ตราบใดที่ใครสักคนรอดออกไป แค่นั้นก็เพียงพอ" Chief พยายามไม่ให้ Hilda ทำอะไรเพิ่ม แล้วเริ่มส่องไฟดูรอบๆ ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ใต้ดิน ชั้นบนถล่มลงมาราบคาบ แต่ Chief จำเส้นทางลับภายในคฤหาสน์นี้ได้ มีเส้นทางหนึ่งจากห้องสอบสวนนี้ มีสวิตช์เปิดปิดที่กำแพงด้านหลังชั้นเก็บของ Chief พยายามนึกทิศ ตำแหน่งของแต่ละคน แล้วเริ่มคำนวนแรงระเบิด ทิศทางที่แต่ละคนกระเด็นออกจากระเบิด 


            พอรู้ตำแหน่งทิศทาง Chief บอก Hilda ที่ฟังแล้วก็ตกใจ เห็น Chief ไม่ยอมแพ้ Hilda ก็ยิ้ม มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง Chief เริ่มขยับตัว เอาหินก้อนเล็กๆออกจากตัว Hilda ให้ทนเจ็บหน่อย อย่างน้อยๆก็สร้างทางแคบให้ Hilda คลานออกให้ได้ Hilda กัดฟันทนเจ็บ แต่พอ Chief ใช้แรงดึงมากเกินไป หินเริ่มถล่มลงมา Hilda รีบใช้พลังม้วนกระดาษของตัวเองพันรอบหินไว้ไม่ให้หล่นลงมา แต่นั่นก็ทำให้ Hilda เหนื่อยมากขึ้น Chief เร่งมือจนนิ้วเลือดไปหมด Hilda ก็พยายามใช้กระดาษพันช่วยไม่ให้ซากถล่มลงมา จนในที่สุดก็เจอทางออก ทั้งคู่คลานออกมาด้วยกันได้ หมดแรงที่ทางออก Chief เอื้อมไปกุมมือ Hilda พยายามใช้ Shackle อีกครั้งเพื่อคุมมาเนีย Hilda เขียนบนมือ Chief ชมว่าเป็นคนที่ใจดีจริงๆ

            Hilda กับ Chief พักกันอยู่นาน สภาพไหล่ซ้ายของ Hilda ใช้งานไม่ได้ แต่มือของ Chief ก็ไม่ต่าง รอดมาได้ก็ดีแล้ว Hilda ลุกแล้วลากตัวเองกลับไปที่จุดระเบิด แล้วกลับมาพร้อมกับชิ้นส่วนที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับภายนอก ดึงออกมาจากเครื่อง Monolith ถ้าเอามาซ่อมสักหน่อยก็ใช้เป็นวิทยุสื่อสารได้ Chief ทำได้แค่มอง ขอโทษที่มือคงทำงานละเอียดอย่างการซ่อมของไม่ได้แล้ว ต้องให้ Hilda ทำอยู่คนเดียว แต่ Chief ก็ทึ่งมากๆ ขนาดใช้งานแขนได้แค่ข้างเดียว Hilda ยังพันแผลให้มือ Chief ได้อย่างดี Hilda หยิบเรื่องที่ Chief เคยถามขึ้นมาว่า

"คุณเคยถามว่าฉันกลายร่างได้ยังไง และได้พลังอะไรมา ฉันเกรงว่า ถ้าไม่บอกตอนนี้ ฉันคงไม่มีโอกาสได้บอกอีก" 

เพิ่มเติม
-Chief ทึ่งที่ Hilda เอาพลังม้วนกระดาษมาทำอะไรแบบนี้
-Hilda เล่าว่า ตอนฝึกเป็นสายลับ เคยปิดตา ประกอบวิทยุสื่อสารได้คะแนนเต็ม เล่าแล้วก็หัวเราะนิดๆ แต่มือไม่เคยหยุดประกอบเลย 


            [ย้อนความทรงจำ Hilda] เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ DisCity Port (ประมาณเดือนมิถุนายน ปี N.F. 71) เกิดเหตุระเบิดที่ DisCity Port ความวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้น Hilda เองก็เป็นผู้ประสบภัย โดนระเบิดอย่างไม่คาดคิด Hilda และทีมงานมาอยู่ที่ DIsCity Port เพราะถอดรหัสลับการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การทหารระหว่าง Farland และ DisCity ได้ เลยตั้งใจมายึดไว้ แต่การโดนระเบิดแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คาดการณ์ไว้ กล่องอุปกรณ์การทหารที่ว่าก็แตกจากแรงระเบิด สิ่งที่อยู่ภายในคือแท่งอะไรบางอย่างเหมือนคริสตัล อมสีชมพู เศษแท่งพวกนี้เริ่มขยับเหมือนสิ่งมีชีวิต พยายามทิ่มแทงเข้าร่างกายของ Hilda สัมผัสเลือดของเธอจนกลายเป็นแท่งสีแดงร้อนผ่าว

            Hilda ยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ดี ก็มีคนพุ่งเข้ามาทำร้าย Hilda ยกแขนป้องกันทันที เหล็กที่ถูกฟากลงมาถูกหยุดชะงัก คนที่โจมตีมาใช้อาวุธรูปร่างน่าขนลุก ร่างกายบิดเบี้ยว ดูแววตาแล้วร่างกายไม่ได้มีชีวิตอยู่ นั่นคือยมทูตของ DisCity แน่นอน เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของ Hilda ณ บัดนี้ได้กลายเป็นปีศาจที่เหมือนทหารไปแล้ว Hilda เข้าใจว่า สิ่งนี้คืออาวุธของ DisCity การใช้แขนป้องกันไม่ใช่เรื่องดี คมมีดยังคงเฉือนเข้า พลังจากใบมีด กับ พลังบางอย่างในตัวของ Hilda ปะทะกัน พยายามจะควบคุมร่างกายของ Hilda สุดท้ายแล้ว Hilda ก็ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมา แต่ก่อน Hilda จะหมดสติไป ภาพม้วนกระดาษรหัสก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้่นมาต่อหน้าต่อตา กระดาษบอกว่า "ซ้าย ตรงไป อย่าหยุด"  Hilda ทำตามที่กระดาษบอก แล้วหนีออกได้อย่างปลอดภัย

            ในภายหลัง Hilda กลับไปที่จุดเกิดเหตุ ตามหาเพื่อนร่วมงานที่โดนอาวุธยมทูตกลืนกิน แต่พอมาเจอสภาพก็เป็นศพนิ่งไปแล้ว Hilda ใช้พลังของตัวเองอ่านความทรงจำของอีกฝ่าย  

เพิ่มเติม
-ตรงนี้เหมือนบอกกลายๆ ว่า มาเนียไม่ใช่สีแดงตั้งแต่แรก สีออกชมพู แต่พอได้เลือดคนก็แดง 



            ประสบการณ์ในตอนนั้นทำให้ Hilda มองว่า DisCity คือภัยร้ายของมนุษยชาติ และก็เป็นคำอธิบายการลักลอบอุปกรณ์ทางการทหารที่เจอในความทรงจำของ Manphist ด้วยเช่นกัน (ที่ Fraser แอบลักลอบอาวุธยมทูตของ DisCity) Hilda บอกว่า

"แค่โดนสะกิดเข้าเนื้อนิดเดียวก็ทำให้โดนคำสาปนี้แล้ว ถ้าฝึกจนใช้งานในพื้นที่ขนาดกว้างได้ คงน่ากลัวกว่า Corruptor เยอะ ต้องป้องกันตัวเองและระวังตัวกับ DisCity ให้มาก ม้วนกระดาษจะปรากฎตัวทุกครั้งที่ฉันต้องการ เป็นเข็มทิศนำทาง ช่วยฉันจนรอดพ้นปลอดภัย ฉันเลยคอยฝึกใช้พลังนี้ทีละนิด อดทนกับสิ่งที่ต้องแลกไป ถ้าฉันยอมแพ้เมื่อไหร่ พลังนี้ก็จะกลืนกินฉัน แต่ฉันก็รู้ ว่านี่คือพร เป็นพลังที่ทำให้ฉันเป็นสายลับได้ยอดเยี่ยม ฉันจะต้องใช้งานมันให้ได้"

            สิ่งที่ Hilda เล่าทำให้ Chief เข้าใจว่า ในยุคของนครหลวง ได้มีการใช้ Ash Crystal สร้าง sinner จริง แต่ไม่ได้จงใจสร้าง สิ่งที่ Hilda เป็นคืออุบัติเหตุ โชคชะตาที่ไม่ได้เลือกด้วยตัวเอง 

            Hilda ยกนิ้วขึ้นมา ดึงรหัสข้อมูลออกมาจาก Monolith ให้ Chief เริ่มหยีตาอ่าน ซึ่งเป็นแค่ข้อมูลวัตถุดิบในการสร้างที่ไม่สำคัญ Hilda ถึงอธิบายว่า ข้อมูลที่ดึงได้ขึ้นอยู่กับว่า Hilda ต้องการใช้พลังนานแค่ไหน และคนบางคนก็อ่านข้อมูลยาก บางครั้งถ้าฝึกฝนมากๆ ก็สามารถปิดกั้นสติสัมปัชญะของตัวเองได้ ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ข้อมูล คำพูดนี้ทำให้ Chief เข้าใจทันทีว่า Hilda ต้องการซื้อเวลาให้คนมารวมตัวที่คฤหาสน์นี้เพื่ออ่านความทรงจำ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะดีเยี่ยมแค่ไหน แต่ Hilda ก็แลกกับอะไรไปค่อนข้างมาก ดีที่ Hilda ได้เจอ Chief ได้เจอเสาหลักที่ทำให้ไม่สั่นคลอน

เพิ่มเติม
-Chief เริ่มอ่านรหัสลับเป็นแล้ว
-เหมือน Hilda เป็นผู้วิเศษแอบฝึกใช้คาถาผู้พิทักษ์


"Chief คุณช่วยฉันมานับครั้งไม่ถ้วน ช่วยชีวิตของฉันไว้ด้วย ฉันจะไม่มีวันลืมหนี้บุญคุณนี้เลย" Hilda พูดออกมา “และแน่นอนว่าฉันจะจำไว้ว่าคุณหลอกเอาม้วนกระดาษฉันไปเช่นกัน” Hilda พูดประโยคนี้ออกมาเบาๆ 

แค่ตอนที่ฉันอยู่กับคุณเท่านั้น ที่ฉันเผลอรู้สึกมั่นใจในอนาคตที่ยังไม่เกิด ฉันถึงได้รู้ตัว ว่าฉันไม่ได้สู้อยู่ตัวคนเดียว"

คำพูดของ Hilda เริ่มจะอันตราย Chief รีบพูดออกมาทันที “ต่อให้ฉันไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณ คุณก็ไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะ” Hilda ยิ้มออกมาจางๆ แล้วกระซิบออกมา

"ถ้าคุณรอดออกไปคนเดียว อย่าลืมกลับมารับร่างของฉันนะ"

[ตัวเลือก 1: พูดว่าอะไรนะ?] 
Hilda จะพูดย้ำว่า "อย่าลืมกลับมาเอาร่างของฉันไปนะ"

[ตัวเลือก 2: อย่าพูดแบบนั้นสิ เราต้องรอดไปด้วยกัน]
Hilda จะบอกว่า "แทนที่จะวาดฝันว่าเรารอดด้วยกันทั้งคู่ เราเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นดีกว่า"

            Hilda แตะๆ ที่ขมับตัวเอง แล้วบอกว่า "Monolith ที่แท้จริงอยู่ในนี้ต่างหาก" Hilda ได้เตรียมไว้ 2 แผนการ เรื่องจักรสีดำคือ Monolith ที่ใช้หลอกล่อ Monolith ที่แท้จริงคือข้อมูลที่ Hilda ใช้พลังสร้าง และเก็บไว้ในหัว มั่นใจว่า Chief สามารถเอาออกไปใช้ได้ต่อให้ Hilda ตายแล้วก็ตาม Chief ยิ่งฟังก็ยิ่งมีความตั้งใจจะไม่ยอมให้ใครตายอีก จะต้องรอดไปด้วยกัน 2 คนให้ได้

            Chief ชวนคุยเล่น ยอมบอกว่า ยาพิษตรงปกคอที่ Hilda เจอน่ะ คือขนมจริงๆ แล้ว Chief ก็คว้าขนมออกมา จะแบ่งขนมให้ Hilda กิน แต่ขนมแหลกเป็นผุยผงแล้ว Chief หยิบเศษก้อนที่ใหญ่ที่สุดป้อนให้ Hilda ส่วนผงที่เหลือ Chief กรอกปากกินเอง Hilda ที่ได้รับขนมก็ตาโต ความหวานละลายในปากแล้วรู้สึกเหมือนกลับมามีชีวิตจริงๆ บ่นออกมา

"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันโดนหลอกตั้งแต่แรก" 

เพิ่มเติม
-โถ่ จบกันโครงการคนละครึ่งของ Chief


        เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังขึ้นจากชั้นบน Chief รีบพา Hilda ออกมาทันที สภาพคฤหาสน์ไม่เหลือชิ้นดี ไหม้อยู่หลายจุด มีควันดำมาเนียฟุ้งอยู่เรื่อยๆ ออกมาเจอเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ Chief จูงมือ Hilda ทันที แต่ Hilda ยังไม่ไปทันที อยากบอกอะไรบางอย่างกับ Chief ก่อน

"ฉันคิดมาสักพัก ว่าถ้าเราอยากจะเปลี่ยนแปลงนครหลวงจริง แค่หนีมันไม่พอหรอก ต้องเสี่ยงว่าจะภักดีต่อใคร ท้ายที่สุดแล้วฉันก็เป็นหมาล่าเนื้อที่แสนเชื่องของนครหลวง ต่อให้ฉันย้ายไป DisCity พวกเขาก็จะไม่มีวันเชื่อใจฉัน แต่ถ้าคุณใช้งานฉัน พวกเขาอาจจะเชื่อคุณ เช่นนั้นแล้ว คุณมี 2 ทางเลือก หนึ่งใช้ศพของฉัน อีกส่วนคือ Monolith ในสมองของฉัน คุณต้องแยกส่วนในการใช้งาน"

"พูดไร้สาระอะไรอยู่เนี่ย?" Chief พูดแล้วพยายามดึง แต่ Hilda ไม่ไปอยู่ดี 

Hilda พูดต่อ

            "อย่าด่วนตัดสิน ฉันไม่ได้ทำเพราะสิ้นหวังหรือผิดหวัง เพียงแค่แผนการนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อฉันตาย หรือไม่งั้น อย่างน้อยๆ ฉันอยากให้คุณทำเป็นเหมือนทรยศฉัน แล้วเอาข้อมูลไปบอก DisCity ให้ DisCity ไว้ใจคุณ แล้วหาวิธีฆ่าฉัน เพื่อเอา Monolith จากสมองของฉันกลับไปที่นครหลวง บอกว่าฉันทรยศ และคุณก็เอา Monolith ออกมาได้ โดน DisCity จับกุมไว้นานจึงรีบกลับนครหลวงไม่ได้ทันที ถ้าทำแบบนี้ คุณจะได้อยู่ทั้งสองฝ่าย และทำในสิ่งที่คุณคิดว่าถูกต้อง ฉันรู้ว่าคุณทำได้"

Hilda จับมือ Chief ขึ้นไปวางที่ขมับของเธอ รับรู้ถึงชีพจรที่ยังเต้นอยู่ของเธอ

"เข้าใจรึเปล่า? Monolith อยู่ที่นี่ คุณผู้เชี่ยวชาญพลังเหนือธรรมชาติรู้วิธีเอาออกไปอยู่แล้วล่ะ ฉันรู้ว่าถ้ารีบบอกคุณไป คุณต้องไม่ยอมแน่ ฉันขอโทษที่ขอให้คุณทำเรื่องโหดร้าย แต่ฉันเชื่อว่าคุณเองก็วาดฝันไว้แบบเดียวกับฝันของฉัน"

เพิ่มเติม
-คิดซะว่าเหตุการณ์ช่วงนี้คือมีมแมวที่เกาะกิ่งไม้ โดนมนุษย์ดึงแต่ไม่ยอมไปด้วย


            Chief ยังหัวรั้น ไม่ยอมรับแผนนี้ ยังไงก็ต้องรอดไปด้วยกันทั้งคู่ จน Hilda ยิ้มอีกครั้ง เอนตัวเข้าไปใกล้ๆ จนริมฝีปากที่แห้งสัมผัสกับใบหูของ Chief อย่างแผ่วเบา เสียงกระซิบดังออกมาจนแทบจะหายไปพร้อมกับลมได้ทุกเมื่อ เป็นลมหายใจที่อบอุ่น

"ฉัน..คงไปไม่ได้แล้วล่ะ… ฉันหักหลังบ้านเกิดของฉันไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมรับบาปที่เกิด ฉันเป็นได้เพียงกุญแจที่มอบให้คุณเปิดประตู 2 บานพร้อมกัน" 

            Hilda ปล่อยมือ Chief วางตราของ Sevael ในมือของ Chief แล้วเดินถอยหลังไป

"ฉันไม่ได้กลับบ้านมาหลายปีแล้ว ถ้าคุณไปได้...ไปดูทุ่งดอก Cornflower ที่บ้านเกิดแทนฉันด้วยนะ เบ่งบานตามขอบไร่ทุ่ง สวยเหมือนดวงดาวที่ตกลงมาบนโลกเลยล่ะ"

            Hilda เริ่มปล่อยพลังมาเนียออกมาจากตัวเอง จนสร้างเศษแก้วกระจกขึ้นมาในมือ Hilda เอาจ่อคอตัวเอง ตรงจุดที่มาเนียรวมตัวกันกลายเป็นลวดลายกุญแจ "ไปซะ Chief ยอมจำนนให้กับ DisCity ให้พวกเขาปกป้องคุณ พาคุณออกจากที่นี่ แล้วอย่าหันกลับมา"

เพิ่มเติม
-ตรา Sevael สะอาดใสกิ๊ง บ่งบอกว่าต่อให้ Hilda พกติดตัวตลอดจนเก่าแค่ไหน Hilda ก็ขัดดูแลทำความสะอาด
-ขอพูดซ้ำอักครั้ง นี่อีเว้นท์สายลับหรืออีเว้นท์โรแมนติก!!?

=

[ทางเลือก 1: ไม่ไปไหนทั้งนั้น]

            Chief ไม่ยอม เดินเข้าไปคว้าเศษกระจกแก้วจากมือของ Hilda ในจังหวะเดียวกัน แสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ก็ส่องมาเจอทั้งสองคนพอดี เห็นแบบนั้น Hilda หน้าเศร้าทันที ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว กระสุนปืนเริ่มกราดยิงถาโถม Hilda กับ Chief Hilda ใช้พลังม้วนกระดาษมาเนียปกป้อง Chief อย่างสุดความสามารถ แต่กระดาษก็เป็นได้แค่กระดาษ Chief โดนกระสุนจำนวนนับไม่ถ้วน Hilda เรียก Chief ด้วยความสิ้นหวัง พยายามเอื้อมไปคว้าตัว Chief แต่ร่างก็ได้ละลายหายไปแล้ว มาเนียรอบๆกลืนกินร่างของ Chief ไปจนหมด Hilda จ้องอย่างไม่เข้าใจ จุดที่ Chief ยืนอยู่ ทำไมเหลือเพียงกองซากมาเนียสีดำเหลว Hilda ยังคงพยายามคว้าหา Chief ให้เจอ แม้จะพบเพียงอากาศก็ตาม ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

"ฉันบอกแล้วไง... ว่าหนีไปก็ดีแล้ว" 

            ในขณะเดียวกัน Helene รีบวิ่งออกมาหาพนักงาน DisCity นายหนึ่งที่เรียก Helene ว่า "ที่รัก!!" ด้วยความเป็นห่วงและพร้อมจะปกป้อง Helene สุดตัว Helene ตะโกนสุดเสียงว่าให้ช่วย Hilda กับ Chief ให้ได้ 

            Hilda ได้ยินก็ได้แต่สมเพช
"Manphist ขายชาติ Helene หักหลังไปอยู่กับ DisCity Marlo ไปนรก Nolaine ชดใช้ด้วยชีวิต ท้ายที่สุดแล้ว มีแค่คุณที่อยู่กับฉัน..”

            ทหาร DisCity เริ่มรุมล้อม Hilda ยกเศษแก้วกระจกขึ้นมากรีดกลางคอตัวเอง ปล่อยพลังมาเนียออกมามหาศาลเพื่อให้ทุกอย่างระเบิด 

-ฉากจบ: ร่วมชะตาดับสูญ-


[ทางเลือก 2: ทำตามแผนของ Hilda]

            Chief กำตรา Sevael ของ Hilda ไว้แน่นจนจิกเข้าเนื้อ แล้วหันหลังให้คฤหาสน์ เดินออกไป เข้าสู่แสงไฟของเฮลิคอปเตอร์ ยืนยันว่าเป็นคนส่งสัญญาณช่วยเหลือ ทหาร DisCity ลงมาตรวจสอบ Chief เมื่อยืนยันได้ว่าไม่ใช่ Sinner ก็ใส่กุญแจมือ ในขณะที่อีกกลุ่มไปล้อมรอบ Hilda ที่ปล่อยพลังมาเนียออกมามหาศาล เหล่าทหารพยายามยิงสู้ไป Hilda ใช้ม้วนกระดาษมาเนียปกป้องตัวเอง แสดงละคร ทำเป็นโกรธโมโหที่ Chief หักหลัง ไม่ว่าทหารจะพยายามแค่ไหน หรือเกิดอะไรขึ้น Hilda ก็ไม่เคยละสายตาจาก Chief เลยแม้แต่น้อย Chief เห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่คุ้นเคย เป็นรูปทรงพระจันทร์ที่บอกกับ Chief คนเดียว ปากพูดดุว่าทหาร DisCity แต่สัญลักษณ์นั้นกลับบอกว่า

"ขอบคุณนะ Chief สัญญากันแล้วนะ"

แล้วพลังมาเนียก็ระเบิด ตัดการเชื่อมต่อ LINK ของ Chief ทันที


            Chief สะดุ้งตื่นขึ้นมาในเครื่อง LINK ไอสำลักมาเนียสีดำออกมาจำนวนมาก เครื่องจักรรอบๆหยิบยื่น Hypercube คอยกำจัดมาเนียรอบตัวออกเรื่อยๆ ยาระงับฮอร์โมนความเครียดและของเหลวอื่นๆถูกฉีดเข้ากระแสเลือดโดยตรง Chief ยังรู้สึกเหมือนติดอยู่ใน LINK อยู่เลย คงเพราะรอบนี้เข้าไปลึกมากจริงๆ Schorl มารายงานว่า "ผลของ LINK ในครั้งนี้เป็นที่พึ่งพอใจมาก ได้ Monolith และข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับ Ash Crystal ใหม่ๆ ที่พวกเรายังไม่รู้มาให้ ต่อจากนี้จะทำการวิเคราะห์สมองของ Hilda เพื่อนำ Monolith ออกมา โปรดพักสักครู่" Schorl สแกน Chief อยู่หลายรอบจนมั่นใจว่า Chief โอเคจริงๆ ถึงได้ลอยออกไปอย่างชิลๆ


            Chief หันไปมอง Hilda ทางด้านนักวิจัยเริ่มปรับค่ามาเนียในแทงค์น้ำ จนกระทั่งเห็น Monolith ที่ถูกสกัดออกมา แต่สิ่งที่ล้อมรอบ Monolith ราวกับวงแหวน คือสัญลักษณ์ดวงจันทร์ที่ต่อกันทอดๆ เป็นประโยค สมองของ Chief เริ่มถอดรหัสทันที สิ่งนั้นคือจดหมายจาก Hilda ถึง Chief มีใจความสรุปได้ว่า

            "Chief ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้แล้ว แปลว่าคุณหาทางเอา Monolith ออกมาได้แล้วสินะ คุณคงคิดไม่ตกว่าในวันนั้นเราเลือกถูกแล้วรึเปล่า แต่ให้อภัยความดื้อรั้นของฉันด้วยนะ ท้ายที่สุดแล้วประวัติศาสตร์จดจำเพียงผู้ชนะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ฉันก็ยังรักบ้านเกิดของฉันไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ตาม ฉันขอฝากความหวังนี้ไว้กับคุณนะ ชีวิตที่ถูกฉีกออกเป็นสองส่วนย่อมไม่มีอนาคต แต่ถึงอย่างนั้นอย่างน้อยฉันก็ยังสามารถเป็นก้าวที่รองรับให้คุณเดินต่อไปได้ ฉันรอคอยวันที่คุณจะมาพรากลมหายใจของฉันไป เราจะยังมีกันและกัน เข้าใกล้อนาคตที่เราวาดฝันมากขึ้น"

            Chief อ่านจบก็พูดไม่ออก Schorl วิเคราะห์ Monolith เสร็จพอดี ดึง Monolith ออกไปได้แล้ว ทีนี้ Chief สามารถตัดสินใจได้ว่าจะปลุก Hilda หรือไม่ ซึ่งสำหรับ Chief แล้ว Hilda ที่ยังคงหลับใหลอยู่ในแทงค์น้ำ จะยังคงโดนมาเนียกลืนกินเข้าไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งตัวตนก็จะหายไป 

เพิ่มเติม
-ในส่วนของเรื่องความทรงจำที่ Hilda รับรู้ จะมีอธิบายเพิ่มเติมในซีนข้างหน้า แต่คร่าวๆ คือ Hilda ได้สร้างข้อความที่อยากให้ Chief อ่านตั้งแต่วันที่อยู่ที่คฤหาสน์ วันที่ Hilda โดนจับตัว แปลว่า Hilda(โดนเปลี่ยนความทรงจำโดยระบบ LINK) รอคอย Chief ให้กลับมารับร่างกายของ Hilda ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา (N.F. 71 - N.F.115)


[ทางเลือก 1: จบการเชื่อม LINK]

            ในเมื่อ Hilda ต้องการให้ Chief เป็นคนหยุดลมหายใจของ Hilda เอง Chief ก็อยากทำตามความปรารถนาของ Hilda แต่ Chief ยืนจ้อง Hilda อยู่นานสองนาน กว่าจะยอมเขียนเอกสารเซ็นต์ให้จบชีวิตของ Hilda 

เพิ่มเติม
-หากเลือกฉากจบนี้ มี End credit ขึ้นชัดเจนว่า จากการทดลองนี้ Hilda โดนมาเนียกลืนกินจนสมองตาย และ Paradeisos ก็ยินยอมการกำจัดร่างของ Hilda 

-ฉากจบลับ: การเสียสละ-



[ทางเลือก 2: เชื่อม LINK ต่อ]

            Schorl ตกลงทำตามความต้องการของ Chief แต่แล้วก็ตรวจจับพบความผิดปกติของอารมณ์ Chief จึงถามออกไปว่า "รู้สึกโกรธอยู่เหรอ?" 

[ตัวเลือก 1: ใช่]
Chief ทำลงไปขนาดนี้ วางแผนทุกอย่าง ใกล้จะพาออกมาได้แล้วแท้ๆ แต่ Hilda ก็ยังเลือกที่จะอยู่ เสียสละตัวให้ Chief ได้มีอนาคตอยู่คนเดียว

[ตัวเลือก 2: รู้สึกเศร้าน่ะ]
สิ่งที่ Hilda ต้องการคือ ประเทศสักแห่งที่คู่ควรกับความภักดีของ Hilda ความยุติธรรมที่ไม่ทำให้มือใครต้องแปดเปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์ แต่ในยุคสงครามตอนนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย ทำให้ Hilda ทำได้แค่วิ่งไล่ตามความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง



            แต่ยังไง Chief อยากพา Hilda กลับมาให้ได้ ไม่ยอมปล่อยให้ Hilda โดนมาเนียกลืนกินหรอก แต่ก่อนจะทำแบบนั้นได้ Hilda ต้องรู้ความจริงทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ตัดสินใจเลือกชะตาของชีวิตตัวเอง เพราะแบบนั้นแล้ว Chief เลยเข้าไปที่คลังข้อมูล Schorl ติดตามมาด้วย และเป็นคนอนุมัติให้ Chief เข้าถึงข้อมูลทุกอย่างในห้องนี้ Chief เริ่มข้อมูลปฏิบัติการ Raider จากช่วงท้ายของสงครามอิสรภาพ เน้นไปที่สาธารณะรัฐ Sevael ตามที่ Schorl บอกตำแหน่ง หยิบมาอ่านก็กระดาษเหลืองเก่าเชียว

ข้อมูล Sevael - เป็นหนึ่งในห้าเมืองมหานครหลังจากเกิด Nightfall พื้นที่เยอะที่สุด มีเมืองย่อยเยอะ อำนาจเป็นรอง Fraser 

ข้อมูลปฏิบัติการ Raider - เป็นปฏิบัติการที่เริ่มต้นในตอนที่ ปฏิบัติการ Skyfall ของ DisCity ประสบความสำเร็จ มีเป้าหมายในการโจมตีแบบกระทันหัน แต่ก็ถูกระงับไปเพราะ Monolith เทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด รวมถึงผู้สร้างได้หายไป ข้อมูลจากฝั่ง Fraser ระบุว่า เป็นการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ทำลายพื้นที่หลายสิบกิโลเมตร เป้าหมายคือ DisCity และทุกอย่างในฝั่งตะวันออกของ WhiteSand 

            Schorl เล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากแพ้ DisCity เมืองนครหลวงต่างๆ เริ่มถดถอย Sevael ที่ลงทุนมากที่สุดเลยต้องจ่ายให้นครหลวงอื่นๆ อย่างหนักจนต้องยอมกลายเป็นประเทศภายใต้อำนาจของ Fraser อีกครึ่งของประเทศแล้งจนกลายเป็น WhiteSand ส่วน Hilda ยังไม่ทราบเรื่องนี้ พยายามฆ่าสมองตัวเองด้วย ทาง Paradeisos จึงต้องนำตัวมาแช่แข็งไว้เป็นสิบๆ ปี "ช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารและน่าเวทนาจริงๆ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าประเทศบ้านเกิดตัวเองถูกทำลายไปนานแล้ว" 

เพิ่มเติม
-เอกสารที่ Chief ขออยู่ที่หมวด B-5, H-22 และ G-311
-Schorl ที่คุยก็สมกับเป็น EDGE-02 นั่นแหละ ไม่มีความรู้สึกไปแล้ว แต่พูดตามเนื้อผ้าที่เป็น


และแล้ว คืนที่สามก็จบลง 

สายลับ Outland ที่เสียชีวิต: Nolaine, Manphist Gesso, Helene Meiser 

Hilda Hartlein ปลิดชีพตนเอง 

กระบวนการสร้างตัวตนใหม่ที่สำเร็จ: ฟื้นฟูสติของ Hilda ได้ 80% 

ได้รับ Monolith แล้ว 

สิ่งที่ต้องทำ: กุญแจสุดท้ายที่ Hilda ขังตัวเองไว้อยู่ที่ไหน?


            [ปลดล็อคกุญแจ]ส่วนที่ห้าหรือส่วนสุดท้ายที่ผู้เล่นจะได้ปลดล็อคคือ Self ตำแหน่งอยู่ตรงดวงตา มีหมายเหตุว่า: ดวงตาคู่นี้ ครั้งหนึ่งเคยรับรู้ข้อมูลและเป็นพยานแห่งความจริง บัดนี้กลับสะท้อนเพียงภาพหลอนที่บิดเบี้ยว โปรดแทรกซึมเข้าไปในจิตสำนึกของเป้าหมาย ชำระล้างการบิดเบือนจากภาพลวงตา และฟื้นฟูความเสถียรภาพทางการรับรู้ของเธอ

            มอนสเตอร์ในด่านที่น่าสนใจมี ช่างถ่ายภาพ ที่จะมีบทพูด
ช่างถ่ายภาพ: ห้ามขยับแม้แต่นิดเดียว! ฉันใช้เวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนนั่งเฝ้าที่นี่กว่าจะได้ข้อมูลนี้มา... บอกว่าห้ามขยับไง!!

เพิ่มเติม
-มอนเตอร์ช่างภาพ อาจจะตีความได้ว่าหมายถึงการขายข้อมูลลับ
-Self คือศูนย์กลางของทุกอย่าง ทั้งสำนึก(รู้ตัว)และจิตไร้สำนึก(ไม่รู้ตัว) เป็นความสมบูรณ์ของตัวตน อยู่ที่ตาเพราะ ดวงตาคือการมองเห็น ตระหนักรับรู้ และรู้แจ้ง เห็นโลกภายนอกและภายใน ตรงกับ Self ที่รู้เห็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองทั้งสองฝั่ง เห็นความจริงของตัวเองทั้งหมด




            Chief ยังไม่ทันอ่านเอกสารจบดี Schorl ก็ส่งสัญญาณเตือนภัยว่ามาเนียของ Hilda เริ่มพุ่งพล่าน ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่อนุมัติให้ Chief เชื่อมต่อ LINK อีก Chief รีบวิ่งกลับห้อง LINK ในขณะเดียวกัน Schorl วิเคราะห์แล้วรายงานว่า สาเหตุมาเนียคลุ้มคลั่งในครั้งนี้ เกิดจากความทรงจำใหม่ที่ Chief เข้าไปสร้างผ่านระบบ LINK ทำให้จิตใต้สำนึกของ Hilda สับสน คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นของจริง ทำให้ Hilda รู้สึกเหมือนรอคอย Chief กลับไปทำตามคำสัญญา 44 ปีแล้ว แต่รอนานมากจนสิ้นหวัง ทำให้มาเนียในตัวตอบสนอง คลุ้มคลั่งจะระเบิดทันที แต่ Schorl เตือนว่าไม่ต้องห่วง เพราะมาเนียไม่สามารถทะลุออกนอกแทงค์มาได้แน่นอน

            Chief ยังหาทางจะช่วย Hilda ให้ได้ ถามออกไปว่า "ถ้าฉันเข้าจิตใต้สำนึกของ Hilda ไปหยุดยั้งมาเนียตอนนี้ LINK จะสามารถปกป้องจิตของฉันได้ไหม?" Schorl เงียบอยู่พักใหญ่ แล้วตอบออกมาว่า "ถ้าจำกัดเวลา ก็เป็นไปได้ ไม่แนะนำให้เกิน 45 นาที" เวลาเท่านั้นเพียงพอมาก Chief เลยเข้าเครื่อง LINK ทันที  


            ข้างในจิตใต้สำนึกของ Hilda ตอนนี้วุ่นวายโกลาหลไปหมด ฝนที่ตกลงมากัดกร่อนดินและท้องฟ้าจนเริ่มหดหายไปหมด คฤหาสน์กลายเป็นซากที่ยิ่งใหญ่ราวกับศพของลิเวียธาน อากาศหายใจยาก มอนสเตอร์มาเนียอยู่ไปทั่วทุกที่ Chief ใช้ Shackle พยายามทำลายมาเนีย จนเห็นรูปร่างของมาเนียอย่างเลือนลางว่าเป็นใครบ้าง มาเนียเหล่านี้พยายามทำลายสติสัมปชัญญะของ Hilda Chief พยายามเดินตามแสงขาวที่คอยนำทาง ก้าวเหยียบมาเนียเหลวดำไป ใช้ Shackle กำจัดเรื่อยๆ จนเจอร่างขาวๆ ของ Hilda มือของ Chief รีบเอื้อมไปคว้า พอแตะแล้ว Chief กลับร่วงลงเหวสีขาวใต้เท้า



            Chief ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตัวเองอยู่ในทุ่งนา ฟางข้าวขาดๆ พริ้วตามสายลม แห้งแล้งราวกับเป็นพื้นที่ที่ถูกโลกลืมไปแล้ว Chief ค่อยๆ เดินเผื่อว่าพื้นจะเป็นมาเนียไม่มั่นคง แต่พอเริ่มเดินได้ก็เดิน Chief พยายามมองหาว่าต้องไปที่ไหน จนเจอกลุ่มมาเนียที่กำลังโมโหคำราม ภายใต้กิ่งก้านต้นไม้สีดำสนิทที่ตายไปแล้ว Shane คือคนที่อยู่ด้านหน้า Hilda คุกเข่าอยู่ตรงกลาง โดนกิ่งไม้ที่เหลาลวกๆ ปักทะลุสะบัก ตรึง Hilda ไว้ในสภาพราวกับถูกตรึงกางเขนอย่างสยดสยอง Shane โหยหวนด้วยความเคียดแค้น เกลียดเหล่าเมืองนครหลวง

            แต่แล้วก็มีมาเนียตนหนึ่งเห็น Chief Shane รีบหันมา ได้กลิ่น DisCity จาก Chief ชัดเจน เชื่อว่ามาเพื่อช่วยแน่นอน มาเนียแต่ละตนเริ่มหยิบยื่นอาวุธให้มากมาย ชวน Chief มาร่วมกันล้างแค้น ให้ Hilda ชดใช้สิ่งที่นครหลวงทำ Hilda เงยหน้ามามอง แววตาดูมีแต่ความรู้สึกผิด 


[ทางเลือก: ปฏิเสธอาวุธ]

            Chief เข้าใจถึงความโกรธแค้น แต่ Chief จะไม่ยอมให้ความโกรธนั้นควบคุมสิ่งที่ Chief เลือกทำ เหล่าตัวตนมาเนียเริ่มกรีดร้อง เหมารวม Chief และ Hilda เข้าด้วยกันทันที แล้วเริ่มเข้ามาจะทำร้าย Chief เลยต้องใช้ Shackle เพื่อป้องกัน ไม่ใช่ทำร้าย Chief ไม่อยากทำร้ายพวกเขาเพราะพวกเขาไม่ผิดที่โกรธแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งห้าม เหล่ามาเนียก็ยิ่งเกรี้ยวกราด Chief ใช้ร่างตัวเองปกป้อง Hilda แต่ก็ไร้ประโยชน์ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านทะลุร่างของ Chief ไปโดน Hilda อยู่ดี Hilda น้อมรับความโกรธแค้นของทุกคนจน Chief มีความมุ่งมั่น ใช้ Shackle บังคับให้อาวุธมาเนียเหล่านี้เข้าร่างตัวเอง แม้จะเป็นแค่ภาพลวงตาแต่ก็เจ็บปวด Chief พยายามพูดโน้มน้าว Hilda ว่าอย่าปล่อยให้ความอยากตายครอบงำ Chief กลับมาแล้ว ให้ Chief ช่วยแบกรับความรู้สึกนี้เอาไว้นะ Hilda ยังคงรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรมีชีวิตอยู่ แต่อย่างน้อยๆ Hilda ก็สบตากับ Chief สักที 


            การโจมตีหายไป กลายเป็นสายฝนที่สาดลงมา แล้ว Chief ก็ตื่นขึ้นมาในสถานที่แห่งใหม่ อยู่ในโรงพยาบาลที่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแรงแสบจมูก แสงสีขาวสาดจนแสบตา ตัว Chief โดนผูกยึดติดไว้กับเตียง Chief พยายามดิ้นออก ห้องนี้ดูดีๆ แล้วเหมือนห้องเก็บศพซะมากกว่า ที่พื้นเต็มไปด้วยถุงเก็บศพสีขาว มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ตรงกลางที่มีโต๊ะผ่าตัดอยู่ Hilda นอนอยู่บนนั้น มีดวงจิตมาเนียรายล้อมรอบโต๊ะ แต่ละตนถือมีดผ่าตัดไว้ คว้านไส้คว้านหัวใจกันเองไปมาจนเหมือนนรกที่ต้องทำร้ายร่างกายตนเอง คนที่ชำแหละร่างกาย Hilda อยู่คือ Nolaine 

            ไม่นานนักเหล่าดวงจิตมาเนียก็เริ่มโทษที่ Hilda นำ Chief ที่เป็นคนนอกเข้ามาช่วย Hilda ให้รอดอยู่คนเดียว แล้วทุกตนก็เริ่มปาหัวใจปาอวัยวะที่คว้านออกมาใส่ Chief หัวใจทุกดวงกลายเป็นมาเนียที่เป็นดั่งยาพิษกับร่างกายของ Chief ก่อนที่มาเนียทุกตนก็เริ่มพูดพร้อมกันว่าให้คว้านหัวใจของ Hilda ออกมา


[ทางเลือก: ห้ามพวกเขา]

            Chief ไม่ยอม ห้ามด้วย Shackle หลุดออกจากพันธนาการ Chief รีบวิ่งเข้าไปหา Hilda ทันที พยายามพยุง Hilda ให้ออกจากที่นี่ แต่ Hilda ไม่เคยละสายตาจากมาเนียเหล่านี้เลย Chief เลยต้องดึง Hilda ออกจากห้องกึ่งบังคับ โถงทางเดินที่ออกมาดูไม่มีวันสิ้นสุด ไฟกระพริบเหมือนจะดับ ดวงจิตมาเนียไล่ตามมา Chief ยังคงเดินหน้าต่อ Hilda เองก็ไม่เคยปล่อยมือเลย 

"เรากำลังจะไปไหนกัน?" Hilda ถามขึ้นมา

"ที่ไหนก็ได้ ดีกว่าที่นั่นอยู่แล้วตาย" Chief ตอบ

".... คุณไม่อยากเห็นหัวใจของฉันเหรอ? ว่าฉันเป็นคนยังไงกันแน่ ฉันหลอกคุณอยู่หรือจริงใจจริงๆ คุณไม่อยากรู้เหรอ?" 

[ตัวเลือก 1: บอกฉันตอนที่คุณพร้อมดีกว่า]
Chief บอก "เรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูดก็รู้ ฉันเคยบอกคุณแล้วว่าฉันไม่ใช่ผู้สอบสวนที่ต้องการรู้ความจริงทุกอย่าง ฉันเชื่อคุณ" 

[ตัวเลือก 2: ตอนนี้ไม่ใช่เวลา]
Chief บอก "ตอนนี้ต้องมีชีวิตรอดให้ได้ก่อน ถ้าพวกเราปลอดภัยแล้ว และคุณก็พร้อมบอก ไว้ตอนนั้นฉันจะรอรับฟังคุณเอง"

            การวิ่งของ Hilda ชะงักไปชั่วครู่ ดูลังเลอะไรบางอย่าง แต่ Chief กุมมือของ Hilda แน่นขึ้นอีก พาวิ่งออกให้ได้ จนเจอกับประตูสีสนิม เมื่อเปิดประตูเข้าไป โลกทั้งใบก็ละลายหายไป กลายเป็นความว่างเปล่าที่มีเพียงฝน ความอบอุ่นจากมือของ Hilda ก็หายไปเช่นกัน 


            รู้สึกตัวอีกที Chief ก็เข้ามาที่สวนดอกไม้แห่งหนึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ฝนยังคงตกปรอยปราย ยิ่งเข้าจิตใต้สำนึกมาลึกก็ยิ่งเหนื่อย แต่ Chief ก็ต้องสู้ต่อ ที่ด้านในสวนดอกไม้แห่งนี้ มีห้องเรียนอยู่ ประตูแง้มเปิดไว้ Chief เดินเข้าไปพบกับห้องเรียนชั้นมหาวิทยาลัย ตามผนังมีเถาวัลย์มาเนียเลื้อยเต็มไปหมด ตรงหน้าห้องมี Manphist ที่เป็นรูปร่าง Corruptor ยืนอยู่ ยังคงพูดจาเสียดสีดูถูกย้ำๆ ว่า "Hilda ดวงดาวที่ส่องสว่างที่สุดของฉัน… คนโง่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน!" พร้อมกับกดหัวของ Hilda ที่ก้มอยู่ให้ก้มลงเหมือนคนโง่ แต่ที่แย่คือ Hilda ก็ยอมเหมือนเป็นตุ๊กตาของ Manphist ไม่ต่อต้านแม้แต่น้อย Manphist กระทืบเท้าลงพื้น สร้างหลุมดำ วิญญาณมาเนียทั้งหลายก็ผุดทะลุขึ้นมา พันรอบตัว Hilda 


[ทางเลือก: คว้าตัว Hilda ออกมา]

            Chief ไม่คิดอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ต้องการคือพา Hilda ออกจากที่นี่ให้ได้ Chief วิ่งเข้าไปคว้าข้อมือที่แสนบอบบางของ Hilda ออกมา บอบบางจน Chief กลัวว่าถ้าจับแรงมากเกินไป Hilda อาจจะแตกสลายได้ นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา นี่คือสถานะจิตวิญญาณของ Hilda ที่บอบบางจนแทบจะหายไป ปีศาจมาเนียจากทั่วทุกสารทิศยังคงวิ่งไล่ตาม จะกลืนกิน Hilda ให้จนได้ แต่ Chief จะไม่มีวันปล่อยมือเด็ดขาด Chief พยายามบอก Hilda ว่าถ้าอยากเปลี่ยนแปลงจริงๆ การตายไปไม่ช่วยอะไร นี่คือจิตใต้สำนึกของ Hilda เอง Hilda เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ เพราะงั้น ตราบใดที่ Hilda ไม่ยอมแพ้ มาเนียก็จะทำอะไร Hilda ไม่ได้! Chief ใช้ Shackle เชื่อมต่อตัวเองกับ Hilda ผ่านมือที่กุมกันอยู่ กลายเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น Hilda เงยหน้าขึ้นมามอง Chief ยิ้มออกมานิดๆ ได้สัมผัส Shackle ของ Chief เข้าใจแล้วว่า Chief ไม่เคยโกหกเลย 


            เสียงคำรามของมาเนียค่อยๆ เลือนหาย ทุกอย่างขาวโพลน พื้นที่รอบข้างกลายเป็นภาพ Hilda ที่นอนอยู่ตรงหน้าเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน มาเนียยังคงปนเปื้อนตรึง Hilda ไว้ ปกปิดรอยแผลที่คอ ผมที่ยาว ใบหน้าและคอที่ขาวเหมือนหินอ่อน ดวงตาที่เคยดูล้ำลึกกลับดูว่างเปล่า Hilda ลืมตาขึ้นมามอง Chief แล้วยืมออกมาจางๆ 

"ทำไม.. ถึงกลับมาล่ะ?" Hilda ถามออกมา

"ฉันสัญญาไว้แล้วว่าฉันจะช่วยคุณ" Chief ตอบกลับไป

            Hilda เริ่มดุว่า Chief ว่าเป็นคนโง่ อีกไม่นานที่จิตใต้สำนึกของ Hilda ก็จะถูกมาเนียกลืนกินจนหมดสิ้น ต่อให้มีความทรงจำของ Hilda อยู่ก็ไม่สามารถช่วยได้หรอก แล้ว Hilda ก็ชี้นิ้วมาที่ Chief ทำให้มีก้อนความทรงจำลอยออกมาจากร่างของ Chief เข้าสู่มือของ Hilda ทำลายมาเนียที่ตรึงตัว Hilda เอาไว้ Chief ค่อยๆ ใช้ชิ้นส่วนความทรงจำทำลายมาเนียแต่ละส่วน ในระหว่างนั้น Hilda ก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า Chief ทำอะไรลงไปบาง Hilda รู้สึกยังไง โดนทรมาน รอความตายจน Hilda อยากได้คำตอบ แต่ในเมื่อ Chief กลับมาแล้ว Hilda กลับไม่ได้รู้สึกว่าอยากได้คำตอบแล้ว Hilda อยากเจอ Chief อีกสักครั้ง แค่นั้น

เพิ่มเติม
-ก้อนความทรงจำได้มาจากระบบปลดล็อคกุญแจ ส่วนแรกที่ปลดในคัทซีนนี้คือ Self(ดวงตา) Hilda เล่าถึงตอนจิบชาที่ Chief บอกว่ามียาพิษ (รู้เห็นว่ามีภัยอันตราย) / ส่วนที่สองคือ Shadow(มือ) Hilda เล่าถึงตอนได้รับจดหมายจากนครหลวง Chief รู้ว่าโดน Hilda หลอกใช้แต่ก็ยังยินดีร่วมมือ (ลงมือก่อความชั่ว) / ส่วนที่สามคือ Amin(เท้า)  Hilda เล่าถึงตอน Chief ใช้ The Wilderness(แดนทุรกันดาร) เปิดโปงไส้ศึก (ไม่รู้แต่ก็ยังพยายามหาทางไป) / ส่วนที่สี่คือ Ego(คอ) Hilda เล่าถึงตอน Hilda ฝากฝังทุกอย่างไว้กับ Chief โดนทรมานเป็นปี ถูกผนักไว้อีกนับสิบปี (ตัดสินใจเลือกแล้ว)


            Hilda บอกขอบคุณที่ Chief กลับมาหา แล้วเอื้อมมือเข้าหา Chief 

[ตัวเลือก 1: หลบ]
Chief เผลอขยับหลบด้วยสัญชาตญาณ มือ Hilda ที่เอื้อมมือก็หยุดชะงักแล้ว Hilda ถึงดึงมือตัวเองกลับไป รอยยิ้มยังคงอยู่ แต่กลายเป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดและขมขื่น Hilda พูดออกมาว่า "ไม่เป็นไร... อย่างน้อยๆ คุณก็กลับมา" มาเนียค่อยๆเริ่มกลืนกินร่างของ Hilda ทีละช้าๆ Hilda ไม่เคยยอมแพ้ แต่ Chief ต่างหากที่เป็นคนทอดทิ้ง Hilda ไม่รู้ว่า Chief ได้ความคิดนี้มาจากจิตใต้สำนึกตัวเอง สัญชาตญาณ หรือการตัดสินใจอย่างเย็นชา แต่ Chief มองว่า ต่อให้ Hilda ตื่นขึ้นมาในโลกความเป็นจริง ชีวิตที่รออยู่ก็มีเพียงความเจ็บปวดเท่านั้น Chief ยืนมองมาเนียค่อยๆ กลืนกินร่างของ Hilda เข้าไป แต่แล้วรอบข้างก็สั่นสะเทือน มาเนียพุ่งทะลุจนพื้นที่แห่งนี้เริ่มพังทลายลง ร่างกายของ Hilda ถูกมาเนียปั้นร่างสร้างขึ้นมาใหม่ แขนยังคงหยดเยิ้มไปด้วยมาเนีย Hilda พุ่งเข้ามากอดตัว Chief แน่น แล้วพูดด้วย

[ตัวเลือก 2: รอให้ Hilda สัมผัส]
Chief ขยับเข้าไปกอด นิ้วมือของ Hilda สัมผัสที่หลังของ Chief แล้วก็สั่นจากมาเนียที่กระจายไปทั่วผิวหนังของเธอ Hilda กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของ Chief

"ฉันมอบให้คุณทุกอย่าง ความฝัน ความไว้ใจ ฉันรอมานาน... แต่คุณก็ไม่มา ฉันบอกตัวเองว่าคุณคงจะมีเหตุผล แต่ผ่านไปนานหลายปี การรอคอยนั้นค่อยๆ กลายเป็นบาดแผลที่เน่าเฟะ มาเนียไม่ได้กลืนกินฉัน แต่มาเนียกลายเป็นตัวฉัน"

เสียงโหยหวนมาเนียที่แสนคุ้นเคยกระซิบเข้าหูมาทุกครั้งที่ Hilda พูด ในขณะที่มือของเธอประสานกับมือ Chief ไว้ แม้ว่านิ้วมือจะเย็นเฉียบ แต่ก็รู้สึกร้อนระอุไปด้วยความคลุ้มคลั่ง 

"แล้วตอนนี้คุณก็กลับมาแล้ว... แต่สายเกินไปแล้วล่ะ ฉันไม่เชื่อคุณแล้ว"

Hilda ยื่นเอาหน้าผากมาแตะกับหน้าผากของ Chief 

"ครั้งนี้ ฉันจะเห็นความจริงด้วยตัวฉันเอง

เพิ่มเติม
-ไม่ว่าจะเลือกคำตอบไหน ก็จะได้กอด Hilda และได้บทพูด "ฉันมอบให้คุณทุกอย่าง ความฝัน ความไว้ใจ” 
-ตอนกอด รูปจะซูมเข้าหน้า Hilda 


            มาเนียหายไป ม้วนกระดาษรหัสเริ่มไหลพรั่งพรูออกมา Hilda กุมมือแน่นขึ้น ในหัวของ Chief ก็เริ่มว่างเปล่า ความทรงจำไหลทะลักออกมาเป็นม้วนกระดาษ คลื่นวิทยุให้ Hilda ได้อ่านเห็น Chief เพิ่งจะรู้สึกตัวว่า Hilda ใช้พลังอยู่ Chief รีบใช้ Shackle แต่ไม่ได้ผล 

"ตัวคุณที่แท้จริงเป็นแบบนี้นี่เอง...ฮีโร่แห่ง DisCity หัวหน้าแห่ง MBCC" Hilda พูดออกมา


            [ที่ Lab LINK] สัญญาณเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่วพื้นที่เขตต้องห้าม ค่ามาเนียของ Hilda พุ่งสูง ค่ามาเนียของ Chief ก็พุ่งตามกัน แต่เพราะ Shackle เลยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ Hilda เชื่อมมาเนียเข้าไปที่ตัว Chief ทำให้มาเนียเริ่มเชื่อมต่อกัน ทำให้รับรู้ถึงระบบ LINK ด้วยเช่นกัน Schorl สั่งงานให้จับตาดู เตรียมตัวเริ่มการใช้งานโปรโตคอลบังคับ นับถอยหลัง 15 นาที เตรียมตัดขาดการเชื่อมต่อ LINK กับ Chief สั่งให้ MBCC เตรียมการด้วย ถ้ามาเนียพุ่งสูงเกินไป จะทำการส่ง Hilda ขึ้นชั้นบนเพื่อกำจัด ห้ามให้ Hilda ได้รับข้อมูลเด็ดขาด


            ในห้วงจิตใต้สำนึก พลังของ Hilda กระจัดกระจายเต็มพื้นที่ ม้วนกระดาษไหลทะลักออกมาจากร่างกายของ Chief พันรอบตัวหลวมๆ พลังของ Hilda เชื่อมต่อกับ Shackle ของ Chief ทำให้ความทรงจำและจิตใต้สำนึกปะปนกัน  Hilda ยังทนต่อความเจ็บปวดจากมาเนีย อ่านความทรงจำทุกอย่างของ Chief 

            ความทรงจำแรกที่อ่านคือ ตอนที่ Chief ลงลิฟท์มาชั้นใต้ดิน ก่อนเริ่มปฏิบัติการนี้ รวมถึงตอนที่คุยเรื่องประวัติของ Hilda ก่อนเข้าเครื่อง LINK รวมถึงตอนที่ Chief บอกจะทำภารกิจให้สำเร็จ

"น่าทึ่งจัง กลัวรู้สึกผิดที่คำโกหกของคุณถูกเปิดโปงเหรอ? หรือว่ากลัวว่าความจริงจะโหดร้ายเกินกว่าที่ฉันจะรับได้?"

Hilda พูดแล้วก็ดึงกระชากม้วนกระดาษ ทำให้ Chief เข้าใกล้ Hilda

"มันก็ไม่ได้ยากอะไร คุณคือฮีโร่ของ DisCity ฉันคือสายลับจากนครหลวง เรายืนฝั่งตรงกันข้ามตั้งแต่แรกแล้ว คุณแสดงได้ดีทีเดียว ทำให้ฉันเชื่อคุณทุกอย่าง เป็นคนโง่ที่รอปาฏิหารย์ที่ไม่มีวันเป็นจริง ไม่แปลกที่คุณจะไม่กลับมา เพราะคุณคือหมารับใช้ของ DisCity คุณต้องการแค่ Monolith เรื่องความฝันที่คุณพูดไว้ก็เป็นแค่คำโกหก แล้วทำไมคุณถึงต้องกลับมาล่ะ? คุณต้องการพรากอะไรไปจากฉันอีก?"

"ฉันมาเพื่อช่วยเธอ ฉันพูดจริง" Chief ตอบกลับไป

"ฉันไม่เชื่อคุณอีกแล้ว" Hilda จ้องตา Chief ไม่หยุด Chief รู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคออยู่ จะพูดอะไรก็พูดไม่ออก

"คุณยังเก็บสีหน้าไม่ได้เหมือนเดิม ฉันโอเคดี ทำไมต้องมองฉันด้วยความเวทนาแบบนั้น? คุณซ่อนอะไรไว้อีก?" Chief หันหนีโดยสัญชาตญาณ แต่ Hilda ไวกว่า คว้าจับคางของ Chief ไว้แน่น "เรามีเวลาอีกเยอะ ฉันจะใช้พลังของฉันอ่านทุกอย่างของคุณ จนกว่าฉันจะเห็นหัวใจที่เปลือยเปล่าของคุณ ฉันจะไม่หลงกลคุณอีกแล้ว"


            ความทรงจำที่สองที่อ่านคือ ตอนที่ Schorl รายงานว่า การเชื่อมต่อ LINK ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ สามารถนำ Monolith ไปใช้ได้แล้ว รวมถึงตอนที่รายงานว่า Chief ได้สร้างความทรงจำใหม่ให้ Hilda ทำให้จิตใต้สำนึกของ Hilda สับสน

            Hilda พูดขึ้นมา "ความทรงจำของฉันก็เป็นของปลอม… เป็นภาพลวงตาที่คุณชักใยสร้างขึ้นมา ฉันนี่โง่จริงๆ คุณไม่ได้ทรยศ แต่เพื่อนร่วมสงครามที่ฉันสู้ด้วยกันมาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง สิ่งที่ฉันต้องการคือ..." Chief โพล่งขึ้นมาว่า

"เราจะออกจากที่นี่ด้วยกัน"

"ออกเหรอ? หรือหมายถึงตื่นจากที่นี่?" Hilda เอ่ยถามออกมา

แต่ Hilda ไม่รอคำตอบ เธอยกมือขึ้นมาลูบที่แผลเป็นตรงคอของตัวเอง

"Chief คุณรู้ไหม ว่าฉันทนการทรมานจาก DisCity ยังไง? ฉันปาดคอตัวเองเพื่อให้พูดไม่ได้ พวกเขาเลยใช้คริสตัลมาเนียยัดเข้าตัวฉันเพื่อซ่อมแซมร่างกาย เพื่อให้ฉันไม่ตายแล้วเริ่มทรมานทั้งกายและใจ"

            Hilda อยากปลิดชีพตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน ตายซะยังจะดีกว่ามารอคอยคำมั่นสัญญาลมๆ แล้งๆ แต่ Hilda ก็ยังทนมานานขนาดนี้ แต่ Hilda จะไม่ยอมให้ใครที่ไหนมาพรากสิ่งที่ Hilda รักไปทั้งนั้น


            เสียงของมาเนียเริ่มหลอกล่อ Hilda เป็นคนที่ตัดสินใจยอมรับมาเนียที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธมาตลอด "ฉันจะไม่อยู่ในกำมือของ DisCity เด็ดขาด คุณสำคัญกับ DisCity มาก ถ้าเสียคุณไปก็เหมือนเสียทั้งกองทัพ เพราะงั้น เขาไม่มีทางทำร้ายคุณเพื่อหยุดฉันแน่นอน มาเนียจะระเบิดพื้นที่ต้องห้ามที่เราอยู่ และคุณก็จะตื่นพร้อมกับฉัน" Hilda กระชากม้วนกระดาษอีกครั้ง ทำให้ Chief เจ็บปวดมาก

"ฉันอยากจะออกจากที่นี่ LINK จะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณเจออะไรอยู่ ให้พวกเขาได้เห็นและได้ยิน คิดเรื่องข้อเสนอของฉัน"

Chief กัดฟันทนความเจ็บปวด แววตาของ Hilda ไร้ความหวังแล้ว มีเพียงแค่ความสิ้นหวังและคลุ้มคลั่ง 

"ถ้าหนีออกจาก DisCity ได้ แล้วคุณจะไปไหน?" Chief ถาม

"กลับสาธารณะรัฐ Sevael ทำภารกิจที่ฉันเคยฝากฝังให้คุณทำ ที่คุณทำล้มเหลว ให้สำเร็จให้ได้" 

            คำตอบนั้นทำให้ Chief เศร้าขึ้นมา "ทำขนาดนี้จนจับฉันได้ แต่จะใช้ฉันเป็นแค่ข้อแลกเปลี่ยนในการถูกปล่อยตัว เพื่อแค่กลับไปที่นครหลวงเหรอ? คุณก็รู้ว่านครหลวงเน่าแค่ไหน" "แต่นั่นคือบ้านเกิดของฉัน ต่อให้เน่าแค่ไหน ฉันก็จะเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้บ้านของฉันดีขึ้น" Hilda สวนกลับ Chief ยกเหตุผลร้อยแปดมาโน้มน้าว แต่ก็เปลี่ยนใจ Hilda ไม่ได้ เสียงมาเนียก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ชักจูง Hilda ให้ยอมรับพลัง จิตใจของ Hilda ที่โดนทั้งมาเนียและ Shackle เริ่มรับไม่ไหว ไม่ว่า Chief จะพูดอะไร Hilda ก็ไม่ฟัง เริ่มขึ้นเสียงดัง บอกให้ Chief หุบปาก มือของ Hilda ที่ยังจับหน้าของ Chief อยู่เริ่มสั่นคลอน จ้องตากัน แต่แววตาของ Chief มีเพียงแค่ความเห็นอกเห็นใจเท่านั้น

"คุณรู้อะไรอีก คุณซ่อนอะไรไว้อีก? บอกฉันที ให้ฉันได้เห็น ขอร้องล่ะ"

            Hilda เริ่มทำหน้าเศร้าทันทีที่เห็นแววตานั้นของ Chief พูดออกมาด้วยความเศร้า น้ำเสียงสั่นๆ แล้วความทรงจำของ Chief ก็ไหลออกมาเพิ่ม แม้จะเจ็บปวดเพียงใด แต่ Chief ก็ยินดีให้ Hilda ได้เห็นความจริง จ้องตา Hilda ให้ Hilda ได้เห็นทุกอย่าง

เพิ่มเติม
-สรุป ทุกคนที่คุมเครื่อง LINK เห็นและได้ยิน สิ่งที่ Chief ประสบพบเจออยู่ คิดซะว่า EDGE-02 กำลังนั่งดูละครหลังข่าวผ่าน Schorl อยู่


            ความทรงจำที่สามที่อ่านคือ ตอนที่ Schorl รายงานว่า หลังจากที่ Sevael แพ้สงครามไปในปี N.F.82 คนที่มีอำนาจต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น หากินกับประชาชน คอรัปชั่นจนประเทศล่มสลาย จนถึงประโยคที่พูดว่า "จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าประเทศบ้านเกิดตัวเองถูกทำลายไปนานแล้ว

            วินาทีที่ Hilda ได้เห็นความทรงจำนี้ ความโกรธ อารมณ์ทุกอย่างหดหายไปหมด หลงเหลือเพียงแค่ความงุนงง

"'มัน'..พูดว่าอะไรนะ?"

 Chief ก็พูดไม่ออก หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกขอโทษที่ทำให้เห็นความทรงจำที่เจ็บปวด แต่คงปล่อยให้ Hilda ออกจาก DisCity ไปช่วยนครหลวงไม่ได้ และ Chief เองก็ไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ด้วยเช่นกัน เพราะบ้านเกิดของ Hilda ล่มสลายไปนับสิบปีแล้ว

เพิ่มเติม
-Hilda ไม่รู้จักเทคโนโลยี Schorl 


            โลกทั้งใบหยุดนิ่ง ม้วนกระดาษทุกใบร่วงลงสู่พื้นเหมือนเศษขยะไร้ค่า ในยามที่ Hilda เริ่มไม่มีความปรารถนาของตัวเอง มาเนียที่คลุ้มคลั่งอยู่ก็รีบฉวยโอกาสเข้ามาพยายามจะกลืนกินทันที Hilda ไม่สู้แล้ว Chief พยายามจับไหล่ของ Hilda เพื่อเรียกสติ เรียกชื่อ ใช้ Shackle ไล่มาเนียออกให้ห่างจาก Hilda แต่ท้ายที่สุดแล้วโลกก็แตกสลาย เหลือเพียงความว่างเปล่า 

            Hilda ได้ย้อนมาเจอตัวเองในวัยเด็กที่วาดฝันไว้ พร้อมถามว่า ตัวฉันในอนาคตทำได้รึเปล่า? แน่นอนคำตอบคือไม่ ฉันทำพลาด แต่ Hilda ในวัยเด็กนั้นก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก ต่อให้พลาดยังไงก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ได้เสมอ แล้ว Hilda วัยเด็กก็กุมมือของ Hilda พาเข้าสู่เส้นทางใหม่ แต่ยิ่งเดินก็ยิ่งหลงทาง ต้องเดินไปทางไหนกันแน่?

            หากตรงไป จะเจอกับพ่อของ Hilda ที่บอกว่าพาไป DisCity ด้วยไม่ได้ บอกให้ Hilda ลืมเรื่องรหัสลับแล้วใช้ชีวิตเป็นคนปกติเถอะ สัญญาว่าจะกลับมารับ หากไปทางซ้าย จะเจอกับ Marlo ที่ยอมทำงานร่วมกับ Hilda จะเป็นคนทำงานสกปรกให้ Hilda เอง เพื่อที่ Hilda จะได้ถอดรหัสใช้สมองได้เต็มที่ พร้อมกำชับไม่ให้ Hilda ฆ่าใคร หากไปทางขวา จะเจอกับ Manphist ที่ชักชวน Hilda ให้ทำงานให้ Fraser ด้วยกันแม้ว่าสงครามจะยังไม่จบก็ตาม แต่ยังไง Sevael ก็ไม่รอดแล้วแน่ๆ แม้จะถอยหลัง ก็เจอกับกลุ่มคนฉลองที่ DisCity ชนะ ไม่ว่าจะทางไหนก็พ่ายแพ้ เลือกไม่ถูกสักทาง เสียงของมาเนียเยาะเย้ย 



            ทุกอย่างวนกลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง Hilda หัวเราะออกมา เข้าใจแล้วว่าทำไม Chief ถึงได้มอง Hilda ด้วยแววตาสมเพชมาตลอด Hilda พยายามมาตลอดชีวิต แต่ท้ายที่สุดก็แพ้ให้กับโชคชะตาอย่างสิ้นหวัง Chief เดินเข้าไปหา Hilda 

            "ตอนแรกฉันตั้งใจมาเอาข้อมูลอย่างเดียว ทำทุกอย่างเพื่อภารกิจ แต่พอฉันได้รู้ว่าคุณไม่ใช่แค่สายลับ แต่ทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ วางใจกับผู้บริสุทธิ์ที่ต้องเสียสละไปไม่ได้ คุณเลยพยายามหาทางอื่น แม้จะเลือกทางผิดก็ตาม และตอนที่คุณให้ Monolith กับฉัน ฉันอยากจะช่วยคุณจริงๆ คุณยังได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองอยู่ เสียงที่บอกให้คุณเลือกเส้นทางใหม่ ตราบใดที่คุณยังได้ยินเสียงนั้น คุณก็ยังไม่ได้หลงทางหรอก ฉันเชื่อว่าคนแบบคุณควรได้รับโอกาสในการเลือกเส้นทางอีกครั้ง" Chief พูดออกมาจากใจจริง

"เลือกเส้นทางใหม่อีกครั้งเพื่ออะไรล่ะ? คนอย่างฉันมีโอกาสอีกครั้งได้จริงๆ เหรอ?"

            Hilda พูดออกมาเบาๆ พลังมาเนียในพื้นที่นี้เริ่มจะผลักให้ Chief ออกไป แต่ Chief ยังคงพยายามเดินเข้าหา Hilda "ตอนนี้ DisCity กำลังเดินเส้นทางเดียวกับที่นครหลวงเคยเดินมาก่อน ช่วงยุคทหาร เมืองเล็กเมืองน้อยถูกทำลายไปมากมาย ชาว Outland ก็ตายด้วยมือของ DisCorps ฉันเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิด เช่นนั้นแล้วนั่นก็เป็นความผิดที่ฉันก็ต้องแบกรับด้วยเช่นกัน ไม่มีใครสามารถสัญญาได้ว่าจะไม่เลือกผิดทาง" Chief คว้าจับ Hilda ได้สักที แต่ร่างกายของ Hilda เริ่มกลายเป็นมาเนีย ต่อให้ Chief ใช้ Shackle ยังไงก็ไม่มีผล Hilda รู้สึกสิ้นหวังจนปิดกั้นไปแล้ว Chief จับมือ Hilda ขึ้นมาจิ้มที่หน้าผากของ Chief 

            "ฉันรู้ว่าคุณคงไม่เชื่อฉัน เพราะงั้น ดูด้วยตาตัวเองสิ พลังของคุณไม่มีทางโกหกคุณหรอก ดูความทรงจำของฉันแล้วตัดสินใจด้วยตัวของคุณเอง" 


            ความทรงจำที่สี่ที่อ่านคือ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ Chief ตื่นมา ทั้ง Syndicate Rustfire รวมถึง BR-005 ด้วย Hilda เห็นอนาคตที่เกิดขึ้นแล้ว กลับไม่เข้าใจว่าทำไมอนาคตถึงกลายเป็นแบบนี้ Chief ถามว่า "คุณทุ่มเทให้กับอนาคตที่วาดไว้ในใจ หรือ นครหลวง กันแน่?" คำถามนั้นทำให้ Hilda เริ่มสงสัยในตัวเอง ยังคิดคิดว่า Chief ใจดีมากจริงๆ แต่แล้วคลื่นมาเนียสีดำก็ท่วมทะลักเข้ามา ทำให้ Chief และ Hilda จมลงน้ำมาเนียสีดำ 

[ทางเลือก: ตามหา Hilda]

            Chief พยายามว่ายน้ำตามหา Hilda ให้ได้ จนเจอม้วนกระดาษ Chief รีบคว้า แต่ยิ่งคว้า กระดาษก็ยิ่งห่างไกลออกไป Chief ใช้ Shackle เก็บมาได้ กุมไว้ในมือแน่น แล้ว Chief ก็เริ่มดำน้ำลงสู่ห้วงลึกจนเจอดวงจิตของ Hilda ที่ยอมแพ้แล้ว แต่ Chief ไม่ยอม พยายามฉุด Hilda ออกมาให้ได้ จนยอมเชื่อในตัว Chief เอื้อมมือให้ Chief ช่วย ยอมให้ Chief ตรึง Shackle เพื่อควบคุมมาเนียที่คลุ้มคลั่งอยู่ 



            Chief โผล่ขึ้นเหนือน้ำได้ พยายามพยุง Hilda ให้พ้นเหนือน้ำมาด้วย มิติจิตใต้สำนึกของ Hilda โดนมาเนียกลืนกินจะหมดแล้ว กลายเป็นน้ำวนที่ไหลเข้าสู่ความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด Chief หาแผ่นไม้อะไรสักอย่างวาง Hilda ไว้ให้ลอยตัวได้ ใช้ Shackle เรื่อยๆ จน Chief จะโดนดึงเข้าหลุมดำที่ตรงกลาง แต่แล้ว Hilda ก็ได้สติ ใช้พลังม้วนกระดาษพันรอบเอวของ Chief ดึง Chief กลับมาในที่ปลอดภัย พร้อมกับพันข้อมือทั้งสองข้างของ Chief เข้าไว้ด้วยกัน

"ฉันจัดการเอง"

            Hilda พูดออกมาแล้วออกไปเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์มาเนียที่ครั้งหนึ่งเคยทรมาน Hilda ทั้งหลายแหล่ เป็นการต่อสู้ระหว่างความแน่วแน่ของ Hilda และ ความปรารถนาของมาเนีย จน Hilda แตะที่คอตัวเอง จะใช้พลังมากกว่าเดิม Chief ถึงเข้าไปห้าม

"อย่าสู้คนเดียว เราสัญญากันแล้วว่าจะออกจากที่นี่ไปด้วยกัน"

            Chief ใช้พลัง Shackle ผสานเข้ากับพลังของ Hilda รวมความปรารถนาที่อยากจะเห็นอนาคตที่ดีขึ้นเอาไว้ จนเอาชนะได้



            เมื่อชนะแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาวที่สว่างสดใส พระอาทิตย์เบิกบาน ทั้ง Chief และ Hilda หมดแรง ล้มลงกับพื้น Hilda เงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่ไม่ได้เห็นมานาน ก่อนจะหันไปแก้มัดม้วนกระดาษที่ข้อมือของ Chief 

            และแล้ว Hilda ก็ตื่นขึ้นมา มอง Chief ด้วยสายตาที่อบอุ่น แทงค์น้ำคงหนาเกินกว่าจะคุยด้วยเสียงได้ Hilda จึงยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์พระจันทร์เพื่อคุยกับ Chief

"อรุณสวัสดิ์นะ Chief วันนี้ท้องฟ้าอากาศแจ่มใสรึเปล่า?"

เพิ่มเติม
-ถ้าเกิดว่าไม่ช่วย Hilda แม้แต่ครั้งเดียวหลังจากที่ Chief เข้ามาเพื่อยับยั้งอาการมาเนียระเบิดของ Hilda จะเข้ารูทฉากอีกแบบ ถ้า Chief ยอมหยิบอาวุธจากตัวตนมาเนีย Chief จะโดนมาเนียความโกรธแค้นครอบงำ ทำร้าย Hilda โดยที่ Hilda เองก็ยอมรับ จนเลือดเปื้อน Chief ไปหมด / ถ้ายอมให้ Nolaine ควักหัวใจของ Hilda ออกมา จะเห็นว่าเป็นหัวใจสีเทา ไม่รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด ดีหรือชั่ว มีรอยแผลเต็มไปหมด แต่สีหน้าของ Hilda จะสงบมากถ้าทุกคนได้เห็นหัวใจของเธอ / ถ้ายอมให้มาเนียในฉาก Manphist กลืนกิน Hilda จะทำสัญลักษณ์ดวงจันทร์ บอก Chief ซ้ำๆ ว่า "ฉันขอโทษ" ทำให้ในตอนที่ทั้งคู่จมน้ำมาเนียดำ Hilda จะไม่เอื้อมมือไปจับมือ Chief  Hilda จะยอมแพ้ รู้สึกว่าสายเกินไปแล้ว ตาม Chief ไปก็ไม่ช่วยอะไร ให้ Chief ไปหาคนที่ดีกว่านี้ดีกว่า Hilda เป็นเพียงผีจากยุคเก่าที่ควรตายไปนานแล้ว พอจบทุกอย่าง Chief จะคิดถึงเสียงฝนของ Hilda ตลอดไป 



สุดท้ายนี้
-Event นี้ EDGE-02 บรรเทิงน่าดู ได้ดูฉากจบตั้งหลายแบบ พล็อตหนังที่เล่าได้หลายเรื่อง

The End (Good Ending) 
When Rain Meets Gunfire


            [DLC ถ้ากันแค่เหลือแค่ 2 คน] เช้าวันใหม่อันสดใสมาถึง Hilda และ Chief ตื่นมาเจอแสงแดด ทำอาหารเช้า แซนวิชมะเขือเทศกระป๋อง กินร่วมกันในห้องครัว Hilda พูดขึ้นมาว่า Monolith สำเร็จแล้ว ส่งสัญญาณไปหานครหลวงให้มาช่วยได้ แต่ Chief ดูไม่ดีใจเท่าไหร่ Hilda งง สงสัยว่าทำไมไม่อยากกลับไปด้วยกัน? Chief ก็ตั้งใจสร้าง Monolith ขนาดนี้ อยากให้ไปรายงานผลลัพธ์ด้วยกัน Chief สงสัยว่าถ้า Chief ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในความทรงจำของ Hilda ไป Chief จะสามารถไปถึงดินแดนที่แสนไกลนั่นได้ไหม? ไปถึงยังไงก็ตายเพราะระบุตัวตนไม่ได้หรอก แต่ Chief ไม่กลัวความตายแล้ว ตกลงไปกับ Hilda นั่นทำให้ Hilda มีความสุขมาก 

พอได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปด้วยกัน มาเนียก็กลืนกินคฤหาสน์ เสียงระเบิดที่ยังดังอยู่ที่ Monolith ก็ระเบิดเฮลิคอปเตอร์(อะไร??)

เพิ่มเติม
-DLC อันนี้เหมือนจะทำมาล้อหนัง

-ฉากจบลับ: วันแห่งการแยกจาก-


[แถมท้ายวันหยุดของ Hilda]

            ในวันหยุดที่ Hilda จะได้ไปเที่ยว Chief รู้ดีว่า 9th จะจับตามอง Hilda ที่เป็นภัยอันตรายด้านข้อมูลแน่นอน เลยส่งจดหมายไปหาทาง 9th ให้ดูแล Hilda ให้ด้วย และขออัพเดตการเคลื่อนไหวของ Hilda ไปด้วย 

[วันที่ 1] 

[8:10] Hilda ออกจาก MBCC ไม่พูดกับใครมาก แค่พยักหน้า ไม่พกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกซ์อะไรเลยนอกจากแผนที่กระดาษ Eastside และคู่มือการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ DisCity (ฉบับขยายตัวอักษร) เดินทางไปเจอร้าน ‘ข่าวกรองแมวดำ’ Hilda เลยสนใจมาก ส่องดูหน้าร้านสักพักแล้วเดินต่อ 

[9:25] เข้าคาเฟ่ ‘กาแฟหมอก’ อ่านเมนูแล้วขมวดคิ้ว วางลง หยิบเงินออกมา 5000 แล้วสั่งกาแฟ จ่ายให้ทั้ง 5000 พนักงานทอน 4500 Hilda ไปนั่งรอพร้อมบ่นว่า "เดี๋ยวนี้ของแพงจัง" พอได้กาแฟแล้วก้เดินต่อ 

[10:13] เดินไปหยุดอยู่หน้าโรงหนัง New Era สักพักแล้วเข้าไปดูหนังเรื่อง ปฏิบัติการลับ ดูจบแล้วไปเขียนรีวิวที่บอร์ดรีวิวที่โรงหนังว่า "หนังไม่ดี ไม่แนะนำ" ซื้อขนมปังถั่วแดง 1 ชิ้นสำหรับอาหารเที่ยง 

[13:05] เข้าร้านเสื้อผ้า Nova ที่ตอนนี้จัดธีมฤดูใบไม้ร่วง หยิบลองเสื้อโค้ทใส่ 2 ตัว (สีโทนน้ำตาลทั้งคู่) ดูราคา แล้วแขวนคืนทั้งหมด ไปดูเคร่องประดับ ซื้อผ้าพันคอขนแกะสีน้ำตาลอ่อนที่ลดราคาเหลือ 3,712 ถอดป้ายออกแล้วเดินเที่ยวในเมืองต่อ 

[15:30] เข้าร้านหนังสือมือสองที่มุมถนน Gray หยิบหนังสือ The Ideal City(เมืองในอุดมคติ) / Letters to a Poet(จดหมายสู่บทกวี) / Still Lake(ทะเลสาปเงียบงัน) ไปนั่งอ่านอยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง นวดน่องตัวเองไปด้วยเป็นพักๆ จนพนักงานในร้านเริ่มกระแอม Hilda เมินตลอด

[18:00] พนักงานมาบอกว่า "คุณผู้หญิง คุณอ่านอย่างเดียวแต่ไม่ซื้อ ร้านเราก็ลำบากนะ..." Hilda ตอบว่า "ฉันจะซื้อ...ถ้าฉันมีเงินพอซื้อน่ะ" ผ่านไป 15 นาที Hilda ซื้อหนังสือ Eternal Garden of Solitude (สวนแห่งความโดดเดี่ยวชั่วนิรันดร์) ร้านมีเงินทอนไม่พอเลยให้ลูกอม 3 เม็ด Hila ไปสถานีรถไฟ ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้ซื้อตั๋ว 3 นาที ใช้ไม่เป็น จนมีเด็กนักเรียน 10 ขวบคนหนึ่งมาช่วยกดให้ Hilda เลยให้ลูกอมไป 1 เม็ด

[19:15] กลับถึง MBCC Wynn ต้อนรับอยู่ด้านหน้า เอาผ้าพันคอและหนังสือให้ ฝากส่งให้ Chief พร้อมข้อความ "ฤดูใบไม้ร่วงจะมาถึงแล้วนะ อย่าลืมดูแลตัวเอง รักษาตัวให้อุ่นๆ" แล้ว Hilda ก็กลับเข้าห้องไปแล้วไม่ออกมาอีก

เพิ่มเติม
-คนที่ติดตาม Hilda คือ Shadow-028 
-Chief ให้เงิน Hilda ไป 5000 DisCoin 
-การรายงานจะมีเวลาบอกชัดเจนและละเอียดกว่านี้ บันทึกทุกการเคลื่อนไหวเป็น log แต่ทางเราขอเขียนสรุปคร่าวๆ แทน
-ต้องใช้คู่มือเดินทางแบบขยายใหญ่ คนแก่มาก ใส่แว่นไหม
-ร้านข่าวกรองแมวดำเป็นร้านธรรมดาๆ ที่ขายทุกอย่างเกี่ยวกับแมว แต่เน้นที่แมวดำ หนังสือวิธีทำให้แมวรัก วิธีทำอาหารแมว ฯลฯ 
-หนังเรื่อง ปฏิบัติการลับ เป็นหนังฟอร์มยักษ์
-หนังสือที่ Hilda อ่านเป็นวรรณกรรมเชิงลึกลับที่ตีพิมพ์นานแล้ว
-ทุกครั้งที่ Hilda เข้าไปในที่ๆ ต้องจ่ายเงินอย่างเช่นดูหนัง Shadow-028 จะแนบใบเสร็จของบเสมอ (แต่ตอนซื้อหนังสือ Shadow-028 ซื้อเล่มที่อยากอ่านเอง)


[วันที่ 2] Chief ให้ Wynn ไปนำทางพา Hilda เที่ยว 

[8:30] Hilda กับ Wynn ออกจาก MBCC ด้วยกัน Wynn พยายามหาที่ท่องเที่ยวใน DisCity บนโทรศัพท์ สถานที่แรกที่ไปคือ Dillywood Wynn ชวนคุยเรื่องหนังเพราะเห็นว่าวันแรกที่หยุด Hilda ไปดูหนังมา แต่ Hilda แค่ไปฆ่าเวลา Wynn เลยพยายามคุยเรื่องอื่น บอกว่าที่ MBCC มีผู้กำกับสุดดังอยู่นะ! แล้วสองคนก็เดินเที่ยว Hilda ถ่ายรูปให้ Wynn แต่ไม่ยอมถ่ายตัวเอง Wynn ต้องอ้อนกอดแขนอยู่นานกว่า Hilda จะยอมเซลฟี่หน้ารูปปั้นทองคำของเหล่าผู้กำกับหนังชื่อดัง

[10:05] Hilda กับ Wynn เดินไปสถานีรถไฟ Wynn สังเกตเห็นว่า Hilda เงียบๆ เลยถามว่า "คุณไม่ได้ไม่ชอบที่ฉันพาคุณดูรอบๆ ใช่ไหม?" Hilda ตอบว่า "ไม่ใช่เลย ฉันซึ้งใจที่คุณสละเวลามาพาฉันเที่ยวในเมืองด้วยซ้ำ ฉันแค่สงสัยว่าทำไมทุกคนที่นี่ถึงดูเหนื่อย? งานศิลปะต่างๆที่พวกเขาสร้างมาไม่ได้เยียวยาพวกเขาเลยเหรอ?" Wynn ตอบกลับอย่างร่าเริงว่า "ถ้าคุณใส่ใจมันมากจริงๆ ล่ะก็ต้องเยียวยาแน่นอน!" แล้วทั้งสองก็เดินผ่านร้านหนังสือชื่อดัง 'หนังสือแดนทุรกันดาร' ซึ่ง Hilda สนใจหนังสือ Song of Freedom(บทเพลงแห่งอิสรภาพ) Hilda บอกว่า "ฉันจำเล่มนี้ได้ มันเขียนชมกองทัพอิสรภาพในยุคนั้น คนชอบเยอะ แต่ก็ไม่ใช่หนังสือที่ดี ฉันแปลกใจที่ยังดังในยุคนี้น่ะ" Wynn เลยบอก "อ๋อ สำนักพิมพ์ตอนนี้เอาหนังสือเก่าๆ ที่เกี่ยวกับ DisCorps มาตีพิมพ์ซ้ำขาย เอาใจนายพล Augustus ที่กลับมาแล้วน่ะ" คำพูดนั้นทำให้ Hilda เดินออกจากร้านทันที 

[10:45] เดินไปถึง Cristallia เจอกลุ่มนักศึกษากำลังโปรโมต ถือภาพวาดคลาสสิก นายพล Augustus พิชิต BR-005 อยู่ Hilda เข้าไปรับใบปลิวแล้วฟังนักศึกษาเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ The Great Expo และสงครามล่าสุด ซึ่งไม่เห็นด้วยเท่่าไหร่ ขมวดคิ้วหนัก แถมเข้าไปเถียงด้วย นักศึกษาเลยขู่จะเรียกตำรวจมา Wynn ต้องเข้าไปห้ามปราม พาออกมาก่อน ไปต่อคิวซื้อตั๋วเข้า Cristallia Wynn ก็พยายามเตือน Hilda ด้วยความหวังดีว่าตัวตนของ Hilda ค่อนข้างพิเศษ อยากให้ระวังหน่อย ช่วงนี้คนกล้าพูดมากขึ้นเพราะ Augustus กลับมา Hilda เข้าใจดี สุดท้ายแล้วผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ Wynn เริ่มกลัวขึ้นมา Shadow เองก็เตรียมเคลื่อนไหวถ้าอารมณ์ของ Hilda แปรปรวน แต่ Wynn ก็ย้ำว่าเป็นห่วงจริงๆ Hilda ถึงได้ขอบคุณ Wynn ที่เป็นคนดี ขอบคุณที่พูดตรงๆ กับอดีตสายลับจาก Outland Hilda รู้ตัวดีว่าโดนจับตามองอยู่เสมอ แต่ Hilda เป็นแค่ผีจากยุคก่อน Hilda จะจริงใจกับ Chief เสมอ จบบทสนทนา Wynn เริ่มหาจุดเที่ยวที่อื่น ไม่พาเข้า Cristallia แล้ว 

[12:11] Wynn พา Hilda ไปซื้อตั๋วรถบัสเดินทางไปฝั่งตะวันตกเพื่อไปที่สถาบันศึกษา Syndicate ซื้อแผ่นแป้งแบนกรอบกับไข่ต้มจากตู้อัตโนมัติกินเป็นมื้อเที่ยง

[12:40] รถบัสมา Wynn หลับพิงไหล่ Hilda ถึงสถานีรถ นั่งแท็กซี่ต่อ

[15:00] ถึงสถาบันศึกษา Syndicate เข้าฟังคลาสประวัติศาสตร์ของ Sinner Raye ในห้องมีประมาณ 20 กว่าคน ตั้งแต่เด็กจนคนแก่ ทุกคนคุยอย่างมีเหตุผล รู้อะไรก็พยายามเล่าบอก ซึ่ง Raye ไม่เคยบอกว่ามุมมองไหนถูกผิดเลย แต่ให้ทุกคนได้เล่าเสนอมุมมองของตัวเอง

[16:10] คลาสจบ Raye จำ Wynn ได้เลยเข้าไปทักทาย ทำให้ได้คุยกับ Hilda Raye เลยให้หนังสือเรียนไป Hilda ก็ชื่นชอบมาก ชมว่า "นี่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ซื่อตรงและเท่าเทียมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลย" แล้วเริ่มเดินทางกลับ 

[19:23] กลับถึง MBCC (เย้)

            Chief สามารถเลือกได้ว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญระหว่างเสื้อโค้ทหรูสีน้ำตาลกาแฟ กับหนังสือชีวประวัติของฝั่งตะวันตก ฝาก Wynn ให้เอาไปให้

เพิ่มเติม
-Dillywood = ฮอลลี่วูด...
-ผู้กำกับหนังสุดดัง = Deren 
-Wynn อู้งานมาเที่ยวชัดๆ 
-Hilda เกลียด Catherine Augustus Andohar จังเลย
-Crystallia จุดที่เป็นตึกสวยๆ จัดงาน Great Expo 
-แผ่นแป้งแบน อย่างเช่น แป้งนาน แป้งจาปาติ แต่ทำให้กรอบ
-Raye คือชื่อจริงของ Raven
-เดินทางไปสถาบันศึกษา Syndicate (ที่ฝั่งตะวันตก) ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง
-ถ้า Chief ให้งบกับ Shadow Chief จะซื้อเสื้อโค้ทที่ Hilda ลองเมื่อวานให้ Hilda 


[วันที่ 3] Hilda ตัดสินใจไม่ออกไปเที่ยว และจะพกของขวัญที่ Chief ให้ไว้ทั้งวัน ถ้าหนังสือจะถือไว้ ถ้าเสื้อโค้ทจะใส่ไว้ 

[9:20] ติดตาม Chief ไปห้องประชุม แต่ Hilda จะรออยู่หน้าห้องจ้อง Chief ตลอด ในห้องประชุม Chief เคาะโต๊ะ กุมหัว เดินคิดไปมาตลอด เครียดมาก

[11:20] ประชุมเสร็จ Hilda ตาม Chief กลับไปออฟฟิศ ไปจัดการเอกสาร Hilda สนใจเคสที่ Chief ต้องดูแล เลยจดข้อมูลส่วนที่สำคัญ มีลุกไปชงกาแฟให้ Chief ดื่ม Chief จะเงยหน้ามายิ้มขอบคุณทุกครั้ง

[13:30] Chief ต้องไปสอบสวน Sinner Chief เลยต้องเตรียมตัวอ่านเอกสาร Hilda ไม่ส่งเสียงรบกวนแม้แต่น้อย 

[14:30] ถึงได้เข้าไปสอบสวน Hilda เข้าไปด้วยไม่ได้เลยกลับไปอยู่ออฟฟิศของ Chief เห็นกองเอกสารมากมาย เลยถอนหายใจ ขอและได้รับอนุญาตจาก Nightingale ในการช่วย Chief จัดเอกสาร Nightingale กับ Hilda เลยได้ทำงานด้วยกัน 

[16:00] Chief ชวน Hilda ไปงานเลี้ยง(ทำงาน) แต่ Hilda ปฏิเสธ [16:17] Chief ออกเดินทางไปงาน Shadow หาตัว Hilda ไม่เจอ เร่งตามหาโดยด่วน [16:25] คอนเฟิร์มว่า Hilda สามารถปลอมตัวและหลบการถูกติดตามได้แนบเนียน เริ่มจากปลอมตัวเป็นพนักงาน MBCC แล้วปลอมตัวเป็นพนักงานโรงแรมเมื่อมาถึงงานเลี้ยง [16:45] Hilda ปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟน้ำ คอยจับตามอง Chief อยู่ ซึ่ง Chief โดนดาราคนดังเข้ามาคุยด้วยตลอด Chief เหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด Hilda อยากจะเข้าไปช่วยแต่ห้ามใจตัวเองไว้หลายครั้ง 

[21:00] งานเลี้ยงจบ Hilda แอบตาม Chief ไปที่โรงจอดรถอย่างห่างๆ แต่จู่ๆ Chief ก็เรียกชื่อ Hilda ซึ่งนั่นทำให้ Hilda ตกใจมาก Chief ถาม "เป็นไง? ตามดูฉันทำตัวบื้อๆ ทั้งวันสนุกรึเปล่า?" "วันนี้คุณทำงานเยอะดีนะ" Chief พยักหน้าแล้วชวน Hilda กลับ MBCC ด้วยกัน Hilda เปิดประตูรถให้ Chief แล้วหันไปหา Shadow ชวน Shadow กลับ MBCC ด้วย "คุณก็ทำงานหนักมาหลายวัน วันหยุดของฉันหมดแล้ว คุณก็กลับไปพักผ่อนด้วยนะเรากลบกันเถอะ"

เพิ่มเติม
-Shadow ต้องรายงานกลับ 9th Agency ว่าการติดตามหละหลวม ต้องเพิ่มกล้องวงจรปิดและอื่นๆ 
-การที่ Hilda สามารถแทรกซึมประชิดตัว Chief ได้ทำให้ Shadow เขียนรายงานว่าควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ Chief มากขึ้น
-Hilda รู้ว่า Shadow อยู่ตรงไหนมาตลอด ทำให้ Shadow เขียนรายงานเพิ่มเติมว่าต้องมีการปรับปรุงพัฒนาแผนการลอบติดตาม
-ตอนท้าย Chief สามารถเขียนติชม หรือต่อว่า Shadow ก็ได้ 

[สรุปแต่ละรูท]

[รูทให้เสื้อโค้ท + ชม Shadow-028] Shadow-28 จะเป็นคนดังใน 9th แถมเป็นคนเสนอให้ Hilda ไปแบ่งปันข้อมูล สอนวิธีการต่างๆ ที่ 9th Agency 

[รูทให้เสื้อโค้ท + ต่อว่า Shadow-028] Hilda จะอยู่แต่ที่ MBCC ตาม Chief ตลอด Shadow-28 จะอาสาไปทำงานพิเศษที่ Outland ละทิ้งหน้าที่ในการเฝ้าติดตามบุคคลระดับสูง

[รูทให้หนังสือ + ชม Shadow-028] Hilda ประทับใจฝั่งตะวันตกและสถาบันศึกษา Syndicate มาก เลยมักจะไปที่นั่น ได้เพื่อนใหม่ๆ (Chief รู้จักหมด) คำชมของ Chief ทำให้ Shadow-028 ได้กลายเป็นผู้ฝึกสอนที่ค่ายฝึก สอนวิธีการลอบติดตามเป้าหมาย แถม 9th Agency มีการเชิญ Hilda ไปช่วยสร้างข้อสอบจบการศึกษาด้วย จนกลายเป็นผู้ตรวจสอบที่เด็กใหม่ทุกคนกลัว

[รูทให้หนังสือ + ต่อว่า Shadow-028] Hilda ประทับใจฝั่งตะวันตกและสถาบันศึกษา Syndicate มาก เลยมักจะไปที่นั่น ได้เพื่อนใหม่ๆ (Chief รู้จักหมด) 9th Agency ลดการจับตาดู Hilda เพราะไว้ใจมากขึ้น แต่ไม่ได้รับรายงานอะไรจาก Shadow-028 อีก ไม่รู้ด้วยว่าหายไปไหน 


The End When Rain Meets Gunfire




แถมท้าย 
-มีวิเคราะห์เพิ่มเติมของทางทีมที่ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากออฟฟิเชี่ยลอย่างถูกต้อง มีประเด็นละเอียดอ่อน ไม่สามารถเผยแพ่รหน้าเว็บได้ โปรดใช้พิจารณาก่อนเข้าอ่าน เข้าอ่านได้ที่ Discord นี้ (จิ้มเพื่อเข้า)